NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Beautiful Mess Effect เราควรแสดงความอ่อนไหวทางอารมณ์ให้คนรอบข้างเห็นหรือไม่
หมวด: Campus

Beautiful Mess Effect เราควรแสดงความอ่อนไหวทางอารมณ์ให้คนรอบข้างเห็นหรือไม่

  • 619
  • 0
  • 2
Effect-today

คุณเคยเป็นหรือไม่ที่ไม่อยากให้ใครเห็นว่าคุณกำลังเสียใจ ร้องไห้ กำลังอาย หรือว่ากลัว เมื่อคุณดูทีวี คุณก็ไม่อยากให้ใครเห็นว่าคุณกำลังอินถึงขั้นร้องไห้ และเมื่อคุณกลัว คุณอาจไม่อยากปรึกษากับใคร กลัวคนมาตอกย้ำความผิดพลาดของเรา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ

สิ่งที่เกิดขึ้นข้างต้นเป็นความอ่อนไหวทางอารมณ์ซึ่งมนุษย์ทุกคนล้วนมี แต่เรามักจะไม่ชอบแสดงความอ่อนไหวเหล่านี้ให้ผู้อื่นได้เห็น นักจิตวิทยาได้ค้นพบว่า ในสายตาของคนรอบข้าง การที่บุคคลนึงได้แสดงความอ่อนไหวทางอารมณ์ให้ผู้อื่นได้พบเห็น ในสายตาของผู้พบเห็นนั้นเป็นถือว่าสิ่งที่ดีกว่าสายตาของผู้แสดงความอ่อนไหวนั้นคิดไว้ ตัวอย่างเช่น เรามักจะกลัวที่จะการที่จะถูกปฏิเสธหรือถูกมองในแง่ลบจากจากสายตาของผู้อื่น อย่างการยอมรับเมื่อเราทำอะไรผิด การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น การขอโทษผู้อื่นก่อน หรือแม้แต่การที่สารภาพรักกับใครสักคน ผู้ที่พบเห็นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ดี ในทางกลับกันบางครั้งพวกเขาอาจจะให้ความช่วยเหลือคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ

นักจิตวิทยากลุ่มหนึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้และพบว่า ความกล้าหาญที่จะแสดงความอ่อนไหวของตัวเองนั้นมักจะได้รับรางวัลเป็นการตอบแทน เนื่องจากว่าการกระทำเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เราทำเป็นประจำ ทำให้เรามองสิ่งเหล่านี้ในแง่ลบมากกว่าที่คนอื่นคิด นักวิจัยจึงเรียกมันว่า Beautiful mess effect

 

 

Brené Brown ได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า Daring Greatly: How the Courage to Be Vulnerable Transforms the Way We Live, Love, Parent, and Lead in เธอได้อธิบายว่า "พวกเรารักที่จะเห็นความจริงที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งใดๆและการเปิดใจของคนอื่นๆ แต่พวกเรากลัวที่จะให้คนอื่นเห็นสิ่งเหล่านี้ในตัวเรา" ประโยคนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Anna Bruk และผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมนไฮม์ ในที่จะการศึกษาเรื่อง Beautiful mess effect

Bruk ได้ทำการทดลอง โดยการให้ผู้เข้าร่วมวิจัยได้ลองจินตนาการถึงสถานการณ์ต่างๆที่พวกเขาหรือบุคคลอื่นได้แสดงความเปราะบางทางอารมณ์อย่างจงใจ เช่น การสารภาพรักหรือการยอมรับเมื่อกระทำผิด หลังจากนั้นก็ให้ผู้เข้าร่วมวิจัยให้คะแนนความเปราะบางอารมณ์ ในสองแง่ คือ หากพวกเขาได้ทำสิ่งนั้นเอง และ หากพวกเขาได้เห็นว่าสิ่งนั้นจากผู้อื่น (ตัวอย่างคำถาม เช่น พวกเขาเห็นด้วยแค่ไหนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นความกล้าหาญ หรือความอ่อนแอ) ผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมงานวิจัยมองว่า หากเป็นความเปราะบางทางอารมณ์ของพวกเขาเอง พวกเขาจะมองในแง่ลบ แต่หากเป็นความเปราะบางทางอารมณ์ของผู้อื่น พวกเขากลับมองในแง่บวก

