NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Perfect Strangers คาเฟ่ย่านประดิพัทธ์ ที่ชอบนัดคนแปลกหน้าให้มารู้จักกันผ่านกาแฟและค็อกเทล
หมวด: Style

Perfect Strangers คาเฟ่ย่านประดิพัทธ์ ที่ชอบนัดคนแปลกหน้าให้มารู้จักกันผ่านกาแฟและค็อกเทล

  • 0
  • 0
Soimilk
ต้องบอกว่านอกจากสนามเป้าและสะพานควาย ที่นับวันจะมีร้านรวงเก๋ ๆ ให้เราได้แวะเวียนจนลืมอารีย์ไปบ่อย ๆ แล้ว หากขับรถมาจนถึงสี่แยกประดิพัทธ์ ก็อยากให้ลองเลี้ยวซ้ายไปสักหน่อย เพราะที่จริงแล้วเส้นประดิพัทธ์เองก็มีอะไรใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ เหมือนกัน อย่างที่เราได้พบคาเฟ่ลับ ๆ แต่ไม่ลึกบริเวณตึกดำ ปากซอยประดิพัทธ์ 14 ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจอย่าง Perfect Strangers นั่นเอง
 
 
Perfect Strangers เพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่เดือน ประมาณช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง ที่เราบอกไปว่าน่าจะเป็นคาเฟ่ลับนั่นเป็นเพราะกว่าเราจะหาทางเข้าได้ก็นานอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อเราเปิดประตูร้านเข้าไป กลับเจอประตูอีกบานหนึ่งปิดอยู่ เลยชะงักเล็กน้อยเมื่อดันเจอประตูบานที่สองอีก ถึงอย่างนั้นเราอยากให้ทุกคนยื่นมือผลักประตูอีกบานเข้าไปเลย แล้วก็จะเจอคาเฟ่ขนาดโอ่โถงอยู่ตรงหน้าแล้วแหละ อย่าลังเลเดินย้อนกลับไปกลับมาแบบเราแล้วกัน เขินคนแถวนั้นแย่เลย
 
โชคดีที่เราไปในช่วงเช้าตรู่จึงยังไม่ค่อยมีลูกค้ามากนัก พอสามารถจับตัวบาริสตาของร้านอย่าง คุณโบว์ลิ่ง-รุ่งทิวา ชัยขวัญงาม และ คุณมายด์-ณัฐวรา พัฒนาเพิ่มพูนสิน มาพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ของร้านให้คลายความสงสัยได้ คุณโบว์ลิ่งเล่าให้เราฟังว่าร้านนี้เป็นของ คุณน้ำ และ คุณอั๋น และหุ้นส่วนรวมทั้งสิ้น 6 คน ที่ตัวคุณน้ำเองก็มีร้าน FLOCK Dessert Bar & Bristo แถวสะพานควายอยู่แล้ว ส่วนคุณอั๋นก็เปิดร้าน Six Degree of Separation ใกล้ ๆ กันเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการบริหารร้านเลย ส่วนที่เลือกเปิด Perfect Strangers ที่นี่ก็เพราะคุณนเำเองบ้านก็อยู่แถวนี้ และบังเอิญมาพบตึกดำพอดี ประกอบกับทำเลนี้ยังไม่ค่อยมีคาเฟ่สไตล์นี้สักเท่าไหร่ คิดว่าที่นี่น่าจะเป็นตัวเลือกใหม่ ๆ ของผู้คนแถวนี้ก็ได้ จึงลงมือสร้างสรรค์ให้ Perfect Strangers เกิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังในทุกวันนี้
 
 
 
ชื่อร้านเองก็เกิดขึ้นมาตามความตั้งใจของเจ้าของร้าน ที่อยากจะให้ลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ลดช่องว่างระหว่างบุคคลให้น้อยลง เพราะเชื่อว่าความสัมพันธ์ของบุคคลที่อยู่ในพื้นที่แบบเดียวกัน ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีได้ นั่นจึงส่งผลไปถึงการตกแต่งร้านด้วย ตั้งแต่ระยะห่างระหว่างโต๊ะที่แคบลงมาอีกนิด เพื่อให้รู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น (แต่ก็ไม่ได้แคบจนรู้สึกอึดอัดนะ) หรือตัวเคาน์เตอร์บาร์เองก็ลดขนาดความกว้างของเคาน์เตอร์ลง เปลี่ยนเครื่องชงกาแฟที่ปกติจะชอบบังหน้าบาริสตากับนักดื่มให้เหมือนมีกำแพงระหว่างกัน กลายเป็นเครื่องตั้งใต้เคาน์เตอร์ ทำให้นักดื่มกับบาริสตาใกล้ชิดเพิ่มขึ้น ส่วนการตกแต่งของร้านก็หยิบจับเอาสิ่งที่ตัวคุณน้ำและคุณอั๋นชอบ ทั้งปูนเปลือย การเลือกใช้วัสดุเป็นโลหะและไม้ เคาน์เตอร์บาร์ของทั้งฝั่งบาร์กาแฟ และบาร์ค็อกเทลที่ทำมาจากโลหะ ซึ่งก็เป็นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกเหมาะสมกับการมานั่งดื่มกาแฟหรือค็อกเทลก็ได้ ผสมกับของตกแต่งโบราณของสะสมของคุณน้ำที่นำมาประดับประดารอบ ๆ ร้านด้วย ก็ทำให้ร้านดูมีเอกลักษณ์และเก๋ไปอีกแบบ
 
อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ถามไม่ได้ว่าทำไมต้องทำประตูสองชั้นแบบนี้ด้วย ทั้งคุณโบว์ลิ่งและคุณมายด์บอกกับเราว่าเป็นกิมมิกของทางร้านที่อยากให้เหมือนเป็นกึ่งคาเฟ่ลับ แต่พอทำไปแล้วก็ได้อานิสงฆ์เรื่องของการกันเสียงเวลามีดนตรีสดตอนกลางคืนอีกด้วย ที่นี่เป็นไลฟ์แบนด์แบบ Pop Jazz มีทุกคืนนะ เจอกันตั้งแต่ 20:00 น. เป็นต้นไปเลย
 
 
ที่นี่เอาใจทั้งคนที่รักกาแฟ และรักค็อกเทล เพราะมาที่เดียวมีให้เลือกทั้งสองอย่าง ในส่วนของเคาน์เตอร์กาแฟนั้นคุณโบว์ลิ่งบอกว่าที่นี่นับได้ว่าเป็นซีเรียสคอฟฟี่เลยทีเดียว เพราะจริงจังกับกาแฟอยู่มาก แถมยังมีกาแฟสไตล์ใหม่อย่าง Coffee Mocktail ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย ความจริงจังเห็นได้ตั้งแต่การใช้ Espresso Machine ของ Mavam จากซีแอตเติล สหรัฐอเมริกากันเลย แถมยังมีถึง 3 หัวเลยด้วย ตั้งแยู่บนเคาน์เตอร์สั่งผลิตพิเศษเข้ากับเครื่องสุด ๆ ตัวกาแฟทางร้านมีเฮาส์เบลนด์ให้ลองถึง 2 ตัวด้วยกัน ตัวแรกจะเป็นคั่วเข้ม เบลนด์ด้วยเมล็ดบราซิลและลาว ส่วนอีกตัวจะนุ่มกว่าหน่อย ออกเข้มกลาง ๆ เบลนด์เมล็ดเอธิโอเปีย โคลัมเบีย และไทย ตัวหลังนี้ทางร้านจะใช้กับอเมริกาโนเป็นหลัก
 
 
ไหน ๆ บาริสตาก็พูดถึง Coffee Mocktail เสียบ่อย เราเลยต้องขอลองสักนิด ต้องบอกว่าที่จริงแล้วที่ร้านมี Coffee Mocktail ให้ลองถึง 8 แก้วเลย แต่เราขอลองแก้วล่าสุดที่เพิ่งครีเอตขึ้นมาอย่าง Y Y (175 บาท) ที่ทางร้านใช้กาแฟ Cold Brew เมล็ดแม่จัน มาผสมกับ White Sangria ทำเองของทางร้านที่ต้มจนไม่เหลือแอลกอฮอล์แล้ว แซงเกรียที่ผสมไวน์ขาว ใบเตย กระเจี๊ยบแดง เจนไมฉะ ส้ม และเลมอน เพิ่มกลิ่นด้วยเฟรนซ์วานิลลาไซรัป ท๊อปด้วยโทนิค แก้วนี้จะเข้ม ๆ หน่อย แต่ขอบอกว่าเปิดสัมผัสใหม่ของการดื่มมาก เพราะชื่นใจและเฟรชดีจริง ๆ เราชอบเลยแหละ เรียกว่าเป็นอีกมิติใหม่ของการดื่มกาแฟได้เลยนะ
 
 
นอกจากนั้น ทางร้านยังมีเมนู Coffee Twist สำหรับคนที่ติดกับกาแฟคลาสสิค แต่ก็เบื่อการดื่มกาแฟแบบเดิม ๆ (เอ๊ะยังไง) ให้เลือกด้วยเหมือนกัน เราลองสั่ง Moon Shrine (140 บาท) ซึ่งทวิสต์มาจากลาเต้ที่เราคุ้นเคยกันดี ตัวนี้เขาเลือกเอานมไปต้มกับเก๊กฮวย เพิ่มความอโรมาด้วยชินนามอน แก้วนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย แต่ส่วนตัวเราว่าลาเต้ที่เข้ม ๆ อาจกลบรสหอม ๆ นมนวล ๆ ของนมเก๊กฮวยไปสักนิด แต่ก็ยังดื่มนุ่ม ๆ และแปลกใหม่ ให้ความรู้สึกใหม่ ๆ ของกาแฟได้
 
