NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
แมวซ่าลายเสือ(๔)
หมวด: Life

แมวซ่าลายเสือ(๔)

  • 543
  • 0
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

 

บทที่4

แม่บอกว่าสาเหตุที่แมวของเรามีนิสัยแตกต่างกันเป็นเพราะแม่ของมันตาย  ก็เลยไม่มีใครสอนนิสัยแบบแมว ๆ ให้พวกมัน ก็เลยติดนิสัยจากคนเลี้ยงมันมากันหมด

“แม่เอามาจากตำราจิตวิทยาเชียวนะ” แม่พยายามพูดให้เราเชื่อ

“จิตวิทยาฉบับไหนกันแม่ ฉบับแมวหรือเปล่า เขามีแต่จิตวิเคราะห์คน ไม่มีจิตวิเคราะห์แมวสักหน่อย”พ่อค้าน

“โธ่พ่อนี่ก็ ชอบขัดคอแม่อยู่เรื่อย” แม่บ่นแต่พ่อยิ้ม มีบ้างที่พ่อมักจะแหย่แม่ให้งอนเล่น แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เมื่อพ่อทำหน้าที่เข้าครัวแทนแล้วก็ทำของโปรดของแม่มาขอโทษ แต่คราวนี้แม้แต่น้องสาวผมก็เห็นว่าแม่มั่ว แต่ผมกลับเห็นด้วย เพราะเท่าที่สังเกต แมวรุ่นนี้ทั้งสามตัวของเราเป็นอย่างที่แม่ว่าจริง ๆ แม้ว่าจะจริงไม่หมดก็เถอะ  แต่ก็ใช่ว่าแม่จะพูดผิดเสียทีเดียว

“แม่อ่านมาจริง ๆ นะ เขาบอกว่ามันจะติดนิสัยมาจากคนเลี้ยง ก็เหมือนที่เจ้าชีต้ามันเหมือนลูกไง” แม่พยักหน้ามาทางน้องชายผม แน่ละมันเป็นทางออกสุดท้ายที่จะทำให้เขาหันมาพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมยิ้มหน้าบาน  แม่ช่างรู้ใจลูกชายของท่านเสียจริง ๆ   คราวนั้นน้องชายผมหน้าบานเท่ากระด้งได้มั้ง แต่ผมสิแย่หน่อยเพราะต้องแบบรับความเป็นคนเจ้าชู้แบบเจ้าไทเกอร์ไปด้วย ผมเพิ่งนึกออกตอนนี้แหละว่ามันไม่จริงเลย ทฤษฎีข้อนี้ ผมไม่ได้เจ้าชู้อย่างเจ้าไทเกอร์สักหน่อย แล้วพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ขี้เกียจแบบเจ้าหมูด้วย

น้องชายผมพูดว่านี่หากเจ้าหมูไม่ใช่แมวขี้เกียจแล้วก็อืดอาดยืดยาดแล้วละก็ บ้านของเราคงมีแก็งแมวสามช่า ที่สู้ไม่แพ้ใคร  

“อย่างนี้ก็ดีแล้ว” แม่บอก

“ใช่ เจ้าหมูมันไม่ใช่แมวที่เกิดมาเพื่อกัดกับใครสักหน่อย” น้องสาวผมเสริม

“พ่อว่ามันก็แปลกดีนะ สามหนุ่มสามมุมตัวหนึ่งเป็นแมวสวยงาม อีกตัวเป็นยามประจำบ้าน ส่วนไอ้เจ้าตัวเล็กนั่นเป็นศิลปิน พ่อว่ารุ่นนี้ต้องไม่ธรรมดาละ” พ่อเสนอความคิดเห็น

