NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
พลู ร้านอาหารไทยกลางซอยสวนพลูที่หยิบเอาอาหารจากทุกภาคของไทยมาเสิร์ฟเราถึงโต๊ะ
หมวด: Style

พลู ร้านอาหารไทยกลางซอยสวนพลูที่หยิบเอาอาหารจากทุกภาคของไทยมาเสิร์ฟเราถึงโต๊ะ

  • 121
  • 2
  • 0
Soimilk
ถ้าจะให้พูดว่าย่านไหนที่มีร้านอาหารไทยดี ๆ เหมาะทั้งแก่การพาครอบครัวไปกินก็ได้ พาเพื่อนฝูงไปสังสรรค์บ้างก็ดี แถมบางทีก็ยังพาแขกชางต่าวชาติไปลองชิมได้แบบไม่ต้องอาย เพราะดีทั้งรสชาติและหน้าตาของร้านด้วยแล้ว เราเชื่อว่าในลิสต์ของแต่ละคนก็คงมีอยู่ไม่กี่ร้าน และส่วนใหญ่ร้านแถวนั้นก็จะกระขุกตัวอยู่แถวสุขุมวิท และสาทรกันทั้งนั้น ซึ่งในย่านสาทรอย่างซ.สวนพลูนี่ก็เพิ่งมีร้านอาหารไทยเปิดใหม่ได้ไม่นาน และเราก็แวะเวียนไปแล้วด้วย แน่นอนที่สุดคือนี่เป็นร้านอาหารไทยที่เรียกว่าเหมาะกับทุกกลุ่มจริง ๆ อยากนั่งกินสบาย ๆ อยากสังสรรค์ปาร์ตี้ หรืออยากพาแขกบ้านแขกเมืองมาชิมก็ไม่มีปัญหา
 
 
 
พลู เพิ่งเปิดเมื่อ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา นั่นคือเปิดได้ไม่ถึงเดือนนี่เอง เพียงแค่เราลัดเลาะเข้ามาในซ.พระพินิจ ได้ไม่ไกล ก็จะเจอบ้านสไตล์ไทย-โคโลเนียลสีขาวแซมเขียวหลังใหญ่ที่คอยต้อนรับเราอยู่ แค่เห็นหน้าตาของบ้านก็มั่นใจว่าที่นี่ต้องเสิร์ฟอาหารไทยแน่นอน สิ่งที่ทำเราเซอร์ไพรส์คือที่จริงแล้วร้านนี้เป็นร้านของคุณพจน์ ลี เจ้าของ iGroup และร้านอาหาร Water Library ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ร้านนี้เป็นหุ้นกันระหว่างคุณลีกับเพื่อน ๆ สืบเนื่องมาจากคุณลีเป็นคนชอบหาอาหารเด็ด ๆ กินอยู่เสมออยู่แล้ว โดยเฉพาะอาหารไทยยิ่งไม่พลาด และแม้คุณลีจะมีร้านอาหารมาหลายแบรนด์แล้วก็ตาม อต่ก็ยังไม่มีร้านอาหารไทยแท้ ๆ มาก่อน นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะเปิด พลู ร้านอาหารไทยที่เป็นอาหารพื้นบ้าน ยกแนวอาหารมาตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ของบ้านเรามาเสิร์ฟนั่นเอง เรียกว่าเป็นความตั้งใจมานานของคุณลีอยู่แล้วที่อยากมีร้านอาหารไทย
 
 
 
ตัวร้านเองถูกดัดแปลงมาจากบ้านเก่า ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นร้านหมอฟันมาก่อน โครงสร้างของบ้านทางร้านยังคงเก็บเอาไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน มีการต่อเติมเพิ่มออกมาจากส่วนของตัวบ้านเพื่อให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ด้วยอาณาบริเวณของทางร้าน ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เราชอบที่ทางร้านดึงสีเขียวมาใช้เป็นหลัก ทั้งต้นไม่ที่ถูกปลูกอยู่รอบ ๆ ร้านอย่างแน่นขนัด แถมยังมีตน้ไม้ใหญ่หน้าบ้านที่ทำให้รู้สึกร่มรื่นขึ้นเยอะ ตัวบานประตูและหน้าต่างด้านหน้าร้านก็ใช้สีเขียวเข้ามาช่วย ตัวร้านออกสไตล์โคโลเนียลเล็ก ๆ ภายในใช้วอลล์เปเปอร์รูปต้นไม้แบบทรอปิคัล เข้ากับบ้านเราดี ที่เก๋คือทั่วทั้งร้านจะมีการนำโถปลากัดมาตกแต่งกระจายไปทั่ว ปลากัดที่อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานหลากหลายสีสวยงาม ว่ายน้ำอยู่ในโถสะบัดหางไปมา ดูแล้วก็สบายใจดี แถมยังสื่อถึงความเป็นไทยได้ดีมาก ๆ ด้วยแหละ
 
