NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ละติจูดที่ 9
หมวด: Funny

ละติจูดที่ 9

  • 580
  • 2
  • 1
RamonaSays

เวลาอกหัก คนมักไปทะเล แต่ฉันเลือกที่จะมาหาภูเขา 

เทือกเขาสูงใหญ่ยืนตระหง่านรอผู้มาเยือนอยู่เบื้องหน้า ฉันเริ่มหายใจหอบแรง นึกหวั่นในอกเมื่อเห็นเส้นทางเดินมีความชันขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาลองเดินป่าขึ้นเขา ยิ่งเดินก็ยิ่งถามใจตัวเองว่า ตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่มาที่นี่ แทนการไปย่ำผืนทรายริมชายหาด แต่อีกใจก็ไม่อยากไปเพิ่มภาระให้กับท้องทะเล ที่ต้องมาปลอบประโลมคนเศร้าอย่างฉันเพิ่มขึ้นอีกคน 

‘รู้ได้ยังไงว่ามีแต่คนเหงาคนเศร้าเท่านั้นที่ชอบไปทะเลกัน คนมีความสุขก็ไปนะ’ คำพูดของเขาที่โต้ตอบคำที่ฉันมักพูดอยู่บ่อยครั้งก้องอยู่ในหัว ก็คงจะจริง เขาไปฉลองความสมหวังในความรักหลังขอผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนรัก ผู้หญิงที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ ที่อยู่ๆ เธอก็โผล่เข้ามาแล้วเข้าไปนั่งกลางใจเขา ทั้งที่ตลอดมาเขาทำเหมือนปลาบปลื้มในตัวฉัน เป็นห่วงเป็นใย ราวกับฉันเป็นนางในดวงใจ เขาสร้างความประทับใจจนฉันรู้สึกดี ฉันเฝ้ารอฝันที่เขาจะพูดอะไรบางอย่างกับฉัน แต่เขากลับปล่อยให้ความสัมพันธ์อยู่ในความคลุมเครือ จนวันหนึ่งฉันไม่อยากต้องทนอึดอัดอีกต่อไป จึงจะพูดกับเขาตรงๆ แต่ยังไม่ทันพูด เขาก็พูดบางอย่างออกมา และนั้นทำให้ฉันต้องมาเดินอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่นี่ พร้อมแบกความรู้สึกเศร้าและไม่เข้าใจไว้ในอก ฉันมั่นใจว่าตนเองก็เป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมที่สุดคนหนึ่ง แต่ทำไมเขากลับเลือกที่จะไปรักคนอื่น เพราะอะไร...

ข้างหน้าฉันตอนนี้มีนักเดินป่าสามี-ภรรยาวัยกลางคนสองคู่ ที่ซื้อทริปร่วมเดินทางมาชื่นชมผืนป่าเขาหลวง-หลังคาแดนใต้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ กับฝรั่งแก่ๆ คนหนึ่ง ที่สิงอยู่ในร่างกายของชายวัยฉกรรจ์ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำแดด พวกเขาย่ำเดินด้วยก้าวที่มั่นคง ไม่ออกอาการเหนื่อยหอบ โดยมีลุงทอง-คนนำทาง ที่พาลูกหาบอีกสี่คนมาดูแลพวกเรา นำขึ้นสู่ยอดเขาสูงเสียดฟ้า

  ระหว่างทางที่ชันขึ้นเรื่อยๆ เราก็พบกับความงดงามของพันธุ์ไม้โบราณแปลกตาอย่างมหาสดำ และลานเฟิร์นสูงเทียมเข่า ทุกสิ่งรอบตัวเราราวกับฉากป่าโบราณในเทพนิยาย มอสขึ้นเขียวครึ้มหุ้มรอบลำต้นของไม้ใหญ่และเถาวัลย์เหมือนต้นไม้ใส่เสื้อ จมูกสูดดมความชื้นเข้าเต็มปอด รู้สึกสดชื่นแม้ยังไม่เห็นแหล่งน้ำ พวกเราเดินกันค่อนวันจึงมาถึงธารน้ำที่ทอดตัวมาจากบนเขาลงสู่ที่ต่ำเบื้องล่าง ความเหนื่อยล้าถูกสะบัดทิ้งหลังวักน้ำขึ้นดื่ม ล้างหน้า ลูบคอลูบแขน ฝรั่งร่างยักษ์วางเป้ ถอดรองเท้ากองไว้ แล้วกระโจนลงน้ำบริเวณที่เป็นแอ่งถัดลงไปจากที่ฉันนั่งดื่มน้ำ คนอื่นๆ ต่างพากันเลือกแอ่งน้ำเพื่อหย่อนขาแช่น้ำ ลุงทองแจ้งว่าที่ตรงนี้จะเป็นที่พักคืนแรกของพวกเรา เสียงสามี-ภรรยาคู่หนึ่งโฮ่ร้องดีใจ สีหน้าบ่งบอกถึงความหลงใหลธารน้ำตกแห่งนี้มากกว่าใคร เห็นแล้วก็ยิ้มออกมาได้ เป็นการยิ้มครั้งแรกของวันนี้ ฉันหันมองไปรอบๆ แดดสุดท้ายกำลังล่าถอยออกจากผืนป่า

