NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Hotel Man Ep. 4 ตอน  เปิดประสบการณ์ Hotel Inspection
หมวด: Campus

Hotel Man Ep. 4 ตอน เปิดประสบการณ์ Hotel Inspection

  • 564
  • 0
  • 0
Hotel Man

ตอน  เปิดประสบการณ์ Hotel Inspection 

คำว่า Inspection หรือ Hotel Inspection นั้นพูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันก็คือการขายห้องพักให้แขกโดยการพาแขกชมห้องตัวอย่างก่อนนั่นแหละครับ  ซึ่งปกติก่อนขายมันก็ต้องมีการโชว์ของโชว์รายละเอียดก่อนเพื่อให้แขกเลือกว่าสนใจอันไหนแล้วค่อยอัดโปรโมชั่นเข้าไปก่อนแขกตัดสินใจเข้าพักส่วนใหญ่จะใช้กับแขก Walk In ที่อยู่ดีๆ ก็ขับรถเข้ามาหาห้องพักแต่บางครั้งจองมาเสร็จเรียบร้อยมาถึงขอ  Inspection  ดูก่อนยังไม่  Check In  พอเห็นสภาพห้องพักและบรรยากาศในโรงแรมเปลี่ยนใจไม่พักต่อก็มี การทำ Hotel Inspection จะมีทั้งที่โทรมานัดก่อนล่วงหน้าหรือบางครั้งก็ Walk  In เข้ามาเลยก็มีส่วนพวก  Travel Agency หรือบริษัททัวร์จะชอบมาขอดูห้องเพื่อขอทำราคา  Contract  Rate  และส่งแขกมาพัก การ Inspection นั้นแม้แต่โรงแรมอื่นที่ทำธุรกิจเดียวกันก็สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ (แต่ส่วนใหญ่ต้องทำนัดหมายมาล่วงหน้าก่อนนะครับมันเป็นมายาท) และเนื่องด้วยการ  Inspection  มันหมายถึงโอกาสการขายห้องพักของโรงแรม ถ้าเราทำการ  Inspection  ดีและสามารถปิดการขายได้ทันทีก็ถือว่าการ  Inspection  นั้นสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

