NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
มายาคติเกี่ยวกับเรื่องอาหาร
หมวด: Campus

มายาคติเกี่ยวกับเรื่องอาหาร

  • 518
  • 0
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

มนุษย์ ดำรงอยู่ได้ด้วยอาหารนี่เป็นความจริงข้อที่หนึ่งในธรรมที่ควรรู้อย่างยิ่งของมนุษย์ แต่ในปัจจุบันนี้มายาคติเกี่ยวกับอาหารถูกสร้างขึ้นและเข้ามาแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของสังคม จนทำให้ผู้คนเริ่มถอยห่างจากความเป็นจริงเรื่องอาหารมากขึ้น

จากเดิมเมื่อเริ่มต้นชีวิตบนโลกใหม่ ๆ ตามตำนานเก่าเล่าว่า มนุษย์ยุคแรกมีอาหารเหลือเฟือ เพราะว่าข้าวเกิดเองตามธรรมชาติ และเมื่อก่อนนั้นมนุษย์ยังรู้จักอาหารไม่มากชนิด ต้องมีวิวัฒนาการ และการลองผิดลองถูกอย่างมากมายหลายช่วงชีวิตกว่าที่มนุษย์จะรู้ว่าอะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้ อะไรมีคุณ อะไรมีโทษ อย่างไรมีประโยชน์ ส่วนไหนเป็นคุณ ส่วนไหนเป็นภัย จนกระทั่งมีความรู้ที่ซับซ้อนขึ้นในการเอาอาหารมาแปรรูปเป็นเสบียงเก็บไว้ยามขาดแคลน มีการค้นพบว่า แม้ในของที่เป็นภัยก็มีคุณ หากรู้จักใช้ แม้ในของที่มีคุณ พอใช้มากเกินไปก็กลายเป็นภัย อย่างน้ำตาล เป็นต้น กินมากก็เป็นเบาหวาน

เมื่อครั้งที่มนุษย์ค้นพบความหวานของน้ำตาลในผลไม้ และพบว่ามันเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความเมามาย เมื่อน้ำหวานใช้เลี้ยงแบคทีเรียบางชนิดที่เปลี่ยนน้ำหวานให้กลายเป็นของมึนเมา ผู้คนใช้น้ำตาลปรุงแต่งรสอาหารในชีวิต ขณะที่เมื่อคนบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะกลายเป็นโรคเสพติดน้ำตาล และกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายหากขาดน้ำตาล เมื่อบริโภคน้ำตาลมากเกินไป ก็กลายเป็นโรคอ้วน กลายเป็นโรคมีความผิดปกติกับตับ น้ำย่อย น้ำดี น้ำเลี้ยงหัวใจ ตับไตไส้พุ่ง ปอด ม้าม ไปจนถึงขั้นหลอดเลือด มีโรคเบาหวาน และโรคต่าง ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อน ทั้งมิใช่โรคระบาด แต่เป็นโรคที่เกิดจากการกินผิดวิธี เกิดจากบริโภคมากเกินไป และการใช้ชีวิตที่เปล่าเปลืองแบบโอเวอโหลดของมนุษย์

กลับมาที่เรื่องการกิน เมื่อมนุษย์ยุคแรกจับสัตว์กินเป็นอาหาร แต่อายุก็ไม่ยืนยาวนัก ไม่กี่สิบปีต่อมาก็พากันแก่ตายอย่างรวดเร็ว มนุษย์จึงพบว่าการกินเพียงเนื้อสัตว์อย่างเดียวไม่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เพราะจับสัตว์กิน จนกระดูกกองเป็นภูเขาแล้วก็ยังไม่อายุยืนสักที มนุษย์จึงพยายามหาอย่างอื่นมากินแทนเนื้อ นานไปจึงพบว่าพืชบางชนิดกินได้ เมล็ดพืช พืชพวกหัวใต้ดิน พืชที่ให้เม็ด ให้ผล ก็มาทดแทนพวกเนื้อ ค้นพบว่านมของสัตว์คนก็เอามากินได้ ทั้งนม ไข่ ผลผลิตจากสัตว์เลี้ยง ก็เป็นอาหารได้

มนุษย์เราก็พัฒนาเรื่อยมาจนรู้จักอาหารครบ 5 หมู่ อันเป็นส่วนสำคัญที่ร่างกายต้องการ เพื่อชะลอการเสื่อมถอยของร่างกาย ให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างสมดุล รักษาโรค และทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้นกว่าเดิม ตามคัมภีร์ทางศาสนาว่าไว้มนุษย์บางยุคอายุยืนถึงพันปีหมื่นปี...