มันไม่ธรรมดาเหมือนที่พ่อว่านั่นแหละ ดูท่าคงจะมีแต่รุ่นนี้เท่านั้นที่ทำให้แม่ปวดหัวมากที่สุด  ก็ดูมันแต่ละตัวตอนโตสิครับ ตอนเด็กแทบจะแยกไม่ออก พอมีบ้างที่เจ้าชีต้า แสดงให้เห็นว่าว่องไวกว่าตัวอื่น ๆ ส่วนเจ้าหมูแมวของพ่อกับแม่เมื่อก่อนมันก็ว่องไวเหมือนกันแต่มันติดนิสัยขี้เกียจ ชอบกินแล้วก็นอน จะว่องไวเอาก็ตอนเรียกมันไปกินข้าวเท่านั้น เรียกว่าเวลากินไม่มีใครตามทันมันหรอกครับ  ต่อให้เจ้าชีต้าจะเร็วแค่ไหนก็เถอะ  เจ้าหมูเพิ่งจะมาอืดอาดเอาเมื่อตอนมันอ้วนมากเกินไปนี่เอง  ตอนเด็ก ๆ เจ้าหมูสมเป็นแมวสวยงามจริง ๆ ครับ มันเอาใจทุกคนที่อุ้มมัน ยื่นอะไรให้มันกินหมด  ส่วนเรื่องที่เจ้าหมูไม่สู้ใครจนทำให้เก็งสามช่าบ้านเราไม่ได้เกิดนั้นไม่จริงหรอกครับ  มันไม่เคยแพ้ใครเหมือนกันหากจะสู้กันจริง ๆ ละก็ เรื่องนี้ผมรับประกันได้ ผมเคยเห็น  

คืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือ จู่ ๆ แมวสามตัวของบ้านเราก็หายไปพร้อมกัน  จะไปไหนก็คงจะพอเดาได้  ก็ตามประสาแมวหนุ่มนั่นแหละครับ แม้แต่รปภ. ประจำบ้านก็หายไปด้วย  พอตอนดึก มีแมวมาจากไหนก็ไม่รู้มาร้องอยู่รอบบ้านเสียงดังระงมไปหมด   จนพ่อกับแม่แล้วก็น้อง ๆ ต้องตื่นมาดูกันหมด  แล้วเราก็พบว่ามีงานประกวดแมว .. เพราะรอบ ๆ บ้านเรามีแมวหลากสีมานั่งกันเต็มรั้วรวมทั้งบนหลังคา ดีนะครับที่บ้านผมมีระเบียงบนชั้นสอง ไม่งั้นคงมองไม่เห็น   ส่วนแมวของเราทั้งสามตัว ผมไม่เห็นพวกมันเลย ทั้งในระยะแสงไฟหน้าบ้านหรือในแสงสลัวของดวงจันทร์ก็ตาม ท่าทางเหมือนกับว่าพวกมันจะมาแก้แค้น หรืออะไรสักอย่างงั้นแหละ

“ อีกแล้วเหรอ” น้องชายผมบ่น เขาเพิ่งเข้านอนไปได้ไม่นาน 

พักหนึ่งเราก็เห็นสามทหารเสือของเราเดินนวยนาดมาบนกำแพงรั้ว  โดยมีแมวสีขาวขนปุกปุยน่ารักเดินตามหลังมาด้วย

“หรือว่ามันจะประกาศแต่งงาน” น้องสาวผมตั้งข้อสังเกต

“พ่อว่าไม่ใช่นะ” 

“บางทีมันอาจอยากประกาศให้แมวทุกตัว  ตัวนี้เจ้าสาวอั๊ว พวกลื้อย่าแหยม” น้องชายผมพยายามเดา เขาทำเสียงเข็ม จนน้องสาวแอบไปหัวเราะคิก ผมว่าเขาชักจะติดท่าทางแบบการ์ตูนญี่ปุ่นมามากไปหน่อย  ในความเห็นผมบางทีอาจจะมีศึกชิงสาว  เหมือนเมื่อคืนก่อน  

“พ่อว่าท่าทางพวกสีดำตัวโตนั่น ไม่ได้มายินดีด้วยนะ ดูมันทำเสียงสิ ชวนทะเลาะมากกว่า”

“อาจจะมีบ้างแหละพ่อ  ตัวอิจฉา” แม่บอก น้องสาวผมหัวเราะอีกครั้ง

“แต่พ่อว่า ไม่นะ ท่าทางเหมือนกับสามตัวนั่นไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยซ้ำว่า มีแขกมาเยี่ยมบ้านเรา”

“รู้ดีกว่าแมวกันจังเลยนะคะ” น้องสาวผมว่า  

น้องสาวผมพูดไม่ทันจบการตะลุมบอนก็เกิดขึ้น   แมวของบ้านเราโดนแมวดำสองตัวรุมตบด้วยกรงเล็บ เสียงขู่  ฟู่  ฟู่  เสียงวิ่งไล่  แง็ว แง็ว ๆ  ตามด้วยเสียงร้องราวกับเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ในสนามสักสิบคน ดีหน่อยที่บ้านเราไม่มีรั้วติดกับบ้านอื่น ไม่งั้นเสียงคงรำคาญเพื่อนบ้านน่าดู 

