NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เรื่องราวหลังการจากลา - 1 -  Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร
หมวด: Funny

เรื่องราวหลังการจากลา - 1 - Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร

  • 2.1K
  • 181
  • 8
HiganbanaHime

ในตอนที่ 50 หลานจ้านรับตำแหน่งเซียนตู  ผู้นำสูงสุดของเหล่าเซียน  ส่วนเว่ยอิงต้องการเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วยุทธภพ  ไม่มีการจากลา  เพียงแค่  เดินกันคนละเส้นทาง  แล้วหลังจากนั้น  จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ

"ข้าไปทางนั้น"

"ข้าไปทางนี้"

            บนยอดเขาสูงแห่งหนึ่ง  ที่ซึ่งสายลมพัดผ่านยอดหญ้า  อากาศบริสุทธิ์สดชื่นและเงียบสงบ  บนยอดเขานั้นมีร่างของบุรุษสองคนกำลังยืนหันหน้าเข้าหากัน  พร้อมทั้งลาหนึ่งตัว  ผู้หนึ่งแต่งกายด้วยชุดสีดำ  ผู้หนึ่ง  แต่งกายด้วยชุดสีขาว  ทั้งสองต่างหันหน้าจ้องมองกันและกัน  ก่อนจะกล่าวคำสั้นๆ  แล้วเดินสวนกันไปคนละทาง  เดินห่างกันออกไปเรื่อยๆ  ไม่มีคำร่ำลาใดๆ  ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดมากมาย  ทั้งสองต่างก็เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอย่างดี  

           เว่ยอู๋เซี่ยน  รักอิสระ  ไร้กฏเกณฑ์  ไม่อาจผูกมัดไว้ที่แห่งใดได้ยาวนาน  แม้ในใจเขาอยากจะเก็บซ่อนเว่ยอิงจากสายตาทุกคนไว้ในผาเมฆาตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน  แต่เขารู้ดีว่าไม่อาจกักขังเว่ยอิงได้  อีกทั้งกฎตระกูลสามพันกว่าข้อ  จะทำให้เว่ยอิงปราศจากความสุขอย่างแท้จริง  ดังนั้นเขาจึงรับตำแหน่งเซียนตูนี้มา  ไม่ใช่เพื่ออำนาจหรือความทะเยอทะยานใดๆ  แต่ทั้งหมดก็เพื่อเว่ยอิง  เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตท่องไปทั่วหล้าอย่างไร้กังวล  เพื่อว่าจะสามารถปกป้องเว่ยอิงจากทุกสิ่ง  ไม่ให้เขาต้องเผชิญอันตรายเพียงลำพัง  เพื่อว่าเว่ยอิงจะไม่ตายจากเขาไปอีกครั้งโดยที่ทำอะไรไม่ได้  แม้ความตั้งใจนี้จะแน่วแน่  และนี่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำเพื่อเพื่อนคนแรกและคนเดียวของเขาได้  สุดท้าย  เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวที่กำลังเดินลงเขาจากไปพร้อมกับเจ้าลาที่ดื้อรั้นไม่ต่างจากนายของมัน  ความรู้สึกหลากหลายปรากฏขึ้นในใจ  รวมถึงภาพช่วงเวลาในอดีตที่พรั่งพรูออกมา  เป็นความรู้สึกที่ยากจะทำความเข้าใจ  ไม่อาจอธิบายได้