หลังมื้ออาหารเย็นที่แสนอร่อย เราต่างหาต้นไม้ลำต้นแข็งแรงจับจองผูกเปลนอน ขึงฟลายชีตไว้เหนือเปล เสียงพูดคุยถึงแดนสวรรค์แห่งนี้ของสองสามี-ภรรยาผู้รักสายน้ำดังขึ้นเป็นระยะ และไม่นานก็เงียบไป เสียงคนอื่นๆ ก็เงียบลงตาม อาจเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวันกำราบเราจนสิ้นฤทธิ์ มีเพียงเสียงกรนเบาๆ จากเปลของฝรั่งร่างยักษ์ ซึ่งอยู่ห่างจากฉันไปราวห้าเมตร ฉันหลับตาบ้าง ไม่นานก็ไหลล่องไปกับห้วงนิทรา

แสงเช้าสาดกลับเข้ามายังผืนป่า อากาศเย็นจากหมอกลง กองไฟถูกปลุกให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งจากหัวพ่นไฟ น้ำในกาเดือดพล่าน ลุงทองยกกาขึ้นรินน้ำลงแก้วที่มีผงกาแฟทรีอินวันอยู่ก้นแก้วทีละใบ ไอความร้อนยืดตัวลอยขึ้น กลิ่นของกาแฟหอมฟุ้ง แก้วกาแฟถูกแจกจ่ายให้นักเดินทาง ฉันยกแก้วขึ้นจิบ สองสามี-ภรรยาผู้รักสายน้ำบอกกล่าวการตัดสินใจที่จะไม่เดินทางต่อพร้อมพวกเรา แม้ลุงทองจะบอกว่า เดินขึ้นเขาไปอีกราวสามชั่วโมงก็จะพบกับหมู่เอื้องสายเสิร์ต ซึ่งถือเป็นราชินีแห่งกล้วยไม้ของเขาหลวงแห่งนี้ ซ้ำยังจะได้เจอหัวใจของผืนป่าอย่างดอกบีโกเนียอีกด้วย และหากโชคดีอาจได้พบกับกล้วยไม้ตระกูลสิงโต ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พบยาก กระนั้นทั้งสองก็ยังยืนยันว่าจะขออยู่ที่แดนสวรรค์แห่งนี้ แม้จะมีแดนสวรรค์ที่สวยงามกว่านี้ แต่ก็พอใจแล้วกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ฉันฟังแล้วอดนึกเสียดายแทนไม่ได้ แต่ในเมื่อพวกเขายืนกรานอย่างนั้นลุงทองก็ต้องตามใจ โดยแบ่งลูกหาบสองคนให้อยู่ดูแลและพากลับลงเขาหากดื่มด่ำกับธรรมชาติจนหนำใจแล้ว และหนึ่งชั่วโมงถัดมา พวกเราก็บอกลาสองสามี-ภรรยา ขณะเดินจากมา ฉันเห็นทั้งสองลงแช่น้ำด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

แล้วก็จริงอย่างที่ลุงทองว่า ราวสามชั่วโมงเศษเราก็พบกับแดนสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง กล้วยไม้ดอกสีขาวยาวระย้า ทิ้งตัวลงจากคาคบไม้ มองไปทางไหนก็เห็นแต่พวงเอื้องสายเสิร์ต พวกเราต่างรีบควักกล้องและมือถือแยกย้ายกันถ่ายรูปเก็บความสวยงามของเอื้องน้อยไว้เป็นที่ระลึก ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึก กลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นดินชื้นฝนตลบไปทั่วบริเวณ และหากสังเกตดีๆ ไม่ได้มีแต่เพียงเอื้องสายเสิร์ตเท่านั้น กล้วยไม้ตระกูลเอื้องอีกหลากหลายสายพันธุ์ ต่างพากันอวดโฉมสร้างความสุขให้แก่ผู้มาเยือน คนที่สุขที่สุดน่าจะเป็นสองสามี-ภรรยาผู้รักกล้วยไม้ป่า ที่เอ่ยปากชมไม่หยุด และที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจไม่เดินทางไปต่อ จะอยู่ค้างแรมที่นี่ เพื่อค้นหากล้วยไม้พันธุ์อื่นที่อาจซ่อนตัวอยู่ไม่ห่างจากบริเวณนี้ และอีกเช่นเคย ลุงทองได้บอกทั้งสองว่า หากเดินต่อไปอีกเพียงครึ่งวันก็จะถึงยอดเขา แดนสวรรค์ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ใครต่อใครสู้อุตส่าห์บากบั่นเพื่อไปยืนตรงนั้นในนามของผู้พิชิต กระนั้นสองสามี-ภรรยาก็ยังปฏิเสธที่จะไปกับเรา ฉันพยายามหว่านล้อมพวกเขา พูดถึงสิ่งที่ดีกว่า แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่นึกเสียดายด้วยเหตุผลที่ว่า พวกเขาพอใจกับแดนดอกไม้ป่าแห่งนี้แล้ว และที่สุดลุงทองก็ยอมตามใจพวกเขา สั่งให้ลูกหาบสองคนคอยดูแลและพาลงเขาหากพวกเขาเต็มอิ่มกับที่นี่แล้ว