“ไม่ยุติธรรมเลย แมวเราโดนรุมนะพ่อ” น้องสาวผมร้อง

“จะปล่อยไว้อย่างนี้เหรอ” แม่ถาม 

“พ่อว่าเราลงไปเอาไม้ไล่พวกมันไปดีกว่า”พ่อบอกแล้วก็เดินนำพวกเราลงไปชั้นล่างของบ้าน  ก่อนจะเปิดประตูออกไปที่ลานบ้าน คว้าไม้กวาดติดมือไปด้วย   ผมกับน้องชายรีบตามไปติด ๆ น้องชายวิ่งไปเอาท่อนไม้ข้างบ้าน ส่วนผมอารามรีบคว้ามาได้เพียงไม้กวาดขนไก่ ก็เราเพียงแค่ไล่มันเท่านั้นนี่  

“ระวังตัวนะพ่อ” เสียงแม่ร้องมาจากชั้นสอง แต่ช้าไปเสียแล้ว มีแมวสีดำสลับขาวตัวหนึ่ง กระโดดมาจากไหนก็ไม่รู้ข่วนเอาแขนพ่อเต็มแรง   เลือดไหลซึมเป็นทางตามรอยเล็บ  น้องชายผมรีบเข้าไปช่วยพ่อเขาหวดเอาแมวสีขาวตัวใหญ่ตัวหนึ่งจนกระเด็น มันร้อง  แง็ว แล้วก็ลุกขึ้นวิ่งหนีไป ผมไม่เคยพบเหมือนกันว่าจะมีแมวที่ไหนดุร้ายเท่าแมวในคืนนั้น 

“ระวังอย่าให้มันถึงตายนะลูก อย่าตีหัวมันด้วย  บาป!!” แม่ร้องเตือน แต่น้องชายผมไม่ห่วงบุญบาปเสียแล้ว เขาไล่ตีแมวทุกตัวแตกกระเจิง เจ้าสามตัวของพวกเราพร้อมเจ้าสาวกระโดดแผล็วขึ้นไปยืนดูผลงานของน้องชายผมอยู่บนหลังคาริมระเบียง ท่าทางพวกมันชื่นชมน้องชายผมมากที่ไล่ผู้มารังควาญออกไปได้   หายตกใจแล้วนั่นแหละมันถึงได้ลงมาเดินคลอเคลียที่ขาน้องสาวผมเหมือนจะสำนึกผิด  ผมอยากให้แมวบ้านเราพูดได้   จริง ๆ ผมอยากถามมันว่าเพราะอะไร?   ถึงได้เกิดเหตุการณ์แมว ๆ แบบนั้นขึ้น แล้วทำไมพอมีคนเข้าไปยุ่งมันถึงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่  น้องชายผมเองขนาดเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วนะครับ แต่เขาก็ยังหาคำตอบที่น่าพอใจไม่ได้ ความลับในคืนนั้นก็ยังคงมืดมนต่อไปเพราะผมเองก็ต้องตอบตัวเองอย่างเสียใจว่า  โทษที แมวมันพูดไม่ได้

เรื่องแมว ๆ ในคืนนั้นผลคือ  แม่ต้องรีบลงมาปฐมพยายาบาลพ่อ ล้างแผลด้วยสบู่หมดน้ำไปหลายถัง แม่ถึงจะแน่ใจว่าแผลพ่อไม่อักเสบ ดีที่แผลไม่ลึกมาก แต่เป็นทางยาวต้องพันแผลกันหลายชั้น 

“เล็บแมวตัวนั้นคมน่าดู” น้องชายผมพูด เขาเองยอมรับว่าไม่เคยเห็นแผลน่าหวาดเสียวแบบนั้นมาก่อน  มันมิใช่แค่แผลถลอก น้องสาวผมเสนอว่าเราควรไปหาหมอ แล้วเราก็ไปหาหมอกัน

พ่อต้องวนเวียนไปล้างแผลและฉีดยากันพิษสุนัขบ้าอีกหลายเข็ม กว่าจะปรอดภัย อย่าชะล่าใจว่าแค่แมวข่วนจะไม่เกี่ยวกับพิษสุนัขบ้านะครับ กันเอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะไม่ว่าหมาหรือแมวอันตรายพอกันทั้งนั้น

หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ผมไม้รู้ว่าเจ้าหมูมันคิดอะไร แต่มันหายหน้าไปทุกเย็นแล้วก็กลับมาตอนดึกด้วยบาดแผล คงไม่ต้องสงสัยหรอกครับมันคงไปกัดกับใครมาอีกนั่นแหละ ผมกับน้องชายต้องคอยใส่ยาแดงให้มันเป็นประจำ แต่ยอมรับว่ามันมีเสน่ห์ขึ้นครับ เพราะร่องรอยบาดแผลของมันทำให้มันดูคล้ายเสือจริง ๆ มากยิ่งขึ้น แต่ที่น้องชายผมตั้งข้อสังเกตก็คือ ทำไมเดี๋ยวนี้มันถึงได้ติดนิสัยของเจ้าไทเกอร์ น้องสาวผมเองก็บ่นว่าเดี๋ยวนี้เจ้าหมูทำตัวไม่น่ารัก หรือว่ามันต้องการชิงตำแหน่งหนุ่มเจ้าสำอางจากเจ้าไทเกอร์ 

“บางทีมันอาจไปแก้แค้นให้พ่อก็ได้ แมวมันก็มีความกตัญญูเหมือนกันนะ มันอาจสำนึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้พ่อต้องรับบาดเจ็บมันก็เลยไปแก้แค้นไอ้แมวตัวนั้น โถ เจ้าหมู” น้องสาวผมคิดผูกเรื่องให้เจ้าหมูไปสงสารมันไป ผมว่าผมไม่ได้สงสารเจ้าหมูหรอก ผมสงสารน้องสาวผมมากว่า โถ คิดเป็นตุเป็นตะ เธอช่างจินตนาการดีแท้ นี่ขนาดเธออายุแค่สิบขวบเองนะครับ โตขึ้นกว่านี้เธอคงเป็นนักแต่งนิยายแน่เลย  

“พี่ว่า มันไปจีบสาวแล้วโดนเจ้าถิ่นรุมฟัดเอามากกว่า” น้องชายผมว่า จินตนาการของเขาไม่แพ้น้องสาวผมหรอกครับรายนั้น แต่ออกไปทางโลดโผนสักหน่อย ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม?  แต่บ้านผมนี่ช่างจินตนาการกันเสียเหลือเกิน

“แต่น่าทึ่งนะที่มันกลายเป็นแมวเที่ยวกลางคืนกับเขาด้วยทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เห็นอยากออกจากบ้านไปไหนเลย”

แง้ว   แง้ว  แง้ววว  เสียงเจ้าไทเกอร์เดินส่งเสียงครางเข้ามาในครัว ได้เวลาอาหารของมันแล้ว  ผมรีบหยิบปลาทูต้มมาแกะก้างคลุกข้าวใส่จานให้มัน  อาหารของแมวบ้านผมมีแค่นั้นแหละครับ  นาน ๆ ที่ถึงจะมีนมสดหรือของดี ๆ ให้มันกินแบบนี้แหละดีแล้ว ครับเลี้ยงดีมากเดี๋ยวมันได้ใจคิดว่าตัวเองไม่ใช่แมวขึ้นมาละยุ่งเลย พ่อผมเคยเอาอาหารกล่องมาเลี้ยงเจ้าหมู แต่แกก็ต้องหยุดเมื่อพบว่า เจ้าหมูกินจุและสิ้นเปลืองมากกว่าที่คิดโดยใช่เหตุ บางทีเราก็เก็บเอากระดูกไก่จากร้านเค. เอฟ .ซี. มาฝากพวกมัน แต่ก็นาน ๆ ครั้ง ไม่ใช่อะไรหรอกครับเดี๋ยวพวกมันเคยตัวไม่ยอมกินอาหารหลัก จะกลายเป็นแมวเลี้ยงยากไป อีกอย่างกระดูกบางชิ้นก็ให้มันกินไม่ได้เพราะกระดูกอาจเข้าไปตำกระเพาะมันเข้ากลายเป็นแมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะเอาได้  