           ฝ่ายเว่ยอู๋เซี่ยนที่เดินลงเขาจากมา  ก็ใจหายไม่น้อย  เขาหวนระลึกไปถึงช่วงเวลาในร่างเดิมที่แยกเส้นทางกันเดินกับหลานจ้าน  ทั้งในเส้นทางฉงฉีกลางสายฝน  หลานจ้านเปิดทางให้เขานำคนตระกูลเวินหลบหนีไปโดยไม่ขัดขวาง  การจากลาที่ล่วนจั้งกั้ง  ตอนนั้นเขาร้องเพลงออกมาเพื่อปกปิดความเศร้าและความโดดเดี่ยวที่ไม่อาจเดินไปบนเส้นทางเดียวกับทุกคนได้  ด้วยภาระหน้าที่ และชื่อเสียงของตระกูลที่แบกรับไว้  ทำให้เขาจำเป็นต้องแยกตัวเองออกมาจากทุกคน   ตัวเขาไม่มีพ่อแม่วงศ์ตระกูลที่ต้องปกป้อง  เขาจึงสามารถแบกรับทุกอย่างเอาไว้ได้  แม้จะขมขื่น  แต่ก็สามารถใช้ชีวิตต่อได้   และยินดีที่สหายทุกคนสามารถก้าวต่อไปอย่างมีความสุข   เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กลับมาจากความตาย  ได้พบเจอกับทุกคนอีกครั้ง  ที่ไม่คาดคิดที่สุดคือ  ในครั้งนี้หลานจ้านผู้ซื่อเคร่งครัดเป็นที่สุด  กลับเลือกที่จะปฏิเสธกฏเกณฑ์  แล้วยืนอยู่เคียงข้างเขาจนกระทั่งเรื่องราวทุกอย่างคลี่คลาย  คืนความบริสุทธิ์ให้กับเว่ยอู๋เซี่ยน  แล้วมีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจ  ว่าที่หลานจ้านยอมรับภาระอันหนักหนาของตำแหน่งเซียนตูนี้ก็เพื่อเขา  ร่างกายที่เขาใช้อยู่ตอนนี้เป็นร่างของโม่เสวียนอวี่ผู้ถูกรังแกมาแต่เล็ก  ขาดสารอาหาร  ขาดพื้นฐานการฝึกตน  อ่อนแอไม่ต่างจากคนธรรมดา  ยังดีที่สามารถใช้อาคมได้อยู่  ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างนี้  เขาก็เคยชินกับการปกป้องคุ้มครองจากหลานจ้าน  การจากลาครั้งนี้  ทำให้รู้สึกขื่นขมกว่าครั้งไหนๆ  แม้กระทั่งตอนที่เขาตัดสินใจมอบจิณตานของตนให้กับเจียงเฉิง  ซึ่งเป็นพลังพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของผู้ฝึกตน  เขายังไม่รู้สึกยากจะตัดใจขนาดนี้เลย  ต้องใช้พลังใจเป็นอย่างมากที่จะไม่หันกลับไปมอง

            เว่ยอู๋เซี่ยนเดินทางผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า  ยิ่งจากมาไกลเท่าไร   จิตใจยิ่งหดหู่ขมขื่นยิ่งขึ้น  จนไม่อาจฝืนท่องกลอนยิ้มแย้มได้อีกต่อไป  เขาเดินขึ้นไปบนยอดเขาใกล้ๆ  หยิบขลุ่ยประจำกายขึ้นมาเป่าเพลงในความทรงจำ  เป็นเพลงเดียวกับที่เขาเป่าใบไม้เมื่อครั้งฟื้นขึ้นมาในตระกูลโม่  เพลงของหลานจ้าน  เฉินฉิงช่วยบอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกต่างๆที่เว่ยอู๋เซี่ยนไม่อาจพูดออกมาได้  เขาบรรเลงเพลงอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นั่น  ความโศกเศร้า  หดหู่  กระจายออกมาจากบทเพลง  แม้แต่เจ้าลาดื้อแอปเปิลน้อยก็ยังรู้สึกขมขื่นตามไปด้วย  ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบอันแสนเศร้า

           “เว่ยอิง”

            เสียงเย็นชาอันคุ้นเคยดังขึ้นเบื้องหลัง  เว่ยอู๋เซี่ยนหยุดเป่าเฉินฉิงทันที  หัวใจเต้นกระหน่ำอย่างไม่อาจควบคุมได้  ชั่วเสี้ยวขณะนั้นความคิดเขาสับสนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ไม่อยากเชื่อว่าคนที่เขากำลังนึกถึงจะมาปรากฏกายจริงๆ  ทั้งดีใจ  ตกใจ  ประหลาดใจ หดหู่ใจ  ความรู้สึกทั้งหลายประดังเข้าใส่เขาจนแทบร้องให้  ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรเมื่อต้องพบกับหลานจ้านอีกครั้ง  เขาค่อยๆหันกลับมา  พยายามยิ้มอย่างเต็มที่  แต่ก็เป็นรอยยิ้มแปลกๆที่แฝงด้วยความรู้สึกมากมาย  และเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันอบอุ่นทันทีเมื่อหันมาเห็นบุรุษชุดขาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง  ในนั้นเจือความหดหู่ใจเล็กน้อย  นี่เขาไม่ระวังจนไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้ามาถึงเบื้องหลังเขาเชียวหรือ  อ่อนแอขนาดนี้ยังคิดจะท่องไปทั่วหล้าด้วยตัวคนเดียวอีกหรือ  เขาพูดอะไรไม่ออก  ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น  น้ำตาไหลลงมาช้าๆ