เมื่อมนุษย์มีจำนวนมากขึ้น ปัญหาก็มากขึ้น

จากเดิมอาหารมีเหลือเฟือเพียงพอแก่ทุกชีวิต มนุษย์ออกหาอาหารวันต่อวัน เพื่อดำรงชีวิต เรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน มากินแล้วยังมีเหลือพอ จนมีการแบ่งปันอาหารที่ได้มามากแก่เด็ก สตรีมีครรภ์ คนป่วยและคนชราที่ออกหาอาหารเองไม่ได้ เลี้ยงดูแบ่งปันกันแบบนี้ อาจมีการกักตุนบ้างในบางฤดู เช่น ฤดูหนาว อาหารหายาก และเกิดความขาดแคลน

...จนกระทั่งมีคนเริ่มขี้เกียจหาอาหาร

เมื่อผู้คนเริ่มขี้เกียจออกไปหาอาหารวันต่อวัน จึงมีการกักตุนอาหารมากขึ้น เมื่อมีการกักตุนอาหาร ผลผลิตจากธรรมชาติบางชนิดจึงมีไม่เพียงพอ เมื่อมีอาหารไม่เพียงพอ ผู้คนหัวใสบางคนเริ่มคิด กักตุนอาหารให้มากขึ้น เริ่มคิดถึงการเพาะปลูก มีการเก็บเมล็ดพืชไว้ทำพันธุ์เพาะปลูกในฤดูต่อไป แทนที่จะกินหมดในแต่ละครั้ง

เมื่อมีการเพาะปลูกมีการกักตุน มีการแย่งชิงที่ดินเพาะปลูก คนที่ขี้เกียจเพาะปลูก ก็ประพฤติตนเป็นขโมย มีโจรปล้นผลิตผล มีการรวมกำลังกันปล้นชิงอาหารที่คนบางกลุ่มกักตุนไว้

อาหารนำไปสู่สงครามแย่งชิงที่ดิน ..แย่งชิงผลผลิต ฝ่ายที่ทำการเพาะปลูกก็ ต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างรั้วล้อมที่ดิน สร้างอาณาเขต

มีการตั้งหน่วยอารักขา (เรียกว่าทหาร)

มีการหาผู้นำที่ฉลาดมาคอยสั่งการ (เรียกว่าหัวหน้าหรือผู้ปกครอง)

มีคนคอยรักษาคนป่วย (เรียกว่าหมอ)

มีคนคอยสั่งสอนความรู้ที่ได้รู้มาให้คนรุ่นหลัง (เรียกว่าครู)

มีคนคอยนำเอาอาหารไปแลกเปลี่ยนกับ กลุ่มอื่น ๆ แลกกับสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ เช่นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม วัตถุดิบที่จำเป็นแต่หาไม่ได้ เช่น เกลือ น้ำมัน จึงเรียกผู้ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนว่า พ่อค้า

อาหารเป็นตัวหลักที่จะใช้เป็นสิ่งตอบแทน ต่อผู้ที่ทำหน้าที่ในส่วนต่าง ๆ อาหารจึงเป็นตัวกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนในระยะเริ่มต้น เช่น ข้าวเปลือกหนึ่งกระป๋องตวง แลกไข่ได้สิบสองฟองเป็นต้น อีกนานกว่ามนุษย์จะรู้จักใช้ของที่หายาก อย่างพวกเงินและทองมาเป็นสื่อกลางในการค้าขายแลกเปลี่ยน อาศัยส่วนต่างตอบแทน

ในระยะเริ่มต้น ทุกคนมีส่วนต่างเป็นอาหาร ผู้ปกครอง ทหาร ครู และหมอ ฯลฯ ต่างได้รับส่วนต่างของผลผลิต เพื่อตอบแทนคุณค่าในหน้าที่ที่ตนทำ หมอจึงไม่ต้องทำนา แต่มีข้าวกิน มีอาหารกิน

เมื่อทหารต้องคอยระแวดระวังเขตแดน ต้องฝึกซ้อมตรวจตรา ไม่มีเวลาเพาะปลูก ทหารจึงได้รับส่วนแบ่งจากชาวบ้านตอบแทน

