NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
จดหมายจากดวงจันทร์ ตอนที่ 10
หมวด: Entertainment

จดหมายจากดวงจันทร์ ตอนที่ 10

  • 3.7K
  • 2.1K
  • 18
ต้าparadox

เสาร์ที่ 27 กรกฎาคม

ห้องซ้อม Sea Sand Club Band   

16:00 น.

 

สวัสดี

 ไม่ได้คุยกันนานเลย นึกว่าลืมกันไปแล้ว แถวบ้านฉันตอนนี้พายุเข้า ฝนตกทุกวัน ค่อนข้างหนัก เหมือนจะตกทิ้งฤดู นั่งมองคลื่นก้อนสูงลอยมาเกือบติดพื้นบ้าน เวลามันกระเพื่อมแล้ว สะเทือนฝ่าเท้าเลย ได้ยินเสียงกุกกัก น้ำทะลักออกมาจากร่องพื้นกระดาน กระฉอกไปกระฉอกมา ก็ดูน่ากลัวนะ บรรยากาศอึมครึม ฟ้าสีเทาหม่นทะมึนทั้งวัน ได้ยินแต่เสียงฝนพรำ ฟ้าร้องครวญคราง เหมือนมันบาดเจ็บ คลื่นก้อนใหญ่เซมากระทบพื้นกระดานตลอด ส่งเสียงโครมครามแทบทุกชั่วโมง ไม่รู้ว่าชานบ้านจะถล่มลงทะเลไปเมื่อไหร่ ที่น่ากลัวที่สุดคือหากมีซากของเรือหรือเสาบ้านที่หัก ลอยมากระทุ้งเสาบ้านของฉัน ถ้ากระแทกหนักๆแล้ว เสาคานจะหัก และทำให้บ้านถล่มได้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันเห็นมันถล่มลงไปกับตา เพราะโดนซากหัวเรือพุ่งเข้ามาเกยในบ้านเลย คลื่นพามาส่งถึงที่ ยังโชคดีที่ปีนี้ไม่โดนพายุถล่มหนักเหมือนปีก่อนๆ ช่วงนี้ฉันเลยไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่ได้ลงไปเดินเล่นแถวชายทะเล ได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ฝนที่นี่ตกหนักมาก เรียกว่าไม่ให้โงหัวเลย ได้ยินแต่เสียงซ่าๆ ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง ทำเอาคนวิ่งกันหัวซุกหัวซุน ล้มเลิกโครงการนัดเพื่อนไว้ทั้งหมด ฉันก็ได้แต่อยู่ในห้อง มองออกไปที่ทะเล มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากม่านฝน นึกถึงคนที่อยู่กลางทะเลไม่รู้จะเป็นยังไงน๊อ ก็เลยนั่งแกะเพลงไปพลางๆ ไว้ซ้อมกับเพื่อน ช่วงนี้มานั่งย้อนแกะเพลงเก่าๆยุค 90 รื้อกองเทปหรือพวก CD เก่าๆมาเปิดฟังเล่น เพราะที่บ้านยังมีเครื่องเล่น CD อยู่ ไม่อยากจะเล่นเพลงที่กำลังฮิตกันเกร่อๆ อย่างวง Pink Friday ที่ใครๆก็เอาแต่แกะซ้อมกันทุกวง