              ทันใดนั้น  หลานจ้านก็ดึงเว่ยอู๋เซี่ยนเข้าไปกอด  ตัวเขาเองก็ตระหนกกับการกระทำของตัวเองเช่นกัน  เขาไม่เคยหลุดกิริยาเช่นนี้มาก่อน  แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเว่ยอู๋เซี่ยนที่หันกลับมา  หยาดน้ำตาที่ไหลริน  ทำให้ร่างกายเขาขยับโดยไม่รู้ตัว  หลังจากแยกกับเว่ยอู๋เซี่ยนบนยอดเขา   จิตใจเขาก็ไม่สงบเลย  นึกถึงเรื่องราวในอดีต  รวมถึงเรื่องราวหลังจากเว่ยอู๋เซี่ยนตายไปสิบกว่าปีนั้น  ทำให้เขาไม่อาจอดทนได้  จึงย้อนกลับตามเว่ยอู๋เซี่ยนมาอย่างช้าๆ  ขณะที่ขบคิดเหตุผลต่างๆนานา  และกำลังจะหันหลังจากไปนั้น  เขาก็ได้ยินเสียงเฉินฉิง  รับรู้ถึงความโดดเดี่ยว  โศกเศร้าที่มากับเสียงเพลงนั้น  อีกทั้งยังเป็นเพลงของเขา  หัวใจของเขาเจ็บปวดสุดจะทานทนจนต้องเร่งรุดมาถึงโดยไม่รู้ตัว  เมื่อนึกถึงแผ่นหลังเล็กๆแสนโดดเดี่ยวในอ้อมกอดนี้แล้ว  เขาจึงตระหนักว่าไม่อาจปล่อยให้เขาต้องเผชิญโลกตามลำพังอีกต่อไป

        “หลานจ้าน”

            เว่ยอู๋เซี่ยนเองก็ตกใจไม่แพ้กัน  อุทานออกมาเบาๆ  สับสนกับกิริยาของหานกวงจวิน  เซียนตูผู้สูงส่ง  ไม่น่าจะหลุดกริยาขนาดนี่นี่นา  ยังไม่ทันคิดอะไรไปกว่านั้น  หลานวั่งจีก็เอ่ยออกมาเบาๆ  ด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

             “กลับไปกับข้า”

             “แต่หลานจ้านตอนนี้เจ้าเป็นเซียนตู  มีเรื่องราวมากมายให้ดูแล  แล้วข้าก็เป็นผู้ใช้วิชาพิสดาร  ไม่เป็นที่ยอมรับของทุกตระกูล  ข้าท่องไปทั่วหล้า  อิสรเสรี  ว่าแต่  เจ้าปล่อยข้าก่อนได้มั๊ย”  เว่ยอู๋เซี่ยนรีบพูด  เขายังคงประหลาดใจกับท่าทีของหลานวั่งจี  

            หลานวั่งจีรู้สึกตัว  รีบปล่อยเว่ยอู๋เซี่ยนออกจากอ้อมกอด  เขาตกใจเช่นกันที่ตัวเองเสียกิริยาขนาดนี้  แต่พอเว่ยอู๋เซี่ยนออกไปจากอ้อมกอดแล้ว  เขากลับรู้สึกวาบโหวงในจิตใจ  สีหน้าเขาดูพิกลเล็กน้อย  แทบมองไม่เห็น  แต่กระนั้นเว่ยอู๋เซี่ยนก็มองเห็น

             “หลานจ้าน  ไหนๆก็มาแล้ว  มาดื่มด้วยกันหน่อยมั๊ย”  เว่ยอู๋เซี่ยนก็รู้สึกแปลกๆเช่นกัน  เขาจึงเอ่ยชวนหลานจ้านพร้อมกับนั่งลง  มือตบไปที่ถุงเฉียนคุนเอาสุราเทียนจื่อเซี่ยวที่พกติดตัวไว้ออกมาแล้วยื่นให้หลานวั่งจี  เพราะคิดจะท่องเที่ยวทั่วหล้า  ไม่รู้จะได้ไปกูซูอีกเมื่อไร  จึงเตรียมสุราเทียนจื่อเซี่ยวใส่ถุงเฉียนคุนที่หลานวั่งจีมอบให้ไว้หลายขวด 

