NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เธอต้องมีชีวิตอยู่ (Ep.3 of 4)
หมวด: Life

เธอต้องมีชีวิตอยู่ (Ep.3 of 4)

  • 533
  • 0
  • 0
RamonaSays

แสงเช้ากระทบปลายด้ามขวานร้อนแรงไม่แพ้ที่เมืองหลวง ฉันยกมือขวาขึ้นบังสายตาจากแสงแดดที่สาดจ้าลงมา ขณะขาค่อยๆ ก้าวลงบันไดรถทัวร์ลงพื้นซีเมนต์เบื้องล่าง ฉันหิ้วกระเป๋าผ้าสีครีมลายดอกกุหลาบสีแดงใบขนาดย่อมเดินตรงไปหลบในร่มชายคาของศาลาพักผู้โดยสาร ราวไม่เกินห้านาทีเสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาหงายหน้าจอดู ชื่อของเพื่อนรักก็ปรากฏขึ้น จึงรีบกดปุ่มรับสาย แต่แล้วก็มีเสียงทุ้มนุ่มนวลของผู้ชายกรอกคำทักทายและถามว่าฉันอยู่ตรงไหน แม้จะรู้สึกแปลกใจที่ไม่ใช่เสียงของเพื่อนรัก แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเธออาจไหว้วานใครสักคนมารับฉันแทน ฉันรีบบอกพิกัดที่ยืนอยู่กลับไป ชั่วอึดใจหนึ่งพบชายร่างสูงผอมในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีฟ้าอ่อน กางเกงยีน โดยมีหญิงสาวร่างบอบบางในชุดเดรสสีน้ำเงินลายจุดสีขาวเดินเคียงข้าง ก้าวเข้ามาหาฉัน ทั้งสองแนะนำตัว เอ่ยคำทักทายแล้วยิ้มกว้าง

จากคำบอกเล่าของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วคล้ายนกแก้ว ขณะที่พวกเรากำลังนั่งอยู่ในรถกระบะสี่ประตูเคลื่อนที่ออกจากสถานีขนส่งไปบนถนนกว้างสี่เลน ทำให้ฉันรู้ว่าทั้งสองเป็นหลานของสามีของเพื่อนรัก ซึ่งรับอาสามารับแทน ส่วนเพื่อนรักนั้นเธอกำลังจัดเตรียมอาหารรอรับอยู่ที่บ้าน หลังฉันพยักหน้ารับรู้และยิ้มให้ เสียงสนทนาจึงจบลง ฉันหันหน้ามองผ่านกระจกออกไปยังข้างทาง ผู้คนยังใช้ชีวิตปกติ เคลื่อนไหวไปตามการเดินทางของเข็มนาฬิกาบนหน้าปัดวงกลม

ขับออกมาได้ราวครึ่งชั่วโมง จู่ๆ หนุ่มโชเฟอร์ก็หยุดรถกะทันหัน เบื้องหน้าของเรามีกลุ่มคนหลายสิบคนยืนอยู่เต็มพื้นที่ถนน โชเฟอร์หันมากำชับให้เราสองคนอยู่แต่ในรถแล้วเปิดประตูออกไป ราวสิบห้านาทีเขาก็กลับมาพร้อมสีหน้าไม่สู้ดี ร้านน้ำชาถูกวางระเบิด เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเสียชีวิต ซึ่งเขาเป็นลูกชายของเจ้าของร้านนั่นเอง 

เล่าเรื่องจบโชเฟอร์ถอนใจออก สีหน้าหดหู่ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเสียงปืนแตก เหตุการณ์ความไม่สงบยิ่งร้อนระอุยิ่งขึ้น ทุกปรากฏการณ์ทางการเมือง จะต้องมีคนเจ็บคนตาย ได้แต่หวังว่าถึงวันนั้น คงไม่มีเหตุการณ์อะไรให้ต้องเศร้าสลดหดหู่ เขาบ่นพึมพำอีกเล็กน้อยพลางทอดถอนลมหายใจแล้วเข้าเกียร์เพื่อเคลื่อนรถไปข้างหน้า หญิงสาวเงียบกริบถอนใจตาม ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าในกลุ่มชาวบ้านที่ยืนอยู่นั้น มีทหารห้านายเดินกระชับปืนไว้ในมือ เดินตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ ในพื้นที่นี้ การเห็นทหารถือปืนเป็นเรื่องปกติ รถค่อยๆ เคลื่อนผ่านหน้าร้านซึ่งพังเสียหายจากแรงระเบิด หญิงร่างอ้วนคนหนึ่งนั่งร้องห่มร้องไห้อย่างคนเสียสติ ฉันคิดว่าเธอคงเป็นแม่ของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น เธอกรีดร้องโหยไห้เป็นที่น่าเวทนาต่อทุกสายตาที่อยู่ตรงนั้น โดยมีหญิงชายสามสี่คนช่วยกันโอบกอดอย่างปลอบประโลมอยู่ใกล้ๆ ด้วยความรู้สึกของคนเป็นแม่ ฉันรู้ว่าเธอเจ็บปวดใจแค่ไหน

