NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
แมวซ่าลายเสือ(๑)
หมวด: Life

แมวซ่าลายเสือ(๑)

  • 550
  • 44
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

พ่อของมันเป็นแมวหนุ่มที่มีลายพาดกลอนแบบเสือ เป็นแมวที่ตัวโตมากเมื่อเทียบกับแมวทั่ว ๆ ไป น้ำหนักของมันเกือบสี่กิโลกรัม เรียกได้ว่าดูคล้ายลูกเสือตัวย่อม ๆ เลยทีเดียว เพราะพ่อของมันมาเที่ยวที่บ้านของเราเกือบทุกคืนในตอนนั้น แมวสีดำสนิทตัวหนึ่งของเราจึงได้ตั้งท้องขึ้นมา จึงทำให้มันทั้งสามตัวคลอดออกมาเป็นแมวลายพาดกลอนแบบพ่อของมัน

เป็นตัวผู้ทั้งหมด แถมซนอย่างร้ายกาจ  แม่บอกว่าพ่อแมวตัวนี้เป็นแมวที่แข็งแรงมาก  แมวที่แข็งแรงย่อมให้น้ำเชื้อที่แข็งแรงด้วย  พ่อบอกว่าดีแล้วที่ลูกของมันทั้งสามตัวไม่ติดเชื้อสีของแม่มันไป แม่ของมันเป็นแมวสีดำของบ้านเรา ตัวดำสนิทตลอดตัว ขนที่ดำขลับของมันเป็นเงาเนื่องจากได้รับการดูแลอย่างดีจากพ่อกับแม่ 

“หากพวกมันต้องติดเชื้อสีดำไปจากแม่ของมันอีกสีหนึ่ง  แม่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันจะเป็นแมวที่มีสี มีลายเหมือนอะไร แต่คงไม่น่าดูเท่าที่มันเป็นอยู่ตอนนี้หรอก” 

แม่บอกพวกเรา หลังจากช่วยแมวสาวของแม่คลอดลูกของมันออกมา  

ผมจำได้ว่าหลังจากพวกมันคลอดออกมาได้ห้าวันแม่ของพวกมันก็ตาย ส่วนพวกมันทุกตัวรอดชีวิตหมด พวกเรากลัวมันตายตามแม่มันไปด้วยจึงต้องหาผ้าอุ่น ๆ มาห่อตัวให้มัน เกือบเก้าวันกว่าพวกมันจะลืมตา แต่ทุกวันมันจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องจ้าด้วยความหิว เป็นภาระให้พวกเราต้องหาขวดนมมาป้อนให้พวกมันกินจนพวกมันจะหย่านม ดีที่พวกมันไม่รีบตายไปเสียก่อนแม่บอกว่าลูกแมวเพิ่งเกิดไม่ได้กินนมแม่เลี้ยงยากและมักจะไม่รอด 

ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเลี้ยงแมวเท่าไหร่หรอก เพียงแต่รู้สึกเอ็นดูมันทันทีที่ได้เห็น  น้องชายของผมสิ เขาชอบแมวยิ่งกว่าอะไร เขาละผู้เชี่ยวชาญในเรื่องแมวของบ้าน พ่อบอกว่าน้องชายของผมเป็นหลานรักของย่า แน่ละที่เขาจะได้รับนิสัยรักแมวมาจากย่า 

แม้ว่าพ่อกับแม่จะชอบเลี้ยงแมวแต่เราก็มีข้อตกลงกันเอาไว้ว่า  เราจะเลี้ยงแมวไว้แค่ตัวเดียวเสมอ  เพิ่งจะมาครั้งนี้แหละที่เราตกลงใจพร้อมกันว่าจะเลี้ยงมันไว้ทั้งสามตัว เพราะผมเองก็รู้สึกถูกใจลายสีของพวกมัน  แถมทั้งสามตัวยังเป็นตัวผู้ทั้งหมดด้วยซึ่งข้อนี้ทำให้พวกเรายินดีพิจารณาเลี้ยงไว้อย่างมาก

