NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เจ้าเดชน้อย...
หมวด: Life

เจ้าเดชน้อย...

  • 736
  • 44
  • 7
อุษาญาดา

ฉันชื่อพุดจีบ ชื่อที่ไม่เข้ายุคเข้าสมัยอย่างใคร ๆ  ฉันเหมือนคนหลงยุค มีชีวิตอยู่อย่างเงียบเหงาในบ้านไม้ชั้นเดียวริมคลองที่ใกล้จะผุพัง บ้านที่ซินแสชินในตลาดเคยเตือนพ่อว่า

“บ้านลื้อฮวงจุ้ยไม่ดี อยู่ปลายตีนสะพานข้ามคลอง เป็นที่อับ อยู่แล้วจะอับโชคลาภวาสนา ถ้าดวงตกจะพาลื้อซี้ไปด้วยนา สงสารอาพุดจีบอีหน้าตาสวย หน้าผากไม่แคบ เสียแต่ตาอีเศร้า ๆ ไม่เป็นประกาย มาอยู่บ้านอับโชคแบบนี้ อีจะเก๊กซิม ไม่มีคนอุปถัมภ์” 

แม่ได้ยินก็กลุ้มใจ พ่อเลยว่า  “เรื่องดวงเรื่องฮวงจุ้ยมันเป็นเรื่องของคนรวย ๆ คนจน ๆ หาเช้ากินค่ำอย่างพวกเราจะเอาปัญญาที่ไหนไปทำตามวะ ย้ายแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหนกัน เกิดมาแล้วมีใครบ้างที่ไม่ตายวะ”

แล้วพ่อก็ตายเพราะสามล้อที่พ่อขับถูกรถบรรทุกสิบล้อชนยับแทบไม่เหลือชิ้นดี ใกล้ปากซอยจะเข้าบ้านนี่เอง แม่ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่แล้วก็ตรอมใจตามพ่อไป ทิ้งฉันไว้คนเดียวมาหลายปี คนละแวกใกล้ตีนสะพานนี้ทยอยย้ายกันไปทีละหลัง แทบไม่มีใครอยากผ่านมาทางนี้  ชาวบ้านเอาไปร่ำลือว่า เป็นที่อัปมงคล มีแต่ลูกค้าไม่กี่คนที่ยังเข้ามารับพวงมาลัยดอกไม้ที่ฉันร้อยขายส่งราคาถูกกว่าเจ้าอื่น

ฉันนั่งมองสายน้ำในลำคลองที่มีระลอกคลื่นกระเพื่อมเคลื่อนไหว ระลอกแล้วระลอกเล่า ความหลังครั้งเก่าผุดพรายขึ้นมาเสมือนเงาตามหลอนหลอก ผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำที่เดินข้ามสะพานข้ามคลองจากฝั่งโน้น และเดินเข้ามาในชีวิตฉัน

”พุดจีบ…คุณเหมือนผู้หญิงโบราณที่อ่อนหวาน ละเมียดละมุนตา ผมเหมือนตกอยู่ในความฝันเมื่อได้อยู่ใกล้คุณ คุณสวยเหลือเกินพุดจีบ นางฟ้าของผม”

ถ้อยคำอ่อนหวานนั้นช่างจับใจจนฉันถลำไปทั้งใจกาย  และได้เรียนรู้ว่า นรกนั้นมีอยู่จริง สัตว์นรกก็อยู่ในคราบมนุษย์ที่ดูดีเพียงเปลือก ข้างในนั้นน่ารังเกียจชิงชังยิ่งกว่าตัวเหี้ยที่ผู้คนเหยียดหยามชิงชังมัน

ฉันออกมานั่งรอเจ้าเดชเพื่อนร่วมโลกของฉันที่หายหน้าไปสามสี่วันแล้ว มันไม่เคยหายไปเลยนับตั้งแต่มันมานอนเจ็บที่นี่หลายวัน  ‘แกหายไปไหนนะเจ้าเดชน้อย  มีใครทำร้ายแกอีกหรือเปล่า’

ภาพตัวเงินตัวทองตัวเล็ก ๆ ที่ถูกทุบตีทำร้ายมาเมื่อครั้งกระโน้นยังติดตาฉัน มันมานอนแอบตรงพุ่มไม้ใกล้ริมตลิ่ง ทีแรกที่เห็นมันฉันสะดุ้งโหยง หยิบไม้ใกล้มือกำลังจะฟาดมัน หากมันเข้ามาทำร้าย มันเองก็คงตกใจ พยายามจะกระเสือกกระสนหนีไปจากตรงนั้น แต่มันเจ็บหนักจนเคลื่อนไปไหนไม่ไหวอีกแล้ว นาทีนั้นฉันเกิดความเวทนาสงสารมันที่สุด รีบไปหาเศษเนื้อให้มันกิน มันก้มลงกินอย่างหิวโหย แล้วนอนซมอยู่ตรงนั้นอีกหลายวัน  ตอนนี้มันโตมากแล้วยาวเกือบสองเมตร บางคนตกใจนึกว่าเป็นจระเข้ก็ชอบไล่ตีมันจนเจ็บอีกหลายครั้ง ทั้งที่มันแสนเชื่องและขี้อ้อน มันจ้องตาฉันเหมือนเด็ก ๆ ที่มาขอของกิน ชอบให้ฉันป้อนอาหารให้มันถึงปาก มันแทบจะเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป ไม่ได้หากินเอง แต่ชาวบ้านกลับหาว่ามันไปขโมยไก่กิน ฉันป้อนไก่ให้มันกินจนอิ่มทุกวัน มันไม่ต้องลำบากลำบนหากินเองอีกแล้วตั้งแต่วันนั้น คนต่างหากที่ไปขโมยไก่ชนมีราคาแล้วใส่ร้ายป้ายสีมัน  

ฉันไม่รู้จะไปตามมันที่ไหนดีเพราะแถวนี้มีแต่ต้นไม้ใหญ่รกร้าง กอหญ้ากอกกขึ้นรกไปหมด  

‘แกคงไม่ได้ไปไกลถึงท้ายคลองนั่นหรอกนะ แถบโน้นมีบึงน้ำ มีป่ารก ป่ากก วัชพืชขึ้นเป็นดง แทบไม่มีผู้คนอยู่ แล้วแกจะหากินได้อย่างไร’

ควันธูปลอยคลุ้ง ฉันถวายเครื่องเซ่นบนเจ้าแม่ไทรทองที่ริมคลอง ขอให้เจ้าเดชน้อยอยู่รอดปลอดภัย ถ้ามันได้กลับมา ฉันจะเรียกชื่อมันอย่างเดิมว่า ตุ๊ดตู่เพื่อเป็นมงคล ไม่เรียกเดชน้อยอีกแล้ว ไม่ให้เป็นอัปมงคลตามชื่อไอ้คนชั่วช้าสารเลว ไอ้อัครเดชคนนั้น!

อุษาญาดา

ภาพ I’m Arts(ศิลปากร)

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store