NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Stroke in the young (3)
หมวด: Health

Stroke in the young (3)

  • 585
  • 100
  • 3
ทิมแทม

เดี๋ยวผู้อ่านหลายท่านจะอกแตกตายก่อนเลยมาเขียนต่อ เรื่องเส้นเลือดในสมองในวัยรุ่น แม้ผู้เขียนจะอายุ 30 ต้นๆ แต่ก็ยังถือว่าวัยรุ่น ภาคสามอยู่นะฮาบ (ใครเรียกลุงจะตบปาก) นะครัช เข้าประเด็นเลยนะครับหลังจาก รพ.จุฬาไล่ชิ่วๆ ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน แต่นั่นไม่ได้แปลว่า ผมหายแล้วนะครับ แต่เป็นเพียงสิ่งที่บอกว่าเลือดผมไม่ข้นจนเกินไป ทว่าไม่ได้การันตีว่า ผมจะไม่เป็นอีก ถ้ายังกลับไปใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ เหมือนก่อนป่วยเรียกว่าผมต้องปฏิวัติตัวเองเลยครับ ดื่มน้ำให้เยอะ พักผ่อนให้เพียงพอ มีวินัยกายภาพอย่างสม่ำเสมอ นั่งสมาธิสวดมนต์ให้พระ (คุณพระผมเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ถามว่ากลัวขนาดไหน? หลอนเลยครับ Stroke) “สูงสุดสู่สามัญ” ครับท่านผู้ชม เมื่อผมได้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตที่เหลือคือกำไร หมั่นทำดีเข้าไว้ดีกว่าครับ! เท่าที่ผมทราบคนที่เคยเป็นแล้วมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่ไม่เคยเป็นเลย เคสหนักสุดเท่าที่ผมรู้คือ 5 ครั้ง!!! ผมเดาเอานะครับ เขาหรือเธอคนนั้นน่าจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนก่อนป่วย โดยที่ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจว่า ‘เสี่ยงอีก’ ยิ่งเป็นซ้ำยิ่งฟื้นฟูยากนะครับ ลองนึกว่าสมองเราถูกทำลายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทักษะอะไรบ้างที่จะหายไปด้วย อาทิ เคยเดิน เคยวิ่ง เคยออกกำลังกาย แต่คุณทำไม่ได้แล้ว (ฟังแล้วเศร้าเนาะ...ขนาดผมเป็นแค่ครั้งเดียวยังรู้สึกแย่เลย ถ้าให้เป็นซ้ำยอมเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ดีฟ่า) ผมแอบคิดว่าเมื่อออกจาก รพ. แล้วหน้าที่หลักคือกายภาพจะได้กลับมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้! ลุยสิครับรออะไร สภาพตอนออกจาก รพ. ก็ยังมีสายอาหารติดอยู่ที่จมูกนะครับ แต่สายออกซิเจนไม่มีแล้ว! ถามว่าลำไยไหมบอกได้เลยว่ามาก!!! แต่ทำไงได้ครับมันอันตรายไปถ้าจะให้กินอาหารเอง แม้ในใจจะอยากส้มตำมากเท่าไหร่ ความปลอดภัยต้องมาอันดับหนึ่ง เกิดสำลักนี่งานเข้านะครับ! ไม่คุ้ม ... ทว่าตลอดระยะเวลาที่พักฟื้นที่คอนโด ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่กายภาพครับ เข้าห้องน้ำห้องท่าก็ต้องระวัง เกิดหัวฟาดพื้นนี่ไม่ต้องส่ง รพ. นะครับ ส่งวัดดีกว่า! ขอแนะนำถ้าจะอาบน้ำในห้องน้ำแนะนำเก้าอี้นั่งอาบครับ อย่างเสี่ยงยืน หากจะนั่งเก้าอี้พลาสติกผมแนะนำให้เช็กสภาพนิดนึง ผมเคยแล้วครับผอมๆ อย่างนี้ หักมาแล้วดีหัวไม่ฟาดพื้น ม๊ารองไว้ทัน ไม่งั้นได้ไปคุยกับเหล่ากงเหล่าม่าล่ะ ไปนั่งนับแบงก์กงเต๊ก!!! มีคำเปรียบเปรยว่า อย่าปล่อยกะเทยไว้กับผ้าฉันใด ห้ามปล่อยผู้ป่วยเข้าห้องน้ำโดยไม่ระวังฉันนั้น

อนึ่ง ห้ามลืมเป็นอันขาดนะครับว่าการออกจาก รพ. แล้วต้องทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง ทานยาให้ตรงตามมื้อ ยานั้นเป็นการป้องกันการเกิดซ้ำ หาใช่การบำบัดโรคไม่ ด้วยเหตุนี้อย่าไปลองทานยาซุ่มสี่ซุ่มห้านะครับ ตายมานักต่อนักแล้ว! ทว่าพวกยาสลายลิ่มเลือดนี่เหมือนจะต้องทานไปตลอดชีวิตนะครับ ตอนแรกผมฟังก็แอบตกใจเล็กๆ แต่มองมุมกลับ คือ ถือว่าเป็นอาหารเสริมก่อนนอนละกัน เพราะฉะนั้นศึกษาดีๆ อาหารอะไรควรทาน อาหารอะไรควรเลี่ยง เป็นซ้ำไม่สนุกนะครับ ถือโอกาสเป็นการปฏิวัติตัวเองไปเลยเง้ และที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพใจด้วยหล่ะ เท่าที่ผมทราบมีผู้ป่วยบางรายได้ซึมเศร้าแถมมาอีกโรค ช่วงแรกๆ ผมก็เป็นแบบอ่อนๆ ครับ คือ มันจะคิดว่าอยู่ไปทำไม บอกหาอะไรที่มีประโยชน์เพิ่มคุณค่าให้ตัวเองครับ อารมณ์แบบทำแล้วมงลงงี้! แต่อย่าหักโหมนะไม่คุ้ม สั้นๆ ง่ายๆ เลยคิดเชิงบวกเข้าไว้ แต่มันจะมีเส้นบางๆ ระหว่างเชิงบวกและเพ้อฝัน เอาเชิงบวกพอนะครับ

ท่านผู้ฟังหลายท่านอยากจะสอบถามว่าหมดเงินไปเท่าไหร่ พูดเลยหกหลักสวยๆ เน้นๆ เพราะฉะนั้น นอกจากหน้าตาแล้วกำลังทรัพย์ก็สำคัญ เพราะถ้าเบ้าหน้าดี ใจแกร่ง คิดดี พูดดี ทำดี แต่ไม่มีเงิน ป่านนี้ผมคงไปขึ้นทะเบียนคนพิการแล้วครับ ประสบการณ์ชีวิตครั้งนี้สอนให้รู้ว่า มีเงินก็หัดเก็บไว้บ้างเผื่อยามฉุกเฉินที่มันต้องใช้จริงๆ อย่างที่ผมเรียนว่า Stroke ถือเป็นภัยเงียบมาเคาะประตูหน้าบ้านท่านขึ้นมา เตรียมรับคลื่นชีวิตได้เลยครับ ท้ายนี้ผมฝากไว้ “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ”

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store