พอมานั่งดู CD แต่ละวง ฉันไม่รู้จักเลย แต่มีวง Paradox ที่เธอถามถึง ฉันเจอหลงอยู่ 1 แผ่น ไม่รู้มาจากไหน ก็เลยเอามาฟังเล่นๆ น่าจะเป็นอัลบั้มที่เธอถามนั่นแหละ เพราะมีเพลงหลุมศพปลาวาฬอยู่ด้วย วันนี้เค้านัดกันซ้อมดนตรี ฉันเลยแกะเพลงฤดูฝนให้เข้ากับบรรยากาศ เพราะว่าที่ห้องซ้อม มองออกไปคงได้เห็นวิวฝนที่ตกไปด้วย โรแมนติกสุดๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไรหรอก เป็นบรรยากาศทะเลแบบอึมครึม คลื่นสูงๆ กระแทกโขดหินน้ำกระจาย  ช่วงฝนตกก็ได้อารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ อึนๆ เลยรู้สึกว่าน่าสนใจ ฟังเพลงนี้แล้วชอบ ลองยกเครื่องเล่นไปเปิดฟังอยู่คนเดียวที่นอกชาน มองดูฝนโปรยปราย เสียงฟ้าผ่าดังน่ากลัวเป็นระยะๆ อยู่ดีๆก็นึกถึงประโยคที่ว่า"ฟ้าคำราม" ในเพลงฤดูฝน กับท่อนฮุค

 "ฝนซัดสาด ให้มันเปียกปอนไปพร้อมน้ำตา

ในวันที่มองดูฟ้าคําราม ในวันที่เธอไม่อยู่ดังเดิม "

ประโยคแบบนี้มันน่าจะโดนใจคนอกหัก อารมณ์อยากออกไปตากฝนให้สะใจ เดินเรื่อยเปื่อย ไร้จุดหมาย ออกไปแหกปากตะโกนอ๊ากๆ ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นออกมาให้หมด ความเหงาความเศร้า ความเกรี้ยวกราด ทุกอย่างมักจะมาตอนฝนตก ก็แปลกดีนะ แม้แต่ในหนังช่วงดราม่า ก็มักจะมีสายฝนเป็นฉากหลังตลอด (ฉันไม่รู้หรอกว่าอกหักเป็นยังไง ไม่เคยมีแฟน เห็นแต่ในหนัง อิอิ)

 

สรุปวันนี้มารอเก้อ!!&&@฿”

 

“อาฟอดาเฟ้ววว!  เอ๊ยย“

(ภาษาแก๊งค์ เรียกกันเวลามีอะไรล่มสลาย หรือเฟล ใช้เป็นคำอุทาน ประจำกลุ่ม อารมณ์วัยรุ่นเซ็ง)

เพื่อนนัดกันซ้อมดนตรีที่ห้องพี่เต่า แต่ไม่เห็นมีใครมาสักคน เบี้ยวกันหมด ฮึ่ย! คงเพราะกลัวเรื่องพายุ กลายเป็นฉันมาเก้ออยู่คนเดียว พี่เต่าเลยให้เข้าไปนั่งซ้อมโดยไม่คิดเงิน เพราะเข้าใจว่าพายุแบบนี้ คนคงไม่ออกจากบ้านกันมาแน่ เผลอๆน้ำจะท่วมร้านเอาเหมือนกัน วันนี้เลยโชคดีสุดๆ ได้เข้าไปลองเล่นเครื่องดนตรีทุกชิ้น เหมือนมีห้องซ้อมเป็นของตัวเองเลย ได้ดูท้องฟ้า ทะเล กำลังครึ้มใจ แล้วก็เอาเพลง ฤดูฝนของ Paradox มานั่งแกะต่ออย่างละเอียด แกะโครงสร้าง การวางเพลงก่อนเลย (พูดเหมือนเก่ง55)