รถแล่นเข้าสู่ถนนโล่งกว้างคดเคี้ยวเหมือนงูกำลังเลื้อย ทั้งสองข้างทางรกครึ้มไปด้วยพรรณไม้ทั้งเล็กและใหญ่นานาชนิด แลดูสดชื่นรื่นรมย์ คล้ายเป็นสิ่งปลอบใจจากธรรมชาติที่มอบให้ หากแต่มันไม่สามารถทำให้ความรู้สึกหดหู่ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ลดเลือนลงได้ ราวไม่เกินยี่สิบนาที รถก็ชะลอตัวแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยแคบอีกประมาณร้อยเมตร และไม่นานรถก็เคลื่อนเข้าไปจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านไม้สองชั้นสีเหลืองซีดเก่าหลังหนึ่ง ฉันมองดูพลางคะเนในใจ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ราวๆ ๕๐-๖๐ ตารางเมตร บริเวณรอบบ้านปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ดอก ไม้ผล ไม่ต่างจากบ้านหลังอื่นๆ ที่เพิ่งผ่านสายตามา

เมื่อเราทุกคนลงจากรถ หญิงสาวเอ่ยเชิญชวนให้เข้าบ้าน ฉันเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย ส่วนชายหนุ่มถือกระเป๋าฉันแล้วเดินสำรวจความเรียบร้อยของรถ จากนั้นจึงเดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย

กลิ่นแกงกะทิโชยออกมาจากตัวบ้าน  “น้าขวัญคงกำลังทำอาหารอยู่ในครัวมั้งคะ” หญิงสาวคงได้กลิ่นหอมของแกงจึงหันมาพูดกับฉัน “น้าสาจะเข้าไปทักทายน้าขวัญในครัวก็ได้นะคะ เดินเข้าไปในบ้าน ครัวอยู่ทางด้านซ้ายค่ะ” เสียงเล็กๆ บอกทางพร้อมผายมือเข้าไปในบ้าน ฉันยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปตามทางที่เธอบอก

ฉันพยายามเดินอย่างระวังกิริยา ค่อยๆ ย่างก้าวเข้าไปในครัว หัวใจเต้นอย่างลุ้นระทึกเมื่อเราจะได้พบกันเป็นครั้งแรก หน้าตาเธอจะเปลี่ยนไปจากภาพจำในวัยสาวแค่ไหนนะ ฉันแอบวาดภาพเธอขึ้นอย่างลวกๆ ในใจ แต่เมื่อโผล่หน้าเข้าไปฉันถึงกับตกตะลึง หญิงคนหนึ่งกำลังหันหน้าเข้าเตาแก๊ส ในมือถือทัพพีตักน้ำแกงขึ้นชิม เธอหันมาทันทีคล้ายรู้ว่ามีคนยืนอยู่ทางด้านหลัง เมื่อสายตาเราทั้งสองพบกัน หัวใจฉันเต้นโครมแทบกระเด็นออกมานอกอก ออกอาการประหม่าพอสมควร เธอรีบยิ้มกว้างให้ฉันโดยไม่มีอาการเคอะเขินของการพบกันครั้งแรก แม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่รอยยิ้มของเพื่อนคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เธอยิ้มให้ฉัน แต่ฉันกลับนิ่งอึ้ง ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เธอหันไปปิดแก๊สแล้วมาหาฉัน จับมือฉันแล้วพูด

“ในที่สุดเราก็ได้พบกันซะทีนะสา” ฉันร้องไห้อย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ทันทีที่สิ้นประโยคของเธอ เธอเอื้อมมือมากุมมือฉันแล้วบีบไว้แน่น ฉันพยายามสะกดกลั้นอารมณ์หลายๆ อย่างที่กำลังจะพุ่งพล่านออกมาเอาไว้ สูดลมหายใจลึกเข้าปอด แล้วผ่อนมันออกมา น้ำตาไหลรินออกจากขอบตา ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาจากแก้มทั้งสองข้าง เงยหน้ามองเพื่อนรัก เธอชวนฉันออกไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ฉันจึงเดินตามเพื่อนออกไป หนุ่มสาวสองคนเดินสวนเข้ามา ช่วยกันจัดแจงเตรียมสำรับอาหาร แล้วยกตามออกมา

(อ่านต่อตอนหน้า)

ภาพ https://thegiantrabbit.wordpress.com/2015/06/26

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store