ครูก็ต้องสอนเด็ก ๆ ครูจึงมีคุณค่าพอจะได้รับค่าตอบแทนเป็นอาหาร

ผู้ที่ทำหน้าที่เพาะปลูกและหาอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงคนทั้งสังคมจึงเหมือนเป็นกระดูกสันหลังของสังคม ที่ค้ำจุนระบบต่าง ๆ เอาไว้ นั่นคือการกำเนิดอย่างเรียบง่าย แต่ปัจจุบันเป็นไปอย่างไร ท่านคงเห็นกันอยู่ ฯลฯ

เมื่อกลุ่มใดเข้มแข็งมาก และคิดปล้นชิงจึงเกิดความขัดแย้งตามมาอีกมากมาย ฯลฯ

อีกด้านหนึ่ง คนบางคนไม่สามารถแสวงหาอาหารทุกอย่างมาให้ครบตามที่ต้องการได้ จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนสินค้า กลายมาเป็นอาชีพค้าขาย มีพ่อค้ารับซื้อ พ่อค้าขนส่ง พ่อค้าเร่ขาย มีทั้งทางน้ำ ทางเรือ ทางบก ใส่ยานพาหนะไปขายที่ตลาด หรือเร่ขายตามบ้านเรือน พัฒนามา จนพัฒนามาเป็นซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ และร้านค้าสะดวกซื้อในปัจจุบัน ที่มีรูปแบบมากขึ้นได้มาตรฐานมากขึ้นและผูกขาดมากขึ้น...

ในปัจจุบันมีสถานที่ ที่รวมสินค้าทุกชนิดไว้ด้วยกัน รอผู้คนไปหาซื้อ แต่สมัยก่อนพ่อค้าต้องจัดเตรียมสินค้าไปแลกกับสินค้าอีกหลายชนิดที่ตนเองต้องการ แล้วก็ตระหนักว่า สินค้าบางชนิดมีคุณค่าไม่เท่ากันในแต่ละท้องที่ จึงมีการกำหนดค่าของสิ่งต่าง ๆ เกิดเป็นราคา มีของที่ใช้แทนราคา เป็นพวกของหายากที่ยอมรับกันว่ามีราคาเช่น ทองคำ เป็นต้น มากำหนดอัตราแลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรม

ทองจึงเป็นสื่อกลางค่าเงินมาจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ตลาดหุ้นจะล้ม ค่าเงินใช้ไม่ได้ในยามสงคราม แต่ประเทศที่มีทองคำหรือคนที่มีทองคำก็ยังสามารถแลกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในตลาดได้ ฯลฯ

กลับมาที่เรื่องอาหาร การล่าอาหาร การแลกเปลี่ยนอาหาร ไปจนกระทั่งการแสวงหาอาหาร การปรุงอาหารที่อร่อยถูกใจ กระบวนการถนอมอาหาร การแปรรูปอาหารชนิดต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่า และส่งไปยังพื้นที่ขาดแคลนและจำเป็นมาก จึงกลายมาเป็นธุรกิจ เป็นระบบการค้าที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นห่วงโซ่ นี่เป็นระบบที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของมนุษย์ ระบบอื่น ๆ ในโลกนี้อาจล้มได้ แต่ระบบธุรกิจอาหารต้องไม่มีวันล้ม เพราะมันผูกติดอยู่บนพื้นฐานที่สำคัญ คือความต้องการอาหารของชีวิตมนุษย์ คุณเริ่มเห็นความสำคัญของมันหรือยัง

เราจะพบว่า เบื้องหลังความสำเร็จหรือล้มเหลวของในหลายประเทศ มีจุดเริ่มต้นขึ้นที่วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร ผู้อยู่เบื้องหลัง ความเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ ก็เกี่ยวเนื่องกับอาหารและวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหาร เช่น เกลือ แป้ง หรือน้ำตาล เป็นต้น พ่อค้าอาหารถึงกับมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังการเมืองของประเทศ

ผู้ที่ทำอาชีพเกี่ยวกับอาหารจึงไม่มีวันอับจนหนทาง เพราะมนุษย์ยังต้องกินต้องใช้ ผู้ตระหนักถึงความสำคัญข้อนี้ จะได้ความรู้อันเป็นอำนาจสำคัญยิ่งไว้ในมือ

เมื่ออาหารตามฤดูกาลเริ่มขาดแคลนหรือบางครั้งอาจมีมากจนล้นตลาด มักจะเกิดความขาด ๆ เกิน ๆ ในเรื่องอาหารเพราะระบบความคิดที่ซับซ้อนขึ้นของมนุษย์ และแน่นอนมนุษย์สร้างมายาคติขึ้นมาทับซ้อนเข้าไปในระบบสังคม