และในตอนนี้ ก็คงเหลือเพียงฉัน ฝรั่งร่างยักษ์ และลุงทอง ซึ่งตั้งใจมุ่งหน้าเดินทางต่อไปยังยอดเขา ระหว่างทาง ฉันต้องต่อสู้กับความชันของเส้นทางไปตลอด หลายต่อหลายครั้งที่หัวใจอยากสั่งให้เท้าหยุดเดิน แต่เพื่อจะได้เป็นผู้พิชิตขุนเขา ฉันจึงพยายามฝืนเดินต่อไป เหนื่อยก็หยุดพัก นับหนึ่งถึงสามแล้วกัดฟันเดินต่อ ช่วงที่ต้องป่ายปีนขึ้นเนิน แขนยาวๆ ของฝรั่งร่างยักษ์ก็ยื่นลงมาช่วยดึงฉันซึ่งมีเป้ใบใหญ่เกาะแน่นอยู่ที่หลังขึ้นไป พละกำลังแขนของเขาแข็งแกร่งราวกับคนหนุ่ม และเมื่อเขาดึงฉันขึ้นเนินไปได้ ลุงทองก็บอกให้นั่งพัก และตอนนั้นเองที่ฉันเห็นว่า ฝรั่งร่างยักษ์นั้นไม่ใช่ชายแก่อย่างที่คิดไว้แต่แรก หนวดและเคราที่ขึ้นรกครึ้ม ประกอบกับเส้นผมสีน้ำตาลหยักศกซึ่งถูกรวบมัดจุกไว้ที่ด้านหลังอย่างลวกๆ แลดูกระเซอะกระเซิง ทำให้เขาดูแก่กว่าวัย เขายิ้มให้ฉันอย่างให้กำลังใจ เป็นครั้งแรกที่เราได้มองหน้ากันเต็มตา อาจเพราะความเศร้าและเบื่อหน่ายโลก ทำให้ฉันไม่อยากสุงสิงกับเพื่อนร่วมทริป จนปิดโอกาสที่พบมิตรภาพใหม่ๆ ที่อาจทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ฉันกล่าวขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือเป็นภาษาอังกฤษ ได้รู้ข้อมูลของเขาพอสมควร เขาชื่อปีเร่ เป็นชาวสเปน หลงใหลการเดินป่า ไปมาแล้วเกือบทั่วโลก และเมืองไทยก็เป็นหมุดหมายล่าสุด เขาชอบเลข 9 ขุนเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนละติจูดที่ 9 จึงเลือกทำความรู้จักประเทศไทยผ่านยอดเขาแห่งนี้ ฉันแนะนำตัวเองออกไปบ้าง แม้จะกระท่อนกระแท่นแต่ก็พยายามพูดสื่อสารให้เข้าใจมากที่สุด ฉันชวนเขาคุยอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย เขาได้แต่หัวเราะ พยักหน้า แล้วส่งยิ้มเป็นคำตอบ ดูเหมือนเขาจะประหยัดคำพูด