               “เทียนจื่อเซี่ยว ?” หลานวั่งจีรับมาแล้วนั่งลงข้างๆเว่ยอู๋เซี่ยน  เขารู้ว่าเว่ยอู๋เซี่ยนชอบดื่มสุรา  และโปรดปรานเทียนจื่อเซี่ยวที่สุด  แต่ไม่คิดว่าจะชื่นชอบขนาดพกติดตัวตลอดเวลา

              “หลานจ้าน  เจ้ามาได้อย่างไร”  เว่ยอู๋เซี่ยนชวนคุย  ตามประสาคนพูดมากที่ชอบตอแยหลานวั่งจีมาโดยตลอด

              “ข้าได้ยินเพลงของเจ้า” ขณะตอบ  หลานวั่งจีก็นึกไปถึงความรู้สึกที่แฝงมากับเพลง  เขารู้ดีว่าภายใต้ความสดใสร่าเริง  เว่ยอู๋เซ่อนเก็บซ่อนความรู้สึกแท้จริงไว้ลึกที่สุด  และเฉินฉิงก็บอกเล่าออกมาได้ดีที่สุด

             “ข้ากำลังนึกถึงเจ้าอยู่พอดี  เจ้าก็มาโผล่ตรงหน้าข้า  อ้ะ  หลานจ้าน  เจ้าต้องจิบทีละนิดนะ  เดี๋ยวจะหลับไปก่อนข้า  เรายังไม่เคยร่ำสุรากันจริงๆซักครั้ง  เจ้าดื่มจอกเดียวก็หลับไปแล้ว”  เว่ยอิงเอ่ยยิ้มๆ  ดวงตาเป็นประกาย  ไม่เหลือร่องรอยความโศกเศร้าให้เห็น  แต่หลานวั่งจีรู้ดีว่ามันคงอยู่ในใจลึกๆ

             “เว่ยอิง  กลับไปกับข้าเถอะ” หลานจ้านเอ่ยออกมาอีกครั้ง  สายตามุ่งมั่นจ้องมายังเว่ยอู๋เซี่ยน  เขาไม่อาจให้เว่ยอู๋เซี่ยนเดินทางผู้เดียวได้อีกต่อไป

             “กลับไปกูซูหรือ  หลังข้าตายไปกฎบ้านเจ้าเพิ่มมาเป็นสี่พันกว่าข้อ  ข้าตายแน่ๆ  อีกอย่าง  ข้ายังไม่ได้ท่องไปทั่วหล้าเลย  ข้ายังอยากไปอีกตั้งหลายที่..”

             “อันตรายเกินไป  แม้เจ้าจะมีเฉินฉิงกับอาคมของเจ้า  ข้ามาอยู่ข้างหลังเจ้าตั้งนาน  เจ้ายังไม่รู้สึกตัวเลย  หากข้าจะสังหารเจ้า  เจ้าก็ไม่มีทางหลบพ้น  ถึงข้าจะเป็นเซียนตู  แต่หากเกิดอะไรขึ้นข้าก็ไม่อาจมาทัน” หลานวั่งจีพูดอย่างจริงจัง  ซึ่งเรื่องนี้ก็ไปกระทบใจเว่ยอู๋เซี่ยนพอดี  เรื่องนี้เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้    เขาไม่รู้สึกจริงๆว่ามีคนเข้ามาใกล้ขนาดนั้น  เขาคิดถึงร่างเดิม  และพลังวิญญาณของตัวเอง  เขารู้ขีดจำกัดของร่างนี้ดี  แค่พลังกายก็ห่างจากร่างเดิมเขามาก  ทำให้สีหน้าเว่ยอู๋เซี่ยนหม่นหมองลง

              “เจ้าอยากท่องเที่ยวทั่วหล้า  ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”  หลานวั่งจีเห็นสีหน้าของเว่ยอู๋เซี่ยนแล้ว  อดทอดถอนใจไม่ได้  ตัวเขาเองร่างกายเติบโต  พลังวิญญาณสูงส่ง  แต่เว่ยอู๋เซี่ยนยังมีร่างกายเป็นเด็กรุ่นเดียวกับซือจุย จินหลิง  ซ้ำยังเป็นร่างที่ยังไม่สร้างจิณตาน  พลังวิญญาณน้อยนิด  เขาไม่อาจให้เว่ยอู่เซี่ยนท่องเที่ยวตามลำพังได้จริงๆ