การสร้างมายาคติเรื่องคุณค่าของอาหาร ที่ออกไปในทำนองว่า ของเราดีกว่า ของเราดีที่สุด ความสดใหม่ ความสะอาดปลอดภัย ฯลฯ ทุกอย่างถูกเอามาแปะทับลงไปในอาหาร

ผู้คนเริ่มมองอาหารในมุมมองที่ต่างออกไป เราถูกมายาคติครอบงำ ถูกพวกนักการตลาดจูงจมูก เพราะนักการตลาดมีหน้าที่ควักเงินออกจากกระเป๋าของลูกค้า กระตุ้นให้เงินออกจากกระเป๋าของทุกคนที่พวกเขามีโอกาสนำเสนอสินค้า

ของที่ไม่ได้ดีที่สุด จึงถูกโฆษณาจนเกินจริง และกลายเป็นมายาคติ เป็นความเชื่อต่อเนื่อง เราจึงพบว่า อาหารบางชนิดที่ไม่น่าจะแพงกลับต้องจ่ายในราคาแพง เพราะบวกด้วยการบริการ บวกด้วยความพอใจ บวกด้วยมายาคติต่าง ๆ ที่ผู้คนพยายามใส่เข้าไปในอาหาร

ทุกวันนี้เราถูกลวงด้วยมายาคติต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร เช่น ต้องเลือกกินสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเลือกได้เลือกของสดใหม่ ถ้าเลือกได้เลือกของที่ปลอดสารพิษ ถ้าเลือกได้เลือกของที่มาจากธรรมชาติ หรือ เมื่อเลือกได้เราน่าจะไปกินที่ไหน ร้านไหนอร่อย ฯลฯ

อาหารจึงมิใช่แค่อาหาร แต่คือ ความรื่นรมย์ของชีวิต คือรางวัลของชีวิตที่เราควรได้รับ ทำงานมาหนักเหนื่อยก็ควรได้กินอาหารดี ๆ ในที่ที่ชวนชื่นใจ ถ้าจะนับกันจริง ๆ คุณค่าทางอาหารคือสิ่งที่เราต้องการ มาหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องการสัมผัสเป็นอาหาร (ผัสสาหาร) การกินอาหารอร่อยจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตผ่อนคลาย มีแรงสู้งานใหม่ในวันต่อไป คนทำงานมีได้รายได้มาด้วยความยากลำบาก ก็อยากใช้ซื้อของที่ตัวเองอยากกิน อยากซื้อในสิ่งที่ทำให้เกิดความปลาบปลื้มใจ ชื่นใจ (แม้ของนั้นจะไม่มีคุณค่าทางอาหาร อย่างที่โฆษณาเสียจนน่ากินก็ตาม)

เพราะการได้ใช้ทรัพย์จับจ่ายซื้อหาสิ่งของที่ตนอยากได้ ก็ถือเป็นอาหารของชีวิตอีกอย่างหนึ่ง ที่ช่วยทำให้จิตใจได้สดชื่นมีกำลัง

อาหารจึงนำมาซึ่งระบบต่าง ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่รบการผลิต ระบบการขนส่ง ผลิตภัณฑ์หีบห่อ การโฆษณาชวนเชื่อ นายแบบโฆษณาให้แรงบันดาลใจ แม้เป็นเพียงเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่มีเพียงน้ำตาล เครื่องดื่ม วิตามินกับเกลือแร่บางชนิด เมื่อบวกด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อ ก็ทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นอาหารที่มนุษย์ต้องการบริโภคไปได้ ฯลฯ เรื่องหาร อธิบายกันไม่หมดไม่สิ้น

ทั้งหมดล้วนเป็นมายาคติ

ความจริงคือ ชีวิตต้องการสารอาหารมาหล่อเลี้ยง ร่างกายนี้เปรียบดั่งการโยนอาหารลงไปในหลุมถ่านเพลิง ใส่เข้าไปเท่าไหร่ก็ถูกไฟไหม้หมดไม่มีเหลือ กินมาตลอดชีวิต บำรุงเลี้ยง กินดีอยู่ดีแค่ไหน สุดท้ายก็ตาย กินดีบ้างไม่ดีบ้าง อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง กินสิ่งมีคุณค่าทางอาหารบ้าง กินตามใจอยากบ้าง ฯลฯ ก็เป็นธรรมดา อย่าหลงยึดติดในมายาจนเกินไป จนต้องเป็นทุกข์กับอาหารการกิน...

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store