เรารีบจ้ำเดินเพื่อให้ถึงยอดเขาก่อนค่ำ แต่ที่สุดก็ไม่ทัน ความมืดค่อยๆ โรยตัวลงปกคลุมผืนป่า เราต่างรีบค้นหาไฟฉายออกมาส่องทาง ลุงทองกำชับให้เดินชิดกัน เพราะหากใครสักคนเดินทิ้งระยะห่างจากคนข้างหน้า จะถูกความมืดกลืนหายไป ได้ยินอย่างนั้นฉันถึงกับหวั่นวิตก มือหนึ่งกำไฟฉายแน่น ส่วนอีกมือคว้าเป้ของปีเร่ไว้ ก้าวเดินของเขาทั้งยาวและฉับไวจนฉันเดินตามจนเหนื่อย แล้วก็เกิดเหตุขึ้นจนได้ มือฉันหลุดจากการเกาะเกี่ยวเป้ของเขา ฉันใจหายยืนนิ่งไม่กล้าก้าวต่อเกรงจะหลุดออกนอกเส้นทาง ฉันเห็นแสงวอมแวมจากกระบอกไฟฉายของเขาห่างออกไปราวสองถึงสามเมตร แต่วินาทีถัดมาแสงนั้นก็หายไป ฉันตัดสินใจตะโกนเรียกพวกเขา อึดใจต่อมาแสงจากกระบอกไฟฉายของใครสักคนก็ย้อนกลับมา พร้อมกับท่อนแขนของใครสักคนยื่นมาตรงหน้า เป็นท่อนแขนของปีเร่ ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้แล้วพาเดินต่อไป เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็เลี้ยวขวา ผ่านต้นไม้ใหญ่และลงเนิน มิน่าเล่า แสงไฟของเขาถึงได้หายไปก่อนหน้านี้ 

ราวครึ่งชั่วโมงลุงทองก็หยุดเดิน สำรวจหาพื้นที่ผูกเปล เหลือเพียงเราสามคน ทั้งเรื่องการกินการนอนจึงไม่ยุ่งยากนัก อาหารมื้อเย็นถูกเนรมิตขึ้นอย่างง่ายด้วยฝีมือของลุงทอง ปีเร่ได้ฝึกหุงข้าวจากลำไผ่เป็นครั้งแรก ฉันเห็นกระบอกไม้ไผ่พลันนึกถึงกระบอกข้าวหลามที่หนองมน แล้วจู่ๆ ก็ไพล่นึกต่อไปถึงกลุ่มคนที่พยายามเร่งไฟเผาข้าวหลามให้สุกทันขายให้ลูกค้า ลนลานเหมือนปีเร่ไม่มีผิด เขาคงหิวมาก ลุงทองเดินลงไปเอาน้ำจากแอ่งน้ำซับไม่ห่างจากที่พักมาให้ หลังอิ่มหนำกับมื้ออาหารแล้ว ลุงทองบอกว่า พรุ่งนี้เราจะตื่นกันก่อนสว่างเพื่อเดินขึ้นสู่ยอดเขา ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง เราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นั่น ฉันยิ้มให้กับความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ปีเร่เอ่ยชวนไปยังพื้นที่โล่งห่างจากจุดผูกเปลราวสิบห้าเมตร เป็นเชิงหน้าผาสูง เราทรุดลงนั่งเมื่อเดินถึง ฉันแหงนมองท้องฟ้า เห็นเพชรเม็ดเล็กๆ กระจายเกลื่อนบนผืนผ้าสีดำสนิท ลุงทองชวนปีเร่คุยโดยให้ฉันเป็นล่าม  ถามเขาว่าเท่าที่เดินมาทั่วโลกชอบป่าที่ไหนมากที่สุด คำตอบของเขาชวนให้นึกแปลกใจ 

“อันนาปุรณะ หรือไม่ก็เอเวอร์เรสต์ที่เนปาล สวยกว่าที่นี่เยอะเลยนะคะ คุณไม่ชอบเหรอ” ฉันถามต่อ เขาส่ายหน้าแล้วยิ้ม ฉันไม่ค่อยเข้าใจนัก ภูเขาสวยติดอันดับโลกเหตุใดจึงไม่อยู่ในใจเขา  

ลุงทองลุกขึ้นเดินกลับไปยังที่พัก ทิ้งตัวลงเปลนอน ปล่อยเราสองคนไว้กับสายลมเย็นที่เริ่มหอบเอาละอองฝนมา ปีเร่รีบยกมือถือขึ้นถ่ายตัวเองกับฉันโดยมีฉากหลังคือหมู่ดาวก่อนที่ฝนจะเดินทางมาถึง ที่เชิงหน้าผานี้มีสัญญาณโทรศัพท์นั่นแปลว่าเราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ เขาอัพโหลดภาพเราขึ้นเฟซบุ๊กทันทีหลังเขียนแคปชั่นเสร็จ แล้วส่งให้ฉันดู

‘Miracle in Latitude 9’

ก่อนที่เราจะเอ่ยชวนกันกลับไปเข้านอนฉันถามเขาว่า นอกจากผืนป่าที่นี่แล้ว ยังมีอะไรที่มิราเคิลสำหรับเขาอีกไหม หนนี้เขาไม่ประหยัดคำพูดอีกแล้ว

คำตอบของเขาทำเอารู้สึกอุ่นร้อนอยู่ในอก ฉันพยายามที่จะไม่ยิ้มออกไป...

 

ภาพ : ถ่ายเอง

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store