อาหารแค่จานเดียวเลี้ยงเจ้าหมูไม่พอหรอกครับมันกินจุสมตัวมันนั่นแหละ มันจะรีบกินจนหมดจานจากนั้นก็ขอใหม่ แบบเด็ก ๆ ขอข้าวเพิ่มทำนองนั้น เวลากินข้าวมันน่ารักนะครับแต่ใครอย่าไปแตะตัวมันเชียวเป็นได้แผล เรื่องนี้น้องสาวผมลองมาแล้ว เธอเกือบได้แผลแบบพ่อ ดีว่าเธอไหวตัวทันตอนที่มันทำเสียงขู่เตือนคล้ายมันจะบอกว่า

“อย่ามายุ่งน่า ฉันกำลังกินนะ ไม่เห็นรึ”

แต่น้องชายผมสิ เขาได้แผลที่หลังมือชัดเจนเนื่องจากไปแหย่เจ้าหมูเวลากินนั่นแหละ นี่กระมังเขาถึงเรียกกันว่าอย่าทำตัวเป็นมารคอหอย อย่าแหย่เสือหลับและอย่าสะกิดคนกำลังกิน หากพวกเราเติมข้าวใส่จานให้ เจ้าหมูมันก็จะรีบกินอีกจนหมดอีกมันก็จะร้องขออีก มันจะกินจนกว่ามันจะเลิกไปเองนั่นแหละครับ บ้านเราจึงห้ามนำเข้าอาหารแมวเด็ดขาด เพื่อยับยั้งเงินไม่ให้รั่วไหลออกจากบ้านจำนวนมหาศาล ต่อให้ใครจะโฆษณาว่ากินแล้วแมวมีสุขภาพดียังไงก็เถอะครับ ปลาทูต้มเกลือก็เหลือเฟือแล้วครับสำหรับเลี้ยงพวกมันสามตัว แต่ไม่ว่ามันจะกินจุยังไงพวกเราก็ยังต้มเผื่อเจ้าหมูเอาไว้เสมอ ยิ่งกว่านั้นไม่ใช่เพียงเจ้าหมูหรอกครับที่ชอบปลาต้ม น้องชายผมก็ตัวดีไม่แพ้แมวเหมือนกัน เขาจะแอบมาขโมยปลาต้มไปกินเล่นก่อนจะถึงเวลาอาหารแมวอยู่เสมอ บางครั้งเขาก็เอามันไปใส่หม้อต้ม เติมน้ำตาลลงไปดัดแปลงเป็นปลาต้มหวาน บางวันเขาก็แอบเอาไปใส่กะทะทอดต่ออีกหน่อยให้พอ กรอบ ๆ วิธีการแย่งแมวกินไม่มีใครเกินน้องชายผมละครับ บางวันเขานึกสนุกเอาปลาคลุกกับข้าวไปนั่งขัดสมาธิกินอยู่ข้าง ๆ แมวด้วย เอากับเขาสิ แล้ววิธีการกินของเขาก็ตลกพอดู เขาใช้มือเปล่าเปิปข้าวใส่ปากทีละคำเหมือนที่ย่าเคยทำนั่นแหละครับ บางวันพ่อก็บอกอย่างปลอบใจว่า นั่นแหละ หลานย่าละ กลายเป็นว่าบ้านเรามีแมวโค่งอยู่ด้วยตัวหนึ่ง นอกจากสามทหารเสือของเราแล้ว   แต่น้องสาวผมชื่นชมว่า พี่ชายคนรองของเธอสมกับเป็นผู้เชียวชาญเรื่องแมวจริง ๆ บางวันน้องชายผมก็กินไปทะเลาะกับแมวไปราวกับเขาพูดภาษาแมวรู้เรื่องงั้นแหละ 

พูดถึงเรื่องกิน เจ้าไทเกอร์กับเจ้าชีต้าไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่หรอกครับ  มีอะไรให้กินก็กินเพราะมันหิว กินเสร็จแล้วมันก็ไปทำหน้าที่แมว ๆ ของมันต่อ  เห็นผอม ๆ อย่างนั้นเจ้าชีต้ามันกินเยอะเหมือนกันแต่มันไม่อ้วน อาจจะเพราะมันเป็นแมวที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลานั่นแหละรูปร่างมันถึงได้เพรียวอยู่ตลอดเหมือนเสือดาวขนาดเล็ก 