สำหรับในส่วนของการพา Travel Agency หรือบริษัททัวร์ต่างๆ  เข้า Inspection ส่วนมากแผนก  Sale  เขาจะเป็นคน  Lead  Inspection  เองเพราะมันจะทำให้เพิ่มโอกาสการขายได้มากขึ้นเนื่องจากเขาสามารถ Offer ข้อเสนออะไรพิเศษๆ ให้กับ  Travel Agency  หรือบริษัทัวร์เหล่านั้นได้ทันทีที่มีการต่อรองและที่สำคัญ  Sale จะมีวิธีการพูดการขายและลูกล่อลูกชนดีกว่าและถนัดกว่า  G.S.A การต่อรองที่  Sale  จะเจอส่วนใหญ่ เช่น  การให้ส่วนลดราคาค่าห้องพักที่แตกต่างกันไปตามขนาดและความใหญ่ของ  Agent  สิทธิพิเศษต่างๆ  ที่จะให้สำหรับแขกที่จองมากับ  Agent  นี้ เช่น การให้  Check In  ได้ก่อนเวลาปกติ การขายห้องพักรวมอาหาร Lunch หรือ Dinner ที่เป็นราคาพิเศษแต่ก็จะมีบ้างบางครั้งที่ Sale ไม่ว่าง  เขาก็จะโทรมาหน้าบ้านเพื่อให้หน้าบ้านซึ่งหมายถึง  G.S.A  อย่างพวกผม พาแขกไป  Inspection แทนแล้วค่อยให้  Sale s มาคุยเรื่องราคาต่ออีกทีในภายหลังสำหรับเรื่องการให้  Inspection  แทนนี้บางครั้งมันก็เป็นข้อพิพาทบ่อยเหมือนกัน  เนื่องเวลาที่  Sales  ขอให้หน้าบ้านพา  Inspection  บางที G.S.A ก็ยุ่งกับการ Check In กับ Check Out และแขก Complain อยู่ไม่สามารถปลีกตัวพา  Agent  ต่างๆ  ไป  Inspection  ได้ทันทีทำให้แขกรอนานกรณีนี้ก็จะมีการบ่น ๆ กันบ้าง  สุดท้ายก็ไปเจอกันใน  Morning Brief  ฟาดฟันกันไประหว่าง  Sales  กับ FOM โดยมี GM เป็นกรรมการ 55 แต่ในส่วนแขกธรรมดาที่เรียกว่า  Regular Guest  ที่เข้ามาขอดูห้องทาง G.S.A ก็สามารถพา Inspection และให้ราคาได้เลยส่วนการลดราคานี้แต่ละโรงแรมเค้าจะมี Policy ที่เป็น Limit ส่วนลดค่าห้องที่ให้ได้ในแต่ละระดับของพนักงานในแผนก Front Office เพื่อที่จะให้ส่วนลดแขกได้ทันทีที่ถูกถามส่วนลดนี้จะเรียกว่า  Discount  Rate  ยกตัวอย่าง เช่น FOM สามารถให้ส่วนลดค่าห้องจากราคาขายปกติได้ไม่เกิน 50% ส่วนพนักงานที่มี  Level ตั้งแต่ AFOM, Duty Manager, Night Manager, สามารถให้ส่วนลดได้สูงสุด 30%, Supervisor, Night Audit, ให้ส่วนลดได้ 20%, และพนักงาน G.S.A,G.R.O, ให้ส่วนลดได้สูงสุด 10%, แบบนี้เป็นต้นแต่ถ้ากรณีขอส่วนลดมากกว่า 50% หรือขอห้องฟรี Comp. Room (Complimentary Room) จะต้องเป็นพนักงานระดับ GM  ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถให้ได้แต่บางแห่ง RM ก็สามารถให้ได้เช่นกันในกรณีที่ GM ไม่อยู่และ RM In charge. ส่วนแผนกอื่นก็สามารถให้ห้อง Comp. Room ได้เช่นกันแต่ต้องได้รับการอนุมัติจาก GM หรือ RM, OM ก่อน  เช่น  แผนก  Sale  มีแขกที่เป็นเจ้าของ  Agency ใหญ่ๆ มากๆ  ต้องการมา  Inspection  โรงแรมทางแผนก  Sale  จึงต้องการให้แขกท่านนี้ได้ทดลองพักกับทางโรงแรมฟรีเลยทำการขอห้อง  Comp. Room  ไปที่  GM  ซึงถ้า  GM อนุมัติก็สามารถให้ห้อง  Comp. Room  กับแขกท่านนี้ได้แต่ถ้าไม่อนุมัติก็คงต้องหาวิธีอื่นต่อไปเพราะ Complimentary = Free   รายได้มันมีมี ใครๆ ก็ไม่อยากได้เท่าไหร่ยกเว้นมีผลประโยชน์ต่อกันจริงๆ 