ไม่มีใครเขาอยากเลี้ยงแมวตัวเมียกันหรอก เพราะมันสร้างปัญหาให้กับบ้านเยอะ มันเหมือนกับที่บางครอบครัวไม่อยากมีลูกสาวนั่นแหละ  เรื่องนี้พวกเรารู้ดีเพราะที่ผ่านมาพ่อไม่เคยสนใจว่าจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย พ่อรับเลี้ยงไว้ทั้งนั้น ขอเพียงให้มันเป็นแมวเถอะ ปีที่แล้วเราจึงต้องมีปัญหากับลูกแมวที่เพิ่มจำนวนขึ้น เนื่องจากแมวหนุ่ม ๆ มาปล่อยเชื้อทิ้งเอาไว้  พอพวกลูกแมวโตขึ้นเราก็ต้องมีปัญหากับขี้แมว เยี่ยวแมวที่เพิ่มจำนวนและกลิ่นมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ จนบ้านแทบจะกลายเป็นโรงเลี้ยงแมว นอกจากนั้นแล้วก็ปัญหาแมว ๆ อีกหลายอย่างที่คนรักแมวเคยประสบนั่นแหละครับ ผมจะค่อย ๆ เล่าไปก็แล้วกัน

ผมยินดีเปลี่ยนใจและลืมเรื่องขี้แมว เยี่ยวแมวไปชั่วคราวครับ เมื่อรู้สึกถูกชะตากับแมวลายเสื้อทั้งสามตัวของเราเข้า  ผมยอมที่จะเจอปัญหาแมว ๆ เหล่านั้นอีกครั้งโดยการขอพ่อเลี้ยงดูมันเป็นพิเศษตัวหนึ่ง  พ่ออนุญาตพร้อมกับความแปลกใจที่คราวนี้บ้านเราไม่ต้องมีปัญหากับการพยายามหาคนมาแบ่งแมวไปเลี้ยง  หรือต้องเอาแมวไปปล่อยวัด

“เอาสิ ลูกจะได้รู้ว่าเวลาที่คนเรามีสัตว์เลี้ยง ที่เราดูแลมันมากับมือจนโตนั้นลูกจะรู้สึกยังไงพ่อพูดอย่างใจดี ลูกแมวของเราคราวนี้ตรงข้ามกับตัวอื่น ๆ เพราะมันน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน  คราวนี้เรามีปัญหากับคนที่อยากได้แมวของเราไปเลี้ยงแทน  ทำไงได้ก็ทุกคนหลงรักพวกมันตั้งแต่แรกเห็นนี่ครับ นั่นก็เลยทำปัญหาให้พวกเราอย่างมาก เมื่อพวกเขาจะมาขอแบ่งพวกมันไปเลี้ยง คนแรกก็เห็นจะเป็นตาหมูเพื่อนบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้านของเรา ซึ่งมีรั้วบ้านติดกัน ซึ่งพยายามเข้ามาทาบทามขอแมวไปเลี้ยงหลายครั้ง

“ไหนบอกไม่ชอบเลี้ยงแมวไงตาหมู” น้องชายผมดักคอ

“แต่ตัวนี้น่ารักวะ ขอตาสักตัวเหอะ” ตาหมูเพื่อนบ้านคนสนิทของพ่อพยายามมาทาบทามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าแมวของเราน่ารักแค่ไหน ทั้ง ๆ ที่ตาหมูมีแมวอยู่แล้วในบ้านตั้งหลายตัว

“แต่ทั้งสามตัวมีเจ้าของหมดแล้วนี่ครับ” น้องชายผมพยายามพูดแบบที่เขาคิดว่านุ่มนวลที่สุด เพื่อไม่ให้ตาหมูแกเสียใจ   แน่ละครับมันมีเจ้าของหมดแล้วจริง ๆ ก็เป็นของพ่อกับแม่ผมตัวหนึ่งของน้องชายผมตัวหนึ่ง แล้วก็ของผมกับน้องสาวอีกตัวหนึ่ง  สาเหตุที่ผมต้องวานน้องสาวช่วยเลี้ยงก็เพราะว่า ผมไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงแมวครับ อย่างน้อยน้องชายผมก็ว่าอย่างนั้น  อีกอย่างผมไม่ค่อยได้อยู่บ้าน หากรอผมกลับมาให้อาหารมันทุกมื้อสงสัยมีหวังแมวผมได้อดตาย ส่วนแมวของน้องชาย เขาบอกว่าในฐานะที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเขาขอเลี้ยงมันคนเดียว ซึ่งไม่มีใครคัดค้าน  ฉะนั้นแล้วแมวของพวกเราจึงไม่เหลือไว้ให้ใครมาขอไปเลี้ยงอีกเลย แม้ว่าจะมีเพื่อนบางคนของพ่อพยายามมาขอมันไปเลี้ยงอยู่ทุกวันในช่วงเดือนแรกก็ตาม

