NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เที่ยวบินกลางคืน
หมวด: Life

เที่ยวบินกลางคืน

  • 601
  • 3
  • 2
สุวิชานนท์ รัตนภิมล

  

 

ต้นทางกรุงเทพ  ปลายทางกรุงเวียนนา จากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่แม่น้ำดานูบ กางแผนที่โลกดูเส้นทางอากาศ  หนึ่งคืบความห่างบนแผนที่ขนาดเอ4 เท่ากับ 9 ชั่วโมงเวลาบิน  บินข้ามโค้งฟ้าอากาศแบบย่อย่นพับแผ่นดิน  เปลี่ยนเวลากลางอากาศ  เปลี่ยนฉากตรงหน้าราวปลุกเสกมนตรา อำนาจแห่งเทคโนโลยียุคใหม่ขยับเวลาใกล้ไกล  อย่างไม่อาจเปรียบกับยุคเสากระโดงเรือโผล่ออกมาจากเส้นขอบฟ้าได้

                        การเดินทางอยู่คู่บทพรรณนาถึงความงาม  แรงบันดาลใจอันไร้ขอบเขต  เวลานัดหมายกับไกด์นำเดินทาง สี่ทุ่มตรงพบกัน  เวลาของเครื่องบินของสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์  ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 23:55 น.  

                        รายละเอียดอื่นๆ พกพากระเป๋าเดินทางโหลดน้ำหนักได้คนละไม่เกิน 20 กิโลกรัม  กระเป๋าถือขึ้นเครื่องไม่เกินน้ำหนัก 7 กิโลกรัม  สิ่งต้องห้ามขึ้นเครื่องทั้งหลายรับรู้กัน  น้ำดื่มในยุโรปบางประเทศดื่มน้ำประปาได้เลย  กระแสไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ปลั๊กเสียบแบบสองขากลม  เสื้อผ้าให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเพียงพอ LONG JOHN ยิ่งจำเป็น ถุงเท้าหนาๆ ฯลฯ

                        สาธารณะรัฐเช็กใช้เงินสกุลโครูนา  หรือไม่ก็เงินยูโร(EURO) เงิน 1 ยูโรมีค่า 37 บาท

                        เราออกเดินทางจากที่พักตั้งแต่บ่าย 4 โมงเย็น  การเดินทางในกรุงเทพจากอีกฟากฝั่งนั้นต้องเผื่อเวลาไว้เพียงนั้นเลยทีเดียว  เรียกว่า 7 ชั่วโมงนั่งเดินยืนกว่าเครื่องจะออกจากรันเวย์  แต่ได้ปักใจแล้วว่า  หมุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด  ระหว่างทางนั้นก็แค่เวลาที่เคลื่อนขยับเข้ามาอย่างช้าๆ

                        กว่าจะถึงสนามบินก็ปาเข้าไปทุ่มตรง  สามชั่วโมงบนถนนจากฝั่งธนบุรีสู่สนามบินสุวรรณภูมิ  เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนอันไม่อาจปฎิเสธรถติดยืดเยื้อบนทางด่วนได้  ขยับไปทีละคืบศอก  นั่งนับลมหายใจเข้าออกแบบต้องทำใจลืมเวลาบนถนนความเร็วไปเลย

 

 

                        เราเริ่มต้นด้วยการเผชิญรถติดบนทางด่วน  มันเป็นการเริ่มต้นที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย  ทุกวันในเวลาเร่งด่วนบนทางด่วนแห่งเมืองกรุงเทพคงเป็นเช่นนี้  บ่นเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์  ถึงกระนั้น  เราก็มาถึงสนามบินก่อนเวลา  4 ชั่วโมงก่อนเวลาบิน  เราก็กลายเป็นฝุ่นลอยไปลอยมาอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ

                        สี่ทุ่ม  ได้ฤกษ์เช็คเอกสารพาสปอร์ต  สแกนกระเป๋า  ทุกสิ่งอย่างบนเนื้อตัวดูมีพิษภัยชวนให้น่าสงสัยไปหมดสิ้น  บางทีผมก็นึกถึง อังตวน แซงแต็กซูเปรี  นักเขียนฝรั่งเศสและนักบินขนส่งไปรณีย์ภัณฑ์ระหว่างประเทศ  ก่อนออกบินก็เช็คสารพัดอย่างในตัวยานเครื่องยิน  ที่เหลือฝากไว้กับโชคชะตา

