NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ไม่เก่งภาษาเพราะไม่เคยเป็นเมืองขึ้น?
หมวด: Life

ไม่เก่งภาษาเพราะไม่เคยเป็นเมืองขึ้น?

  • 556
  • 0
  • 5
ทิมแทม

คุณผู้อ่านอาจจะคุ้นหูประโยคข้างต้นไม่มากก็น้อย กอปรกับ บทความครั้งก่อนโน้นที่อธิบายถึงคำว่า ‘ข้ออ้าง’ v. ‘เหตุผล’ และผมพอจะสรุป(บทความนี้)ให้ฟังดังนี้นะครับ

1.ภาษาเป็นวิชาทักษะ ถ้าไม่เก่งมันก็แสดงอยู่ในตัวว่าคุณฝึกน้อยเกินไป ภาษาไม่มีทางลัดครับต่อให้คุณมีตำราดีอยู่ในมือ ถ้าไม่ฝึกก็มีค่าเท่ากับศูนย์ ดังนั้น จงฝึกอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ผมค่อนข้างโชคดีที่ชอบภาษาตั้งแต่เด็กม้าพยายามผลักดันเรื่องภาษาให้ได้มากถึงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก student weekly ส่งผมไปเรียนพิเศษหลายสำนักทั้งแกรมม่าและคำศัพท์ พอโตขึ้นผมถึงเห็นความสำคัญของภาษา ผมแอบเห็นเพื่อนพ่นภาษาได้มันดูเจ๋งชะมัด! นี่น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเรื่องภาษา ในขณะเดียวกันผมมองภาพว่าถ้าแก่ตัวไปชีวิตคงต้องรับผิดชอบอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะ ดังนั้นฝึกตอนยังเด็กน่าจะมีประโยชน์กว่า พอได้เริ่มวันแรกๆมันจะ งงๆ เอ๋อๆครับแปลกใจตัวเองนิดหนึ่งว่าทำอะไรอยู่ 

ทักษะแรกที่ฝึก คือ ‘การฟัง’ เพื่อนสนิทผมแนะนำเพลงฝรั่ง (ตอนนี้นางเป็นสาวออสซี่ไปแล้ว ถามว่ารู้เรื่องไหม ตอบเลยตอนนั้นว่า ‘หึ’ แต่ร้องตามให้สำเนียงเหมือนก็นับว่าเป็นบุญล่ะ 

นอกจากนี้ บางครั้งผมก็เปิดเพลงฝรั่งแล้วนอนหลับไปเลยให้หูมันชินกับสำเนียง ไม่รู้ว่าได้ผลไหม? พอพ้นไปเดือนหนึ่งเริ่มแกะออกเป็นคำๆ (ไม่ทั้งหมด)  ... ข้อหนึ่งนี้สะท้อนถึง ‘ความชอบ’ และ ‘วินัย’

Motivation ต่อมา ผมได้มีโอกาสไปหาเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่บ้านเขา และระหว่างนั้นผมพบว่า ในบ้านของเพื่อนมีการสื่อสารภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติมาก ผมได้แต่นึกว่า นี่เราอยู่ในเมืองไทยหรือเปล่า? ในสถานการณ์นั้นฟังเข้าใจแต่พูดไม่ได้น้ำลายฟูมปาก! กดดันไหม ... ตอบเลยว่านิดหนึ่งแต่อึดอัดมากกว่า “อยากพูดแบบอัตโนมัติ” แต่ทำอย่างไรนอกจากฝึก ... จริงๆผมก็แอบค้านในใจตอนนั้น คือ ก็ผมไม่มีโอกาสไปต่างประเทศเลยพูดไม่ได้ ... แต่หลายคนก็พิสูจน์ได้ว่า “เมืองนอกอาจจะช่วย” แต่ก็ต้องเก่งในระดับหนึ่งหรือเปล่า? แปลกมาก หลายคนไม่เคยไปเมืองนอกแต่กลับใช้ภาษาได้ดี แต่อีกหลายคนไปอยู่เมืองนอกมาเป็นปีกลับไทยมาที ภาษาไทยชัดขึ้น (ซะอย่างนั้น) ... จากข้อนี้สะท้อนสิ่งที่ผมพยายามสื่อครับ คือ ความชอบ ความสนุก ความท้าทายและเพื่อน ถ้าเรามองว่าภาษาเป็นสนุก หมั่นฝึกฝน ความฝันจะเป็นจริงนะครับ

2. เมื่อชีวิตได้รับโชคใหญ่ให้เข้ามาสู่รั้วจามจุรี ด้วยเหตุผลหลัก คือ แวดล้อมไปด้วยคนเก่งภาษา และผมก็ได้รับโชคดีที่เพื่อนสนิทผม เก่งภาษาเกือบหมด ผมเลยต้องแอบขยันไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนส่วนน้อย (เดี๋ยวมันจะเด่นไป) เมื่อเราเห็นคนรอบข้างเก่งภาษา ผมเลยได้ข้อสรุปว่า "แม้จะเป็นช้างเผือกจาก ตจว. แต่พอมาอยู่ในแวดวงช้างเผือกจำนวนมาก ผมอาจกลายเป็นช้าง(เผือกที่)ธรรมดาก็ได้ ... มันจะมีความคิดอยู่สองแบบ คือ ไปต่อ หรือ พอแค่นี้ ... ผมเลือกไปต่อครับเพราะเป้าหมายผม คือ ต้องใช้ภาษาอังกฤษให้เหมือนภาษาไทยให้ได้

3. ผลจากข้อ 2. ทำให้ผมมีทุกวันนี้ คือ ได้จบเมืองนอก ได้รับโอกาสดีๆ ที่สำคัญ เป็น first hand reader เสียที ... ทุกวันนี้ไม่รอแล้วครับหนังสือแปล ช้า! เมื่อโลกมันหมุนเร็ว ทำไมไม่เดินให้เร็วกว่าโลก  จะรอโลก/เดินความเร็วเท่ากับโลก ทำไม

4. ผมไม่ได้บอกว่าให้ลืมกำพืดนะครับ แต่ผมพยายามจะสื่อว่า เลิกอ้างว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้น จึงไม่เก่งภาษา ผมว่าไม่เกี่ยว ... อย่างที่เรียนไว้ตอนต้น คือ ภาษาเป็นทักษะ จะสำเร็จได้ต้องฝึกฝน! ลองสำรวจรอบตัวว่า Comfort zone เราเยอะเกินไปหรือเปล่า? ถ้าเยอะ = ขี้เกียจ ... ลองกระชับพื้นที่ดูนะครับ ถ้ามันชอบไม่ได้ก็มองเรื่องอื่นที่จะทำให้เจอเบิกบาน เช่น ภาษาเพิ่มโอกาสในการตามหารักแท้ ภาษาสร้างแหล่งเงินได้ ภาษาทำให้ดูเท่ห์ 

5. ทุกคนมีความต้องการเป็นล้าน แต่ความพยายามเราต่ำเกินไปหรือเปล่า?

6.เลิกหาข้ออ้างเพื่อจะไม่ฝึก เมืองขึ้นเอย ไปเมืองนอกเอย ไม่มีแฟนต่างชาติเอย พอเถอะพอได้แล้ว ... เอาเวลาที่จะคิดข้ออ้างไปฝึกภาษาดีกว่าเนาะ?

ส่งท้ายว่า อยากเก่งแบบไหน “นึกภาพตัวอย่างให้ชัดแล้วลุยไปเลย”

ด้วยรักและปลาทู

พี่ตั้ม

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store