บทที่1

หลังจากเกิดมาได้แค่ยี่สิบวัน  ปัญหาแมว ๆ ที่พวกเราเคยเอือมระอาก็เกิดขึ้น เมื่อลูกแมวสามตัวของเราแข็งแรงพอจะวิ่งไล่จับกันไปทั่วบ้าน  พวกมันไล่ฟัดกันไม่เลือกที่  ทั้งในครัวและห้องนอน หากใครเผลอเปิดทิ้งไว้  ดีนะครับที่บ้านของผมไม่มีใครแพ้ขนแมวจนต้องเป็นหอบหืด ไม่งั้นคงได้เรื่องถึงหมอ เพราะตามผ้าห่มและที่นอนของเรามีขนแมวติดอยู่เต็มไปหมด มีอยู่ครั้งหนึ่งน้องสาวของผมเผลอเปิดประตูห้องนอนของเธอทิ้งไว้ ขณะเดินไปเข้าห้องน้ำตอนเช้า  

“ออกไป๊ เจ้าพวกนี้นี่” เสียงเธอตวาดไล่พวกมันทำเอาพวกเราตื่นกันทั้งบ้าน ผมรีบวิ่งแจ้นไปก่อนใครแต่ยังช้ากว่าน้องชาย แล้วเขาก็ต้องหัวเราะงอหายเมื่อรู้ว่าเจ้าลูกแมวลายเสือทั้งสามตัวเราทำอะไรกันในห้องนอนของน้องสาว พวกมันกระโดดลงไปฟัดกันในตะกร้าใส่ชุดชั้นในของเธอ ไอ้ตัวหนึ่งที่หน้าตาน่าสงสารกว่าเพื่อนกำลังงับชุดชั้นในเธอเสียจมเขี้ยวพร้อมกับสะบัดหน้าไปมาอย่างกับจะให้มันแยกออกจากกัน อีกตัวหนึ่งเมื่อได้กลิ่นพวกเรามันหันมามองทางน้องชายผมตาแป๋ว พร้อมกับส่งเสียง 

เมี๊ยว เมี๊ยว

อย่างกับมันจำเจ้านายมันได้ ขณะที่สองขาหน้าของมันตะกุยกางเกงชั้นในของน้องสาวเล่น ผมว่าเพราะมันไปแตะกางเกงชั้นในลายชินจัง ชั้นในตัวโปรดของน้องสาวผมเข้านั่นแหละ เธอถึงได้หัวเสียแต่เช้า

“ไป๊!! ไปเล่นกันที่อื้นน!! อย่าเข้ามาเล่นกันในนี้ ไอ้พวกนี้นี่  เผลอเป็นไม่ได้ เดี๋ยวแม่..” น้องชายผมเห็นน้องสาวผมยกเท้าหรามาทางแมวของเขา ซึ่งไม่ระวังตัวเหมือนตัวอื่น เขารีบคว้ามันออกไปก่อนที่แมวของเขาจะแบนคาเท้าเจ้าของห้อง  พ่อกับแม่ตามหลังพวกเรามาก็ต้องกลั้นหัวเราะกันแทบแย่  เมื่อเห็นความน่ารักและความซนของเจ้าเสือสามตัว

“ดูสิ หนูเผลอแค่แป็บเดียวเองนะแม่”

“นี่แหละ จะได้จำเอาไว้ว่าคราวหน้าอย่าเผลอลืมอีก” แม่ถือโอกาสสั่งสอน 

แต่นั่นแหละ แม่สั่งสอนพวกเราได้ไม่นานแม่เองก็ต้องหัวเสีย  เมื่อแจกันที่แม่ได้เป็นของฝากจากเพื่อนบ้าน ต้องมาแตกกระจายกลายเป็นเศษแก้วเพราะความซนของลูกแมว แทบจะไม่ทันข้ามวันจากเหตุการณ์ในเช้าวันนั้นด้วยซ้ำ

“นี่ชั้นจะทำยังไงกับพวกแกดีนะ” แม่พูดอย่างเบื่อหน่ายแกมรำคาญ แต่แน่ละในน้ำเสียงก็แฝงแววเอ็นดูอยู่ไม่น้อย

“พ่อจ๋า มาช่วยแม่เก็บกวาดหน่อยได้มั๊ยจ๊ะ” แม่ตะโกนเรียกพ่อที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงม้านั่งหน้าบ้าน พ่อรีบวางหนังสือพิมพ์เดินเข้าไปช่วยแม่เก็บกวาด