 
 
ทางร้านรองรับที่นั่งได้ประมาณ 80-100 ที่นั่ง มีให้เลือกทั้งนั่งในร้านบนเฟอร์นิเจอร์วินเทจเก๋ ๆ หรือไปนั่งบริเวณเทอร์เรสรับลมธรรมชาติก็ได้ (แอบบอกว่าตอนนี้ทางร้านกำลังสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ สำหรับสายสูบ เอาใจคนชอบซิการ์ให้ได้มาเลือกซิการ์ที่ชอบกันด้วยตัวเองด้วย) หรือต้องการความเป็นส่วนตัว ที่ชั้น 2 และ 3 ก็มีห้องส่วนตัวรองรับอีก 3 ห้อง แบ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ที่รับได้ 12-16 คนจำนวน 2 ห้อง และห้องที่รับได้ 6 คนอีกหนึ่งห้อง 
 
 
 
อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้าน ไฮไลต์หลัก ๆ จึงหนีไม่พ้นอาหารไทยที่น่าลองสั่งมาชิม โดยการดูแลของเชฟนิล สองเมือง เชฟประจำร้านที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ก่อนหน้านี้เชฟนิลก็อยู่ที่ร้าน Seed ร้านสไตล์รัสติกในซ.สุขุมวิท 39 มาก่อน เราลองออเดอร์มาหลายเมนูอย่างกุ้งสไบ (280 บาท) ที่นำกุ้งเนื้อเด้ง ๆ ไปห่อกับแป้งปอเปี๊ยะแล้วทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยที่ทางร้านบอกว่าทำเองด้วย อีกเมนูเป็นอาหารไทยโบราณอย่างยำส้มโอเป็ดรมควัน (250 บาท) ที่เอาส้มโอไปคลุกกับน้ำยำแบบใส่น้ำพริกเผา ของเด็ดคืออกเป็ดที่นำไป Sous Vide จนเนื้อชุ่มฉ่ำไม่แห้งแบบอกเป็ดทั่วไป 
 
 
 
 
อาหารไทยพื้นบ้านอย่างมัสมั่นเนื้อ (350 บาท) ที่เคี่ยวแบบเน้น ๆ ทางร้านเลือกใช้เนื้อน่องลายออสเตรเลียมาเสิร์ฟ และท็อปด้วยหอมแดงที่นำไปดองน้ำอาจาดจนสีสวยขึ้นเยอะ ส่วนเมนูหมูตุ๋นไข่พะโล้ (280 บาท) ที่แม้หน้าตาจะดูธรรมดา แต่เมนูแบบนี้แหละชวนให้นึกถึงกับข้าวที่บ้านนักแหละ เราชอบที่ทางร้านทำเป็นไข่พะโล้แบบยางมะตูมด้วย แถมยังเอาหมูสามชั้นชิ้นโต ๆ ไป Slow Cook จนนุ่มอีกกว่า 8 ช.ม. ก่อนจะไปหาอะไรแซ่บ ๆ กินอย่างแกงคั่วปูใบชะพลู (590 บาท) ที่ชามนี้รสจัดจ้านแบบแกงใต้มาก ๆ ทางร้านเลือกใช้กรรเชียงปูม้าคัด คั่วกับเครื่องแกง ใส่ใบชะพลู และชะอมลงไปด้วย เราว่าชามนี้อาจติดรสเค็มไปนิดหนึ่ง แต่ถ้ากินกับข้าวสวยก็น่าจะลงตัวพอดี
 
 
 
อีกหนึ่งเมนูที่เรียกว่ามาอย่างอลังการกับเมี่ยงปลากะพงอบเกลือ (890 บาท) ที่แม้จะเป็นเมนูไฮไลต์ของที่ร้านที่น่าสั่งกินสักครั้ง แต่เราก็ขอแนะนำว่าให้สั่งล่วงหน้ามาก่อนเดินทางมายังร้านเลยจะดีกว่า เพราะทางร้านบอกไว้ในเมนูว่าใช้เวลาประกอบอาหาร 45 นาที ซึ่งเอาจริง ๆ วันที่เราไปนั้นใช้เวลามากกว่า 1 ช.ม. ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้สั่งมาก่อนมีหวังรอจนเหงือกแห้งไส้กิ่วแน่ ๆ แต่ที่เราต้องสั่งเพราะความเด็ดอยู่ที่ส่วนพุงปลา ทางร้านพลูไม่ได้อบปลากระพงโปะด้วยเกลือหนา ๆ มาเฉย ๆ แต่เขาเอาเครื่องในปลาออก แล้วยัดพริกแกงห่อหมกเข้าไปตรงพุงแทน เราเลยได้กินทั้งปลาอบ ห่อเป็นเมี่ยงจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ ที่ทำเอง หรือตักกินคู่กับห่อหมกที่พุงปลาก็ยังได้ ไอเดียดีสุดอะไรสุด แต่ถ้ารอเมนูนี้ไม่นานมาก จะบวกคะแนนให้อีกเลย
 