เพื่อนเคยบอกว่าเพลงนี้ได้ไอเดียมาโดยบังเอิญ  ครั้งหนึ่ง พี่ต้าซ้อมเพลงฤดูร้อน เล่นกีตาร์โปร่ง เพื่อจะเอาไปโชว์ตามงานที่จะไปเป็นวิทยากร วันนั้นฝนตกหนักมาก ระหว่างที่พี่ต้ากำลังเกากีตาร์เพลินๆ มีฟ้าผ่าลงมาเปรี้ยงใหญ่ เสียงดังสนั่น พลันอยู่ดีๆก็ปิ๊งคำว่า"ฟ้าคำราม"ขึ้นมา ตอนนั้นมือกำลังตีคอร์ดเล่นเพลงฤดูร้อนอยู่ เลยนึกแผลงๆ กะจะเล่นมุกให้คนฮาแบบเซอร์ไพรส์ ด้วยการเปลี่ยนเนื้อเพลงฤดูร้อนให้คนฟังแปลกใจเล่น เอาเป็นเปลี่ยนฤดูบ้าง คนชอบแซวดีนักว่ามีฤดูร้อนแล้วต้องมีฤดูฝน อะไรแบบนี้บ่อยๆ ก็เลยฮัมเพลงท่อนฝนซัดสาดนี่แหละ คลอไปกับทำนองเพลงฤดูร้อน เล่นแล้วรู้สึกเข้าท่าดี ก็เกิดปิ๊งไอเดียใหม่ ใช้โครงสร้างของเพลงฤดูร้อนเอามาแต่งเป็นอีกเพลง ให้เป็นภาคต่อ เป็นเพลงฤดูฝน เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก หลังจากนั้นก็เลยเริ่มหาจุดเด่น หาประโยคเชื่อม ที่ใช้จากเพลงเดิมเอามาเป็นสะพานเชื่อม เหมือนเป็นการคารวะเพลงฤดูร้อน(ว่าไปนั่น) เช่นคำว่า"ผ่าน" คำว่า"เหมือนเดิม" "เหมือนเคย"ในเพลงฤดูร้อน เอามาล้อกับเพลงฤดูฝน ใส่ซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์เป็นท่อนเริ่มเข้าไป ให้เชื่อมโยงกับ Intro อิเล็กทรอนิกส์ของเพลงฤดูร้อนเก่า ใช้โครงสร้างการวางท่อนเพลงแบบเดียวกันเป๊ะ แต่เปลี่ยนเนื้อ คิดเสียว่าเหมือนหนังภาคต่อ จากคู่รักที่เคยอยู่ในเพลงฤดูร้อน เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วพอ 10 ปีผ่านไป เรื่องราวของคนทั้งสองนั้นจะเป็นเช่นไร เมื่ออยู่ในฤดูฝน คล้ายดูหนังเรื่อง Before Sunrise ของฝรั่ง ที่จะดำเนินเรื่องเล่าถึงชีวิตตัวละครในอีกหลายปีต่อมาจากภาคเดิม ได้เห็นมุมมองชีวิตของตัวละครที่เปลี่ยนไป (ฉันว่าแนวคิดนี้ก็โรแมนติกดีนะ) เลยได้เพลงฤดูฝนที่เหงาและอยากระบายมาเพิ่ม 1 เพลง

พี่เต่าเล่าให้ฟังว่า เขารู้จักกับพี่ต้าเคยได้คุยกันตอนมาแวะที่ร้าน เขาบอกว่าแม้กระทั่งท่อนจบของกลอง ก่อนที่จะเบาลงจนจบ ยังใส่ลูกเล่นของการตี เล่นกับฉาบแฉ รัว Hihat ถี่ๆ เลียนแบบให้คล้ายเสียงฝนที่ตกเปาะแปะ ช่วงใกล้จะหยุดตก อารมณ์คล้ายเสียงฝนที่ตกใส่กะละมังฝาบ้าน ฝาโอ่งเปาะแปะๆ เหมือนฝนตกลงสังกะสี คล้ายๆพายุหยุด แล้วค่อยๆเบาลงไปเรื่อยๆ จนเงียบหายไป ถือเป็นเสน่ห์ของการเรียบเรียงดนตรีอีกแบบหนึ่งเลย เพื่อนมันบ่นว่าเพลงนี้ตีกลองยาก แต่ตัวนักร้องดันชอบ เพราะได้ตะโกนปลดปล่อยดี