 
นอกจากนี้เรายังแอบลองทวิสต์อีกตัว ที่ทางร้านบอกว่าเป็นสเปเชียลทวิสต์เลยอย่าง III Musketeers (195 บาท) เป็นเอสเพรสโซพานาคอตต้าที่สามารถกินได้ 3 แบบด้วยกัน ก็คือกินคู่กับพานาคอตต้าที่เราชอบ เพราะไม่หวานจนเกินไป และเนื้อก็นวลเนียนดีเหลือเกิน วิธีต่อมาคือกินกับคริสปี้กรุบกรอบเพิ่มเท็กซ์เจอร์ใหม่ ๆ และวิธีสุดท้ายคือบีบผิวเลมอนให้น้ำมันในผิวกระจายทั่วพานาคอตต้าจนหอม เป็นอีกหนึ่งถ้วยที่กินสนุกเหมือนกัน
 
 
ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มอย่างกาแฟหรือค็อกเทลเท่านั้น แต่เมนูอาหารเขาก็จริงจังไม่แพ้ใครเหมือนกัน โดยทางร้านได้เชฟต้อม ที่เคยประจำการอยู่ที่ Badmotel มาเป็น Head Chef ของทางร้านด้วย เราลองตั้งแต่ Perfect Strangers Salad (220 บาท) จานสลัดที่ทางร้านเลือกใช้ผักสด และผักดองที่ทางร้านดองเอง เพิ่มโปรตีนด้วยกุ้งสด และแซลมอนที่มาริเนตกับไทม์และโรสแมรี่ และสมุนไพรต่าง ๆ เป็นจานอร่อยง่าย ๆ แต่สดชื่นดี
 
 
 
Duck Confit with Mashed Potatoes (285 บาท) เป็ดส่วนสะโพกนำไปตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศสนานถึง 2 วัน จากนั้นนำไปอบแล้วทอด กินคู่กับมันบดหยาบ และเห็ดผัดกระเทียม ที่เลือกใช้เห็ดแชมปิญองกับชิเมจิ ผัดกับกระเทียมและพาสลีย์ โรยด้วยผงทงคาราชิ และพริกเพิ่มรสชาติเล็กน้อย จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ แป๊บเดียวก็หมดจานแล้ว
 
อีกจานที่เราแทบแย่งกันเพราะดีงามเวอร์คือ Pasta Truffle Cream Sauce (375 บาท) ที่ทางเจ้าของร้านเองก็ชอบกินทรัฟเฟิลมาก จานนี้เราสามารถเลือกเส้นพาสต้าได้ตั้งแต่เพนเน่ สปาเกตตี้ และลิงกวินี่ ใส่ทั้งทรัฟเฟิลขาวและดำ และน้ำมันทรัฟเฟิล โรยหน้าด้วยพาร์เมซานขูด จานนี้หอมทรัฟเฟิลมาก ๆ และครีมมี่สุด ๆ เลยล่ะ
 
 
 
Soimilk Says: เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่มีคอนเซปต์ที่น่าสนใจไม่น้อย แถมเครื่องดื่มแต่ละแก้วก็ครีเอตมาแบบตั้งใจจริง ๆ เราสัมผัสได้จากการดื่มผ่านแต่ละแก้วว่าพวกเขาจริงจังกับการทำคอฟฟี่ม็อกเทล และคอฟฟี่ทวิสต์ขนาดไหน เรียกว่าพยายามหาอะไรใหม่ ๆ มาให้วงการกาแฟไม่น่าเบื่อไปมากนัก และแม้ว่าเราจะไม่ได้ลองค็อกเทลของทางร้าน แต่ถ้าใครอยากมาลองเราขอบอกว่าไม่ต้องรอเวลาเลย เพราะที่จริงก็สามารถสั่งค็อกเทลได้ทั้งวันในช่วงเวลาการขายแอลกอฮอล์นั่นแหละ ส่วนกาแฟสั่งได้จนถึง 19:30 น. นะ (แต่ที่จริงถ้าอยากดื่มตอนดึก ก็ยังได้เหมือนกันนะ)
 
Perfect Strangers ตึกดำ ซ.ประดิพัทธ์ 14 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-24:00 น. โทร. 082-234-8432 BTS สะพานควาย แล้วต่อพี่วิน fb.com/perfectstrangersbkk
 
ข้อมูล : Nath Suppavatee

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store