 
 
 
นอกจากเมนูอาหารไทยแล้ว ที่ พลู ยังมีเมนูอาหารจีน ที่ลงมือปรุงอาหารด้วยเชฟจีน และอาหารเมียนมา ที่ได้เชฟเมียนมามาปรุงเองเช่นกัน ทั้งนี้เพราะคุณลีเองเคยอยู่ที่เมียนมาและจีนมาก่อนด้วย จึงอยากให้ทุกคนได้ลองอาหารของชาติเหล่านี้ดูบ้าง เราสั่งยำใบชา (140 บาท) ที่ไม่เคยกินมาก่อนเหมือนกัน เป็นการใช้ยอดใบชาสดของเมียนมาไปหมัก จากนั้นนำไปหั่น คลุกกับเครื่องเทศและถั่วหลากชนิด ออกมาเป็นยำที่เปรี้ยว เค็ม มัน รสชาติแปลกแต่ดี อีกเมนูคือต้มจืดถั่วเลนทิลแดง(150 บาท) ซุปใสแบบพม่าที่นำถั่วเลนทิลแดงไปต้มกับน้ำซุป ใส่วุ้นเส้น ซดง่าย ๆ คล่องคอดี ส่วนเมนูจีนเราลองสั่งคะน้าฮ่องกงผัดปลาทิโป้ (200 บาท) คะน้าฮ่องกงกรอบ ๆ ผัดกับปลาทิโป้ (ปลาฮาลิบัด) ที่นำเข้ามา ถือว่าเป็นจานง่าย ๆ ที่รสชาติไม่แย่อีกจาน
 
 
 
 
อย่างที่บอกว่าที่นี่ไม่ได้เหมาะแค่มากินข้าวกับครอบครัวเท่านั้น แต่ถ้าอยากมาสังสรรค์ก็ทำได้เช่นกัน เพราะทันทีที่เราก้าวขาเข้ามาภายในร้าน สิ่งแรกที่เจอเลยก็คือบาร์เครื่องดื่มที่ยั่วยวนให้เราลองสั่งมาชิมสักแก้วสองแก้วเหลือเกิน นอกจากนี้ก็ยังมีห้องไวน์อยู่ที่ชั้นใต้ดินของร้านเช่นกัน ด้วยความที่คุณลีเป็น Wine Importer อยู่แล้ว จะไม่มีไวน์เสิร์ฟที่ร้านพลูก็ยังไงอยู่ เราลองสั่งค็อกเทลอย่าง Bangkok Teatime (290 บาท) ที่ใช้ Juniper Spirit กับน้ำตะไคร้ น้ำเก๊กฮวย แตงกวา ดอกกุหลาบอินฟิวส์ และอีกหลาย ๆ อย่าง ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่เอาใจคนชอบแตงกวาหน่อย ๆ อีกแก้วคือ From Phuket to Mekhong (350 บาท) ที่ใช้เหล้ารัมไทยจากภูเก็ต มะนาว สับปะรด และราสเบอร์รี่ และม็อกเทลที่ชื่อ Sanuk (180 บาท) ที่มาทั้งแตงโม มะนาว โรสแมรี่ ช็อกโกแลตอัลมอนด์ และเสาวรสบางกอกโซดาให้จิบกันแบบเก๋ ๆ กินกับอาหารไทยก็ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีเหมือนกันนะ
 
 
Soimilk says: ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของร้านอาหารไทยที่น่าสนใจในย่านสาทร เรื่องบรรยากาศและการบริการนี่เราขอยกให้เป้นอีกหนึ่งร้านที่รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ดี ๆ กลับไปแน่นอน แต่โดยส่วนตัวแล้วยังคิดว่าอาหาราบงเมนูค่อนข้างใช้ระยะเวลานาน (เกินไป) ที่จะต้องรอ ถ้าควบคุมเวลาในการทำอาหารบางเมนูจะดีขึ้นอีกมาก ถึงอย่างนั้นบางเมนูที่เราคิดว่าคงเฉย ๆ เพราะก็เป้นเมนูที่ไม่ได้แปลกใหม่หรือพิเศษอะไร กลับรสชาติดีเหมือนได้กินฝีมือแม่อะไรแบบนั้นเลยล่ะ
 
พลู เปิดทุกวัน 17:00-24:00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดรอบ 11:30-14:00 น. ด้วย) 3 ซ.พระพินิจ สวนพลู สาทร โทร. 062-642-2222 www.fb.com/plubangkok
 
 
ข้อมูล : Nath Suppavatee

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store