“เห็นมั๊ย พ่อว่าพ่อเคยเตือนแม่แล้วว่าอย่าวางเอาไว้ตรงนั้น”

“เออ นึก ๆ ดูก็เราเองนั่นแหละที่เอามาวางไว้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันจะตกลงมาแตกได้ง่าย” แม่พึมพำ แล้วก็ให้อภัยเจ้าตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งวุ่นไปมาอยู่รอบ ๆ ตัวแม่อย่างไม่รู้เดียงสา เจ้าตัวหนึ่งกำลังตะปบชายผ้าถุงของแม่แล้วห้อยโหนเล่น ขณะอีกตัวใช้ปากงับแล้วสะบัดราวกับจะฉีกมันออกจากกัน พ่อบอกว่าตอนนั้นแม่เหมือนกับกำลังนุ่งผ้าถุงที่มีชายห้อยรุ่งริ่งเป็นสัตว์ประหลาดดูแล้วตลกดีไม่น้อย

หลังจากบุกเข้าห้องน้องสาวผมได้สองวันคราวนี้มันก็สบจังหวะ อีกครั้งเมื่อกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือของน้องชายผมได้  ผมว่ามันคงจะหมายตาปลาในโถแก้วเอาไว้หลายวันแล้วละเพราะเป็นมันตัวใดตัวหนึ่งนั่งจ้องปลาในโถแก้วตาแป๋ว แล้วคงมีตัวใดตัวหนึ่งพยายามกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะจนได้

เพล้ง  !!!

ตามด้วยหยดน้ำกระจายบนพื้น ปลาหัววุ้นในโถแก้วโดนลูกแมวทั้งสามตัวไล่ตะครุบกัด ตายเกือบหมด ก่อนที่น้องชายผมจะเข้าไปช่วยไว้ทัน พวกที่เหลือรอดก็ต้องทำใจเพราะมันก็ปางตายจนไม้สามารถว่ายน้ำได้อีก 

“ทำไมมันถึงได้ซนอย่างนี้” แม้ถือไม้กวาดเดินเข้ามาทำความสะอาด ขณะเจ้าสามตัวรีบกระโดดหลบเป็นพัลวันเมื่อในมือแม่กำลังแกว่งไม้กวาดก้านมะพร้าวมัดโต เจ้าตัวเล็กกว่าเพื่อนไม่กลัวภัยที่จะมาถึงมันกระโดดหลบอย่างว่องไว แล้วหันมาตั้งท่าตะปบจับก้านไม้กวาดเล่นซะนี่

“ไป๊ ไป๊  ไปให้พ้นเลยอย่ามาเล่นแถวนี้นะ” แม่บ่น แต่อดขำกับท่าทางไม่ประสีประสาของพวกมันไม่ได้

“อีกหน่อยต้องระวังไว้กว่านี้หน่อยละ มันโตขึ้นทุกวัน ไม่รู้มันจะอาละวาดอะไรอีกบ้าง แม่ว่าต่อไปจานกระเบื้องในบ้านคงไม่เหลือ”  แม่พึมพำขณะเก็บกวาดเศษแก้ว

“งั้นเปลี่ยนเป็นจานสังกะสีเลยดีมั๊ย” พ่อซึ่งได้ยินเสียงรีบเดินเข้ามาเสนอความคิด

“โธ่ แม่ มันแค่อยากกินปลาเท่านั้นเองฮะ” น้องชายผมพยายามแก้ต่างแทนแมวของเขา แล้วเขาก็ช่วยแม่เอาเศษแก้วไปทิ้ง  

“ผมว่าต่อไปเราต้องซื้อปลามาให้พวกมันกินบ้างแล้วละฮะ”

“เอา เข้าข้างกันเข้าไป พ่อผู้เชี่ยวชาญ” แม่เอ็ด ความจริงก็ใช่ว่าพวกมันจะไม่ได้กินอาหารดี ๆ ซะหน่อย ทั้งอาหารสำเร็จรูป อาหารแมว ทั้งปลากระป๋องสารพัดที่น้องชายผมจะสั่งให้พ่อซื้อมาฝากมัน น้องชายผมรู้ว่าแม่พูดประชดไปงั้นแหละ แม่เองก็อดเอ็นดูความน่ารักของพวกมันไม่ได้เหมือนกันอีกอย่างแรก ๆ พวกมันไม่กินอย่างอื่นเลยนอกจากนมเท่านั้น พ่อเคยบอกว่ามันยังไม่ถึงวัยที่จะกินอย่างอื่นนอกจากนม   น้องชายผมเพ่งกลับมาจากเอาเศษแก้วไปทิ้งและเขาเพิ่งแก้ต่างให้พวกมันไปได้แค่ไม่ถึงนาทีเสียงดังอย่างใหม่ก็ดังขึ้นในห้องนอนของเขา

