NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ภาษาอังกฤษง่าย...จริงดิ!
หมวด: Campus

ภาษาอังกฤษง่าย...จริงดิ!

  • 654
  • 17
  • 1
มรรคง่าย

#campus

ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว...แต่ยากมากกกกกกกกก

นี่คือประโยคเล่นคำที่เราและเพื่อนมักจะล้อเลียนรายการสอนภาษาอังกฤษของอาจารย์ท่านหนึ่งในทีวี

ถ้าจำไม่ผิด โรงเรียนที่เราเรียนอยู่สมัยนั้นจะเริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษตอน ป.5 ส่วนเด็กในเมืองจะเริ่มเรียนตั้งแต่ ป.1

ช่วงนั้นพ่อย้ายเราจากโรงเรียนบ้านนอกไปอยู่ด้วยกันในเมืองตอน ป.4

นั่นแสดงว่าเพื่อนๆ เรียนภาษาอังกฤษนำหน้าเราไปไกลมาก ในขณะที่เราเพิ่งเริ่มนับศูนย์

ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรารู้จักกับวิชาภาษาอังกฤษ เราต้องใช้ความพยายามและความอดทนอย่างมากในการท่องศัพท์และเรียนให้ทันเพื่อนๆ แต่เราไม่เคยท้อ ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ หรือจริงๆ แค่อยากเอาชนะตัวเองให้ได้

หลังจากจบประถมก็สอบเข้ามัธยม จำได้ว่าช่วงมัธยมต้นมีรุ่นพี่สอบได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เมืองนอก

พอกลับมาอาจารย์เชิญไปพูดหน้าเสาธง

โหยยยยยย อย่างกะดารา พูดภาษาอังกฤษรัวๆ หน้าเสาธง

พูดอะไรไม่รู้ ฟังไม่ค่อยออก 555 แต่พูดจบทุกคนปรบมือรัว

เดินไปไหนมาไหนก็มีรุ่นพี่รุ่นน้องอยากคุยด้วย

เดินไปกินข้าวก็มีแต่คนทักทาย ตั้งแต่ภารโรง ยัน ผอ. ...เท่ชิบเป๋ง

นั่นจึงกลายเป็นความใฝ่ฝันของเราว่า...เราจะต้องพูดภาษาอังกฤษให้ได้ เพราะมันโคตรเท่

แต่ครั้นจะให้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนก็ไม่ไหว เพราะที่บ้านไม่มีตังค์

เวลาผ่านไปหลายปี จากมัธยมต้นสู่มัธยมปลาย เราว่าเราก็ตั้งใจเรียนนะ แต่ทำไมยังพูดไม่ได้ซักทีวะ

อย่าว่าแต่พูดเลย แค่ทำข้อสอบให้ผ่านยังแทบกระอักเลือด ท่องศัพท์ก็แล้ว จำ tense ก็แล้ว

กิริยาสามช่องรึ ก็ท่องมาตั้งแต่ ป.4 ยัน ม.6 ทำไมข้อสอบมันถึงได้ยากขนาดนี้วะ

เชื่อมั้ยว่าเราจบ ม.6 มาได้เพราะลอกเพื่อน...ช่างน่าละอายใจจริงๆ T_T

ตอนนั้นเราตัดสินใจบอกกับวิชาภาษาอังกฤษว่า...เราไม่ไหวละ เราห่างกันสักพักเหอะ

แล้วเราก็ห่างกันไปพักใหญ่จริงๆ

ตอนปีหนึ่งมีเรียนวิชาภาษาอังกฤษแค่ตัวเดียว

เราก็เรียนๆ เล่นๆ แบบให้พอสอบผ่าน

ก็อย่างว่า คนมันเริ่มหมดใจก็งี้แหละเนอะ หลังจากนั้นวิชาภาษาอังกฤษก็หายไปจากชีวิตเราเป็นเวลาสามปี (ปีสองถึงปีสี่)

เราเริ่มกลับมาคบกันแบบจริงจังอีกทีตอนเราเริ่มทำงาน เหมือนเวลาสามปีที่ห่างกันไปจะช่วยเยียวยาสัมพันธภาพระหว่างเรากับวิชาภาษาอังกฤษ

เรากลับมาตั้งใจเรียนและฝึกฝนมันด้วยตัวเองอีกครั้ง...ไม่ใช่เพราะต้องสอบให้ผ่านแต่เพราะเรายังอยากดูเท่เหมือนรุ่นพี่คนนั้น

เราหาข้อมูลการเรียนและฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเองในอินเทอร์เน็ต

เค้าบอกให้ทำอะไรทำหมด...ดูหนังภาษาอังกฤษ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ คุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ คุยกับตัวเองหน้ากระจกเป็นภาษาอังกฤษ ชมนกชมไม้คนเดียวเป็นภาษาอังกฤษ หาเพื่อนต่างชาติที่คุยภาษาอังกฤษ จะชาติไหนก็ได้ แต่ต้องหาให้ได้ภายในชาตินี้!

สรุปคือ คิดทุกอย่างในหัวเป็นภาษาอังกฤษและพยายามซึมซับภาษาอังกฤษให้ได้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้...จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจแต่มันก็ได้ผลเว้ย

เราฝึกอย่างบ้าคลั่งจนเก็บไปฝันเป็นภาษาอังกฤษ 5555 ซึ่งเราถือว่านั่นคือเรื่องที่ดี

ทุกวันนี้เราพูดภาษาอังกฤษได้ดีในระดับนึง ไม่ถึงกับดีมากเว่อร์

แต่ถ้าเจอใครนินทา เราจะหันขวับ แล้วด่ากลับได้ในทันที 5555

เราไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้เรียนวิชาภาษาอังกฤษกันยังไง เจอปัญหาแบบที่เราเคยเจอรึเปล่า

แต่อยากบอกว่า หากเรายังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ไม่ต้องไปโทษหลักสูตร โทษอาจารย์หรือโทษใครๆ

เพราะถึงโทษไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี สู้เราเอาเวลามาเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนักด้วยตัวเองดีกว่า

ไม่มีอะไรที่จะเกินความพยายามถ้าเราตั้งใจจริง... I know you can do it.

สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษทั้งในหลักสูตรและที่ฝึกฝนด้วยตัวเอง

Hope you guys enjoy learning English!

Cr.รูปจากอินเทอร์เน็ตค่ะ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store