                        เหตุที่ผมพูดถึงนักเขียนยุโรปคนนี้  เพราะผมประทับใจในงานเขียนและภารกิจชีวิตของเขา  นำพลังการส่งมอบพัสดุภัณฑ์ไปให้ถึงที่หมายปลายทาง  ไม่ว่าหนทางอากาศต้องเผชิญกับพายุฝน ฟ้าแลบฟ้าร้องให้ครั่นคร้ามมากเพียงใดก็ตาม  งานเขียนของเขาเป็นโลกการงานและชีวิตของเขา  และเกี่ยวข้องกับเครื่องบิน

                        แน่ละ  เขาไม่เน้นเลือกจะพูดถึงพาสพอร์ตวีซ่า  เอกสารยืนยันเข้าเมืองประเทศต่างๆ  แต่เขามุ่งจะพูดถึงภาวะชีวิตจิตใจยามเผชิญกับพายุตามลำพัง  บางครั้งต้องเอาเครื่องลงฉุกเฉินกลางทะเลทราย  บางครั้งฝากชีวิตไว้กับความเมตตาของเมฆพายุทะมึน  

 

 

                        ด้วยภารกิจที่นำเครื่องบินไปตามลำพัง  เขาจินตนาการไปถึงดวงไฟวับแวมแต่ละหลังเบื้องล่าง  คนเลี้ยงแกะพักค้างคืนในทุ่งหญ้า  หรือท้องทะเลทรายเวิ้งว้างอันเงียบสงบ  มุมมองจากเครื่องบินเป็นโลกหรรษาในงานเขียน  ให้ผู้คนได้อ่านทำความรู้จักเข้าใจภาวะมนุษย์ยามอยู่เผชิญโดดเดี่ยว  

                   เกือบเที่ยงคืน  หย่อนไป 5 นาทีเท่านั้น  การเดินทางอันยาวไกลเริ่มขึ้นแล้ว  เสียงประกาศของเที่ยวบิน OS026  สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ ปลายทางกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย  เราเป็นคนไทยกลุ่มเดียวของเที่ยวบิน  กลุ่มหัวดำท่ามกลางหัวแดงหัวขาวตอนเที่ยงคืน  

                        คนนำทาง-ผมเรียกจนติดปากว่าไกด์เอ็ม(สุเทพ เลิศสกุลพันธุ์)   เขาคงได้แสดงบทบาทอีกหลายช่วงตอน  ตลอดการเดินทางคราวนี้

                        บนความสูงหมื่นฟุตเหนือผืนดิน  เที่ยวบินกลางคืนเริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง  จอโมนิเตอร์ปรากฏจุดไข่ปลาลากบอกเส้นทางบิน  ข้ามพม่า เลาะอ่าวเมาะตะมะ  สู่ประเทศอินเดีย ปากีสถาน อาฟกานิสถาน  เติร์กเมนิสถาน  ข้ามทะเลแคสเปี้ยน จอเจีย ข้ามทะเลดำ ฮังการี สู่ปลายทางกรุงเวียนนา

                        เที่ยวบินกลางคืนที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ตะวันตกตะวันออก  หากไม่มีจอเรืองแสงบอกเส้นทาง  ก็ดูราวกับเวลาดับ  ราวกับเครื่องยนต์หยุดนิ่งอยู่กับที่   ได้ยินแต่เสียงเครื่องยนต์คำรามสะท้อนออกไป   ปริศนาความเร็วเสียงล่องหลฝ่าความมืดออกไป  ข้ามระยะทางอากาศเปลี่ยนเวลาห่างกัน 6 ชั่วโมงจากต้นทาง  ช่างเป็นมิติระยะอากาศใกล้ไกลอันล้ำลึก