สำหรับผมประสบการณ์พาแขก Inspection ครั้งแรกเกิดตั้งแต่วันที่ 3 ของการทำงานและเป็นวันที่เพื่อนผมเพิ่งสอนการพาแขก Inspection ห้องพักเสร็จไปหมาดๆ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 5 ทุ่มเพราะอย่างที่บอกว่าผมทำงานรอบดึก มีรถเก๋งคันหนึ่งขับมาจอดหน้า  Lobby  แล้วก็เดินขึ้นมาหาผมครับ “น้องพี่ขอดูห้องหน่อยครับ”  สิ้นเสียงนี้ผมตื่นเต้นเหมือนได้รางวัลเมขลากันเลยทีเดียวครับเพราะไม่นึกไม่วันว่าจะได้มีโอกาสลองวิชาเร็วขาดนี้ พอสิ้นเสียงตอนนั้นมันตื่นเต้นมากเพราะกลัวทำผิดขั้นตอนกลัวแขกหงุดหงิดที่เราเงอะๆ งะ ๆ และทำได้ไม่ดีบอกรายละเอียดเค้าไม่ครบถ้านึกไม่ออกว่ากดดันยังไง  สำหรับผู้ชายให้นึกถึงตอนจับใบดำใบแดงแล้วประเภทว่ามันเหลือใบแดงมากกว่าใบดำแบบนั้นนั่นแหละครับ  หรือผู้หญิงก็นึกถึงตอนที่ประจำเดือนไม่มาติดต่อกัน 2 เดือนแล้วไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจแล้วลุ้นว่าจะท้องหรือไม่ท้องนั่นแหละครับ อารมณ์ตอนนั้นแทบอยากลากลับบ้านแล้วขับมอเตอร์ไซด์กลับแบบไม่สนโลกเลยครับแต่ก็นะถ้าอยากทำงานนี้ก็ต้องสู้เข้าไว้ผมเลยตั้งใจตอบกลับไปเต็มที่ครับว่า “ห้องเต็ม” เอ้ย!!! ไม่ใช่ครับ  “สักครูนะครับขออนุญาตหาห้องก่อนนะครับ” ว่าแล้วผมก็ก้มหน้าหาห้อง Showroom ด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นเร็วมือไม้สั่น  Click ผิด Click ถูกจะเอาห้องไหนดีวะ เอาห้องไหนดี  ห้องไหนพร้อมวะแล้วไอ้ห้อง  Showroom  เมื่อกี้มันอยู่ไหนแต่ก็ยังเก็บอาการเพราะไม่เคยพาแขก Inspection มาก่อน ตอนนั้นในหัวก็นึกว่าจะต้องทำยังไงต้องเริ่มต้นการ  Inspection  ที่ไหนอย่างแรกทำอะไรบ้างต่อจากนั้นทำอะไรต่อ แล้วถ้าทำผิดแขกเค้าจะว่าอะไรมั้ยเนี่ยมันกลัวครับบอกเลยตอนนั้นและด้วยความที่มันตื่นเต้นมันก็เลยลน ๆ ครับหาห้องแบบรีบ ๆ วกไปวนมาไม่รู้จะเอาห้องไหนดีจนสักพักได้สติก็เอาห้องที่ใกล้  Lobby  ที่สุดครับห้องที่โชคดีห้องนั้นเป็น Villa  ที่ส่วนใหญ่จะแนะนำให้แขกที่มาเป็นคู่หรือครอบครัวผมเอาห้อง  Villa  ให้แขกดูโดยไม่สนใจเลยว่าแขกมาแค่คนเดียว 555 แล้วผมก็จัดการนำทางพาแขกไปดู  Villa  ในระหว่างทางผมก็คิดตลอดว่าจะต้องทำยังไงดีนะ  ลำดับแรกต้องทำอะไรก่อนวะ? ช่วงที่พาแขกเดินลงมาจาก  Lobby  ก็คิดอยู่ว่าจะพูดยังไงแต่ยังไม่ทันจะเริ่มครับแขกก็ถามมาก่อนเลยครับว่า “โรงแรมเพิ่งเปิดเหรอครับน้อง? แล้วมีกี่ห้องกันครับเนี่ย?” สารภาพว่าสิ้นเสียงแขกมันทำให้ความกดดันผมลดลงไปเยอะเลยครับ อาจเป็นเพราะแขกมาด้วยความเป็นมิตรและไม่เหมือนกับที่ผมคิด ว่าแขกจะต้องมาแบบคุณครูมาจับผิดเรา มันเลยทำให้ผมเลิกกังวลและเริ่มต้นสนทนากับแขกอย่างผ่อนคลายมากขึ้น  “โรงแรมเพิ่งเปิดครับพี่  มี 200 ห้องครับ”  