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ Bruk และผู้ร่วมวิจัย ได้จำลองสถานการณ์ที่มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการทดลองสามารถคาดการณ์ได้ว่า พวกเขาจะแสดงความเปราะบางทางอารมณ์ในสถานการณ์เหล่านั้นในชีวิตจริงหรือไม่ หรือพวกเขาจะได้พบบุคคลอื่นมาแสดงความอ่อนไหวนี้ต่อหน้าพวกเขาหรือไม่ ผลปรากฏว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยยังคงให้คะแนนเช่นเดิม คือ หากความอ่อนไหวนั้นเป็นสิ่งที่แสดงโดยบุคคลอื่น พวกเขาจะให้คะแนนที่สูงกว่าสิ่งที่เขาทำเอง

 

 

Bruk และผู้ร่วมวิจัยของเธอได้อธิบายกลไกของความขัดแย้งในมุมมองนี้ว่าเกี่ยวข้องกับ “construal level” (ทฤษฎีจิตวิทยาสังคมแบบหนึ่งที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระยะห่างของวัตถุกับขอบเขตความคิด โดยมีแนวคิดที่ว่า ยิ่งระยะห่างของวัตถุกับบุคคลมากเท่าไหร่ ความคิดเกี่ยวกับวัตถุนั้นก็จะเริ่มเป็นนามธรรมมากขึ้น แต่หากระยะห่างของวัตถุนั้นอยู่ใกล้ ความคิดเกี่ยวกับวัตถุนั้นจะเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น) ดังนั้นหากพวกเราคิดถึงความเปราะบางของตัวเอง พวกเราจะรู้สึกเป็นรูปธรรมมากกว่า แต่หากว่าเป็นความเปราะบางของผู้อื่น พวกเราจะรู้สึกว่าเป็นนามธรรม

ข้อมูลที่นักวิจัยได้ค้นพบนั้นชี้ให้เห็นว่า ประโยชน์ของการแสดงความอ่อนไหวออกมานั้น แสดงให้เห็นถึง การเปิดเผยตัวเองสามารถสร้างความเชื่อใจให้กับผู้อื่นได้ การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นสามารถช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของเราได้ การยอมรับในความผิดพลาดทำให้เรารู้จักการให้อภัย และการสารภาพรักใครสักคนคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ

 

 

การที่เราแสดงด้านที่อ่อนแอของเราให้คนอื่นได้เห็น ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายเสมอไป เราอาจจะกลัวที่จะแสดงความไม่สมบูรณ์แบบของเราให้คนอื่นได้เห็น แต่บางครั้งการที่เราได้แสดงความอ่อนแอในตัวเราออกมา อาจช่วยทำให้เราสามารถสร้างสัมพันธไมตรีกับคนได้มากขึ้น เหมือนกับคุณที่เห็นความอ่อนไหวของคนอื่นแล้วรู้สึกว่า พวกเขาจับต้องได้ จริงใจ และน่าเชื่อถือ นั้นก็เช่นเดียวกัน การยอมรับข้อผิดพลาดในตัวเองจะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพ

https://digest.bps.org.uk/2018/08/02/the-beautiful-mess-effect-other-people-view-our-vulnerability-more-positively-than-we-do/

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Construal_level_theory

https://thriveglobal.in/stories/embracing-the-beautiful-mess-effect-can-make-us-happier-according-to-science/

https://www.theemotionmachine.com/the-beautiful-mess-effect-people-like-you-when-you-show-your-vulnerable-and-imperfect/

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store