                   “จากข้างบนนั้น  โลกดูว่างเปล่าและไร้ชีวิต  แต่เมื่อเครื่องบินลดระดับ  มันกลับตกแต่งตัวเองด้วยสีสันต่างๆ  ป่าไม้แผ่ขยายออกไป  ภูเขาและหุบเขาทอดสูงขึ้นและลาดต่ำลงเป็นลูกคลื่น  เหมือนกับลมหายใจของใครบางคน  ภูเขาที่กำลังบินเหนือบวมพองขึ้นราวกับหน้าอกของยักษ์ซึ่งนอนเอกเขนกอยู่ แทบจะชนกับปลายปีกเขาแล้ว

                   เมื่อใกล้เข้ามา  โลกเริ่มเร่งความเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งกระแสน้ำเชี่ยวใต้สะพาน  โลกที่เป็นระเบียบเริ่มกลายเป็นแผ่นดินสงบ  บ้านและหมู่บ้านถูกฉีกทึ้งออกจากขอบฟ้าที่ราบเรียบ และพัดพาออกไปข้างหลังเขา  เส้นทางลงของอาลิกังเตลอยขึ้นมา เอียงกระเท่เร่  จากนั้นก็สงบนิ่งคงที่  ล้อ

ถากบดลงกับพื้นราวกับหินลับมีด...” (ไปรษณีย์ใต้  อังตวน แซงแต็กซูเปรี : นารีรัตน์ แปล)

 

 

                        แซงแต็กซูเปรีได้ถ่ายทอดมุมมองจากบนเครื่องบิน  สายตามุมสูงที่จับลงสู่พื้นผิวโลก  จินตนาการผสานกับความจริง  ศาสตร์และศิลป์การคงอยู่ของสรรพสิ่ง  เพียงไม่กี่บรรทัดก็ทะลุทะลวงถึงจิตวิญญาณ  ความงามของการปะทะกันระหว่างสิ่งที่เคลื่อนไหว  กับสิ่งหยุดนิ่งให้สัมผัสอยู่เบื้องล่าง

                        ผมนอนไม่หลับ  ครุ่นคิดคำนึงสารัตถะ  ขณะยานบินพาไกลออกไปทุกขณะ  เครื่องบินบินเหนืออินเดีย  ผมเห็นแสงสว่างของเมืองเป็นหย่อมๆ  ห้อมล้อมด้วยมวลมืดมหาศาล  ผ่านปากีสถานที่แสงสว่างมีน้อยเช่นกัน  เมืองนิรนามขับแสงไฟออกมาราวกับจะบอกตำแหน่งอารยธรรมโลกยุคใหม่

                        ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า  ไม่ว่าจะมีเครื่องมือผ่อนคลายอยู่ตรงหน้า  มีหนังให้ดู  มีเพลงให้ฟัง มีหนังสือให้อ่าน  ผมกลับไม่รู้สึกอยากจะดูอยากจะฟัง  สายตายังจับจ้องอยู่กับความมืดนอกหน้าต่าง พร้อมๆกับจังหวะปรากฏแสงดวงไฟของเมืองต่างๆเบื้องล่าง  ไม่รู้จบไม่รู้สิ้น

                        ผ่านทะเลแคสเปี้ยนแล้วเลาะผ่านเทือกเขาคอเคซัส  ผมนึกถึงฉากเรื่องราวของนักเขียนเชื้อสายจอร์เจีย  โนดาร์ ดุมบัสเซ่  ผู้เขียนงานเรื่อง ความรื่นรมย์แห่งชีวิต และคืนวันอันแสนงาม ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียนและผม  พอเครื่องบินบินผ่านเหนือทะเลดำ  เห็นแต่ความมืด  ผมนึกถึงเมืองอิสตันบูลบนช่องแคบบอสฟอรัส  

                        เป็นเที่ยวบินกลางคืนที่บินยาวนานจนสว่างคาตา  กระทั่งมีเสียงประกาศเตรียมพร้อมสำหรับการร่อนลงสู่สนามบินกรุงเวียนนา  เรากำลังลงสัมผัสแผ่นดินประเทศออสเตรีย  ฉากแรกแห่งยุโรปตะวันออก  

             

 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store