พอพูดจบประโยคนี้แล้วจากนั้นเหมือนสมองมันสั่งการให้คำพูดออกมาเองเลยผมก็ร่ายยาวเลยครับ  โดยอาศัยความคิดที่ว่าเราคุยกับเพื่อนเราคนหนึ่งไม่ต้องเกร็งอะไรมากความกดดันมันเริ่มก็เริ่มผ่อนคลายจากนั้นก็ไหลเลยครับสำหรับผม ผมเริ่มต้นแนะนว่า “โรงแรมมีกี่โซน?  มีห้องอาหารอะไรบ้าง? บาร์สระน้ำอยู่ตรงไหน?  Spa, Fitness,  เปิดบริการกี่โมงถึงกี่โมง มีอาหารอะไรให้บริการบ้าง?” แขกก็ฟังอย่างตั้งใจนะครับ  ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ผมไม่เกร็งมากขึ้น  ประกอบกับแขกไม่ถามแทรกอะไรเลยทำให้ผมไม่สะดุดเวลาแนะนำคือผมก็พูดตามรายละเอียดของโรงแรมตามปกตินั่นที่กังวลเพราะผมแค่กลัวไปเองมากกว่าถึงตอนนี้ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ยากนะครับการ  Inspection ผมก็เดินไปคุยไปจนเดินไปถึงห้อง  พอไปถึงบอกตรง ๆ ว่าตอนนี้ผมลืมครับ ลืมหมดทุกอย่างที่เพื่อนสอนมาครับไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเพราะห้องที่มันพาไปดูเมื่อวานมันคนละแบบกันกับที่ผมพาแขกมาดูวันนี้ตอนนั้นใจก็รู้สึกผิดไปเองว่าถ้าไม่ทำตามที่เพื่อนบอกจะทำให้ผิดขั้นตอนแต่ด้วยตอนนั้นฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า “เฮ้ย ตอนกลางคืนนี่มีกูคนเดียวนี่หว่า EAM เค้าก็ไม่อยู่ FOM ก็ไม่อยู่ กูฉายเดี่ยวคนเดียวเลยนี่หว่าผมเลยเริ่มต้นจากบอกแขกตั้งแต่ทางเข้าว่าการแขวน DND ทำยังไง?  ใน Villa มีอะไรให้บริการบ้าง?  ห้องอะไรอยู่ตรงไหน?  มีสระน้ำอยู่ตรงไหน?   อะไรฟรีบ้างในห้อง?  ทำไปทำมามันเหมือนเราพาคนมาเยี่ยมชมบ้านเรานั่นแหละครับแต่แตกต่างกันตรงที่ว่าเราต้องปิดการขายให้ได้ด้วยเท่านั้นเองช่วงที่แนะนำรายละเอียดต่างๆ  แขกก็ถามเป็นระยะ ๆ  นะครับ ว่าราคาห้องขายเท่าไหร่?   มีส่วนลดอะไรบ้าง? ผมก็ตอบราคา  Walk In ที่เป็นราขาย ณ วันนั้นนั่นแหละครับตอนนั้นทำงานใหม่ๆ ยังไม่รู้ว่าต้องมีลูกเล่นในการขายแบบไหนบ้าง?  มีการลดราคายังไง?  เพราะใจผมพะวงกับแต่เรื่อง Inspection เพราะกลัวทำผิดมากกว่า  เดินดูกันอยู่ได้ประมาณ 10 นาที  ก็ครบถ้วนทุกซอกทุกมุมใน  Villa  แขกก็ดูๆ อยู่อีกสักพักแต่ก็ไม่ได้แสดงว่าชอบหรือตื่นเต้นอะไรมาก  ลักษณะก็ธรรมดา ๆ จากนั้นผมก็พาแขกกลับไปที่ล็อบบี้แขกก็บอกว่าเดี๋ยวขอไปดูที่อื่นและเปรียบเทียบกันก่อน (ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไรว่าโอกาสในการขายกำลังจะหลุดลอยไปแล้วมัวแต่โล่งใจที่การ inspection ผ่านไปอย่างราบรื่น)  ผมก็ขอบคุณแขกและก็เดินไปส่งที่รถแต่ไม่ลืมให้นามบัตรกับโบรชัวร์โรงแรมติดไปด้วยก็เป็นอันว่าการ  Inspection ครั้งแรกของผมผ่านไปด้วยดีเพราะเจอแขกดีครับ 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store