แคว็ก  แคว็ก  

เสียงฉีกกระดาษบาดหูได้ยินถนัดตามด้วยเสียงดินสอปากกาตกกระทบพื้น น้องชายผมรีบวิ่งตรงวิ่งไปที่ห้องของเขา  เขาผิดเองที่ลืมปิดประตู และตอนนี้รูปนักกีฬาคนโปรดของเขา ซึ่งกำลังจะเอาแปะติดไว้ฝาห้อง ถูกเล็บของเจ้าตัวเล็ก ๆ ตะกุยจนฉีกขาด เท่านั้นยังไม่พอพวกมันยังใช้ปากดึงทึ้งกันจนขาดเป็นทางยาว น้องชายผมกับแม่ไปทันตอนที่มันกำลังกัดกระดาษอย่างเมามันกันอยู่พอดี มันสายไปเสียแล้ว..รูปโปสเตอร์นักฟุตบอลอังกฤษแสนรักของเขาโดนฉีกเป็นทางยาวกลายเป็นเศษกระดาษ แม่เล่าว่าครั้งนั้นน้องชายผมแทบจะกระทืบพวกมันแบนคาตีน ดีว่าพวกมันชวนกันหนีออกมาจากห้องได้ทันเวลา อย่างชนิดเฉียดเท้าเขาไปนิดเดียว

ดูเหมือนว่าข้าวของที่แตกหักฉีกขาดง่ายของทุกคนในบ้าน จะพากันแตกหักไปคนละชิ้นสองชิ้น เพราะความซนของลูกแมวสามตัวของเรา แถมมีอยู่ตัวหนึ่งนิสัยประหลาดกว่าเพื่อน มันชอบไปเยี่ยวรดขาโต๊ะในครัว  ทีนี้ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเยี่ยวแมวนะกลิ่นมันย่อย ๆ เสียเมื่อไหร่  แล้วมันเยี่ยวตรงไหนก็ไปเยี่ยวตรงนั้นไม่เคยเปลี่ยน  แม่ต้องคอยเช็ดล้างเยี่ยวของมันอยู่เสมอ จนแม่ต้องห้ามแมวตัวนั้นเข้าครัวเด็ดขาด โดยเฉพาะเวลาที่มันจะเยี่ยว และเวลาที่แม่ทำอาหาร แต่ก็ใช่ว่ามันจะมีที่เยี่ยวที่เดียว  ดีหน่อยที่พ่อหัดให้มันขี้ในกะบะทราบเสียแต่ยังเล็ก ๆ ไม่งั้นเราต้องมีปัญหาขี้แมวเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งแน่นอน  ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือที่หลับที่นอนของพวกมัน ซึ่งมันไม่เคยยอมเลยหากไม่ได้มานานบนกองเสื้อผ้าของพวกเรา หรือบนพรมหน้าจอโทรทัศน์ บางตัวชอบนอนบนโซฟา  ทั้ง ๆ ที่พ่อก็ต่อลังไม้ปูเศษผ้าจนดูน่าอบอุ่นให้พวกมันนอนอยู่แล้ว แต่เราพยายามจะเข้าใจว่าแมวมันก็ต้องการความอบอุ่นเหมือนคนเรานั่นแหละ มันก็อยากจะนอนในที่สบาย ๆ บ้างเหมือนกัน และเมื่อมันโตมาได้สองเดือนกว่า  ดูเหมือนแม่จะบ่นเป็นคนแรกว่าตั้งแต่เลี้ยงแมวมาแมวรุ่นนี้แหละที่ซนที่สุด และทำท่าว่าจะฉลาดกว่ารุ่นไหน ๆ ที่บ้านเราเคยเลี้ยงกันมา  ตรงนี้น้องชายผมดักคอแม่ว่า   

“แม่พูดยังกับว่าแมวเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนอนุบาล” ผมฟังแล้วก็งงเพราะไม่รู้ว่าแมวของเราเหมือนเด็กอนุบาลตรงไหน 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store