วงของเรายังซ้อมได้กระป๋องกระแป๋ง แต่ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว กับเพลงฤดูฝน แต่ยังไม่ถึงขั้นจะอัดมาให้เธอฟังนะ ปัญหาอยู่ที่มือกลองยังแยกประสาทไม่ค่อยได้ ตีกระท่อนกระแท่นไปหน่อย เพลงนี้ถ้าตีพลาดนี่จะพากันออกทะเลไปเลยนะ (ล่มทุกที) เดี๋ยวฉันก็จะส่งแผ่นซีดีที่เธออยากได้ไปให้ เอาแผ่น Copy ไปละกัน(อิอิ) เดี๋ยวจะลองถามพี่เต่าว่าร้านที่ห้องซ้อมมีขายหรือเปล่า ถ้ามีก็จะส่งไปให้นะ ฟังเพลงฤดูฝนแล้วชอบไหม? ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่เหงามาก มันเหมือนเศร้าๆปลงๆยังไงไม่รู้ การที่เราผ่านสถานที่ต่างๆ ที่เคยมีเรื่องราวดีๆ แล้วก็โดนความทรงจำนั้นเล่นงาน อารมณ์นี้มันเป็นกันทุกคนเลยนะ แต่ฉันนั้นไม่รู้หรอก เพราะยังไม่เคยมีความรัก55  รุ่นพี่ที่เคยอกหักเล่าให้ฟังว่า เวลาผ่านไปเจอที่ที่เคยนั่งเล่นกับแฟน แม้กระทั่งม้านั่งเหล็กริมชายหาดทั่วๆไป แต่เป็นที่ที่เค้าเคยขอคบกับแฟน ใต้ต้นตาลต้นนี้ เวลาผ่านม้านั่งตัวนั้นทีไร ใจมันปวดแปล๊บขึ้นมาทุกที ตอนเลิกกันใหม่ๆนี่ทรมานมาก จนถึงขนาดไม่ขอผ่านไปถนนเส้นนั้นอีกเลย ไม่อยากไปเห็นม้านั่งตัวนั้น ใจนึงก็อยากให้มีคนเอาไปทิ้ง แต่อีกใจก็อยากเก็บมันไว้อย่างนั้น ว้าวุ่นสุดๆ

แต่เวลาก็จะค่อยๆสอนเราเอง ว่าสุดท้ายก็ต้องปล่อยมันไป ปล่อยวาง รุ่นพี่บอกว่า เค้าจำเป็นต้องเดินผ่านมันทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน... วันแล้ว วันเล่า... ทุกครั้งที่ผ่านก็หลอนเหมือนได้ยินเสียงมันตะโกนถามแว่วๆ "ยอมรึยัง?"  ถามทุกวัน จนมาถึงจุดที่ดิ่งที่สุด ก็วันที่รู้ว่าเค้ามีแฟนใหม่ไปแล้ว จุดที่เหมือนชีวิตจมดิ่งลึกถึงก้นมหาสมุทร คล้ายสมอเรือ แตะพื้นทราย ไม่มีอะไรจะทุกข์ไปกว่านี้แล้ว วันนั้นก็ได้ยินเสียงม้านั่งเหล็กตัวนั้นร้องถามขึ้นมาอีกครั้ง"ปล่อยได้หรือยัง?" พลันลืมตามองดูตัวเอง เหมือนคนที่กำลังเอาแต่กอดอดีตก้อนมหึมา ที่ข้างในมีแต่ความทรงจำอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด จนหนักอึ้ง เหมือนเกาะสมอเรือขนาดยักษ์ จมลงไปเรื่อยๆ เมื่อความหวังพังทลายเจ็บปวดถึงขีดสุด จึงได้สติขึ้นมาว่า เราต้องปล่อยความทรงจำเสียๆ ที่มีแต่จะทำร้ายเราออกไปบ้าง เหลือไว้แต่ความทรงจำดีๆ ที่ทำให้เรามีพลัง เมื่อนึกได้ดังนั้น ก็เลยค่อยๆยอมรับความจริง ยอมปล่อยวาง ปล่อยใจ วางลง และเลิกคาดหวัง กลายเป็นว่า เมื่อค่อยๆปลดสิ่งเหล่านั้นออกไปแล้ว ตัวกลับเบาและลอยขึ้นทีละนิด รู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด ทั้งๆที่เค้าคิดว่ามันจะเหมือนคนยอมแพ้ ผู้แพ้ แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามเลย ในที่สุดอาการปวดใจ อมทุกข์ต่างๆก็ค่อยๆจางไป ดีขึ้นตามลำดับ จนกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง ต้องขอบคุณม้านั่งตัวนั้น ที่สอนให้เค้าเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับวันนี้ จากภาพหลอนที่เคยเจ็บปวด  ก็ค่อยๆเลือนไป เลือนไป จนสุดท้าย สิ่งที่หลงเหลือ มีแต่ภาพจำที่สวยงาม เดี๋ยวนี้ เวลาเดินผ่านมันทีไร จะกลายเป็นนึกถึงตอนที่ขอเป็นแฟนกันเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เวลาเห็นภาพนี้ จะกลายเป็นความรู้สึกดีๆ ยิ้ม ๆ ม้านั่งตัวนี้กลายเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก บทเรียนชีวิต และยังเป็นแบตเตอรี่พลังงาน ให้เราได้ชาร์จพลังดีๆ ทุกครั้งที่เดินผ่าน รุ่นพี่สอนว่าสุดท้ายคนเราก็ต้องเดินไปกับปัจจุบันอยู่ดี ปล่อยไปเถอะ และยอมรับความจริงให้ได้ จะได้ก้าวต่อไป เดี๋ยวก็ดีเอง รุ่นพี่บอกไว้อย่างนั้น