“สงสัยมีพยาธิ” น้องสาวผมตั้งข้อสังเกต

“งั้นพี่ก็ต้องมีด้วยสิ อย่าโมเมพูดน่า พี่ก็กินเยอะนะไม่เห็นอ้วนเลย” น้องชายผมเถียง “บางทีพี่อาจมีจริง ๆ ก็ได้นะ ทำไมไม่ลองกินยาถ่ายพยาธิดูละ”

“ถ้ามันถ่ายพยาธิแล้วอ้วนเหมือนเจ้าหมูละก็ พี่ว่าอย่างนี้ดีกว่านะ ไปเจ้าชีต้า ออกไปเดินเล่นกันดีกว่า” น้องชายผมชวนแมวของเขาแล้วก็ออกเดินนำ เจ้าชีต้าก็เดินตามหลังราวกับรู้ภาษา ท่าทางเขาติดมาจากโทรทัศน์คงจะรายการอะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะฟังดูแล้วเหมือนกับไม่ใช่ตัวเขาเลย น้องชายผมอุ้มแมวหนุ่มของเขาเดินออกจากห้องครัวไป 

“หนักไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะแก” น้องชายผมบ่น เจ้าไทเกอร์ก็กินข้าวเสร็จแล้ววันนี้มันวิ่งไปประจำที่ของมันที่พรมหน้าจอโทรทัศน์ เจ้าไทเกอร์มันเป็นแมวที่ชอบดูโทรทัศน์เสียยิ่งกว่าอะไร นอกจากการออกไปเที่ยวนอกบ้านแล้วก็ดูเหมือนจะมีแต่การดูโทรทัศน์นี่แหละที่ทำให้มันสนใจอยู่กับที่ได้นานที่สุด  โดยเฉพาะเช้าวันเสาร์อาทิตย์ มันนั่งดูโทรทัศน์พร้อมพวกเราได้ทั้งวัน ส่วนวันธรรมดาหลังอาหารมื้อเย็นครับ ก่อนมืดเรียกได้ว่ามันรู้เวลาดีเหมือนกับคนที่ติดละครโทรทัศน์ยังไงยังงั้นทีเดียว พอถึงเวลามันจะมานั่งประจำที่ นอนหมอบจ้องจอตาแป๋ว แล้วก็จากไปตามประสาแมวเมื่อมันเห็นว่ามืดสนิทดีแล้ว แมวมีโลกของพวกมันเหมือนกัน  เหมือนกับโลกส่วนตัวของคนเรานั่นแหละ ของใครของมัน เสียแต่ว่าคนกับคนยังมีโอกาสเล่าให้ฟังได้ว่าไปทำอะไรมา แต่คนกับแมวผมก็หนักใจเหมือนกันด้วยความที่อยากรู้ว่าพวกมันไปไหนกันได้ทุกคืน ๆ แต่ผมไม่รู้ว่าจะคุยกับมันรู้เรื่องยังไงดี เห็นผมลำบากใจอยู่อย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยลองพูดนะครับ ผมเคยพูดดีกับมันด้วยตั้งหลายครั้ง แต่แมวก็ยังเป็นแมววันยังค่ำแหละครับมันพูดภาษาคนไม่ได้หรอก ผมเคยพูด

“คุณไทเกอร์ครับ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเมื่อคืนไปไหนมา” มันร้องตอบเพียง แง้ว ทีหนึ่งแล้วก็เดินผ่านเลยไปเหมือนจะบอกว่า

“ผมไม่คุยกับคนหรอก” อะไรทำนองนั้น ผมละเจ็บใจ ยังอยากแปลงร่างเป็นแมวเสียให้รู้แล้วรู้รอด หากทำได้ ผมอยากรู้ว่าแมวมันมีกิจกรรมอะไรบ้างเหมือนคนเราหรือเปล่า แล้วมันมีผับให้เที่ยวเหมือนเด็กวัยรุ่นสมัยนี้มั๊ย ผมถึงขนาดยอมลงทุนนอนราบอยู่ระดับเดียวกับมันแล้วนะครับ มันยังไม่ยอมคุยกับผมสักคำคิดดูสิครับว่ามันหยิ่งขนาดไหน  เมื่อหมดปัญญารู้ความจริงคนบ้านผมจึงได้แต่เดา ๆ พฤติกรรมของแมวกันไปละครับ ซึ่งผมเองก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจในบางครั้ง แต่น้องสาวผมบอกว่าสนุกดี 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store