 

เพลงฤดูฝนเพลงนี้ ถือเป็นเพลงอกหักที่แฝงนัยยะแห่งการเรียนรู้ที่จะก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง ฟังแล้วชอบมากเลยล่ะ แถมเป็นภาคต่อของฤดูร้อนด้วยนะ เมื่อเวลาผ่านไป ตัวละครเดิมๆ จากที่วาดฝันไว้ในเพลงฤดูร้อน เค้าได้เติบโตไปพร้อมกับเพลง จนเดินทางวนมาถึงฤดูฝน ในวันที่ฝนตกหนัก แล้วต่างคนต่างเดินผ่านสถานที่แห่งความทรงจำ เค้าจะรู้สึกอย่างไรกันบ้าง

อยากแกะเพลงนี้ให้ละเอียด เสียงดนตรีเวลากระหึ่มสะใจดี ชอบจัง เดี๋ยวถ้าเล่นกันแน่นๆ ไม่ล่ม แล้วจะอัดให้ฟังนะ ขอเวลาซ้อมอีกสักครั้งหนึ่ง วันนี้พอฝนหยุด คงออกไปนั่งแต่งเพลงเล่นบ้างแต่งอะไรไปเรื่อยเปื่อย(มีไฟ) ตรงข้างห้องซ้อมนี่แหละ ร้านกาแฟคนไม่แน่นแล้ว มีฉันอยู่คนเดียว ไว้ไปขอพี่เต่าพาขึ้นไปชั้น 2 ดีกว่า พอดีวันนี้เหมือนพี่เต่ากำลังวุ่นๆ กับร้าน คงยังจัดชั้น 2 ไม่เสร็จ แต่เหมือนเคยได้ยินว่าเค้ามีนะ ซีดีที่เธอหา สรุปก็คือเอาของฉันไปก่อนแล้วกัน สำหรับวันนี้คงได้นั่งแกะเพลงฤดูฝนเล่นอยู่คนเดียว ในห้องซ้อมอันว่างเปล่า เล่นเป็น Acoustic ก็เพราะไปอีกแบบนะ ร้องๆหยุดๆเพลินๆดี เอาไว้ถ้าเสร็จแล้วจะอัดให้ฟัง  ขอตัวไปแกะเพลงต่อละ

ขอบคุณฝนที่ตก ทำให้มีเวลานั่งเขียนจดหมายยาวๆ ฮ่าๆ

 

                                   ฝนตกอย่าลืมระวังป่วยนะ

 

                                                ปลาวาฬ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store