              “แต่เจ้ามีภาระที่ต้องดูแล  แล้วข้า....” เป็นครั้งแรกที่เว่ยอู๋เซี่ยนไร้ซึ่งคำพูด  ตัวเขาหลายวันมานี้ก็เหงามากเช่นกัน  ทุกวันอดนึกถึงช่วงเวลาที่เดินทางกับหลานวั่งจีไม่ได้   และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่หลานวั่งจีมีคำพูดมากมาย

              “มาเป็นอาจารย์สอนอาคมที่อวิ๋นเซิงปู้จื้อฉู่  ข้าจะรับรองยกเว้นกฎให้เจ้า”  นี่เป็นครั้งแรกที่หลานจ้านโน้มน้าวผู้อื่น  ต้องใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุด  แต่เพื่อให้เว่ยอู๋เซี่ยนไม่จากเขาไป  เขาต้องพยายามให้เต็มที่

                “ไม่ได้นะ  หลานจ้าน  เจ้าเป็นผู้คุมกฎตระกูลหลาน  ตอนนี้ยังเป็นเซียนตู  เจ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้  ” เว่ยอู๋เซี่ยนยังคงยืนกราน  เขาไม่อยากสร้างภาระให้กับใคร

                “ข้าจะไม่ยอมสูญเสียเจ้าไปอีกแล้ว เว่ยอิง เจ้าเป็นของข้า” หลานจ้านโพล่งขึ้นมา  ไม่ปล่อยให้เว่นอู๋เซี่ยนพูดจบ  ใบหูเริ่มกลายเป็นสีแดง  ฝ่ายเว่ยอู๋เซี่ยนก็ตกตะลึงไปเช่นกัน

                 “หล้านจ้าน   ข้า   ข้า  ข้าเป็นสหายของเจ้าอยู่แล้ว อุ๊บ”  เว่ยอิงหันมามองอย่างตกตะลึง  พยายามยิ้มออกมา  แต่ยังพูดไม่ทันจบ  ก็ถูกประกบด้วยกลีบปากที่อุ่นร้อนของหลานวั่งจี   ในลมหายใจมีกลิ่นสุราเทียนจื่อเซี่ยวเจือปน  สมองเว่ยอู๋เซี่ยนหมุนติ้ว  เขาเพิ่งนึกได้ว่าให้หลานจ้านดื่มสุรา  นี่คือความรู้สึกของหลานจ้านหรือ  เขารู้ว่าโม่เสวียนอวี่เจ้าของร่างเดิมเป็นต้วนซิ่ว  แต่นี่หลานจ้านคิดกับเขาแบบไหนกัน  ตั้งแต่เกิดมาเขาเป็นชายแท้  ดูหนังสือวาบหวิวมามากมาย  แต่เขาไม่ได้เป็นต้วนซิ่วนะ  เขายังเป็นคุณชายเจ้าสำราญ  แม้จะจีบสาวมากมาย  แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์กับใคร  แต่เรื่องชอบผู้ชายนี่  เขาไม่เคยคิดมาก่อน

                    ระหว่างที่สมองเว่ยอู๋เซี่ยนคิดไปหลายอย่าง  ร่างกายเขาก็เริ่มดิ้นขัดขืน  แต่หลานจ้าตัวใหญ่กว่าเขา  มือหนึ่งจับมือทั้งสองของเขาไว้  อีกมือประคองศรีษะให้แหงนเงยรับจุมพิต  หลานจ้านก็ไม่ประสาเรื่องนี้  ทำเพียงบดเบียดริมฝีปากไปมา  ไม่นาน  หลานจ้านก็ผละออกอย่างอ้อยอิ่ง  ประสานกับสายตาที่เบิกโตของเว่ยอู๋เซี่ยน

                   “เว่ยอิง  อยู่กับข้า  ข้าต้องการเจ้า”             

                     กล่าวจบก็ประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง  เรียวลิ้นอุ่นร้อนชำแรกลงมาอย่างรวดเร็ว  เว่ยอู่เซี่ยนสั่นสะท้านกับความรู้สึกประหลาดนี้  เขารู้ตัวว่าเขาเป็นชายแท้  แต่เขากลับไม่ได้รังเกียจหลานจ้าน  แล้วยังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขาอีก  ถึงตอนนี้เขาไม่ดิ้นรนขัดขืนแล้ว  รับจุมพิตจากหลานจ้านแต่โดยดี  และมีการโต้ตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติ  เขาชอบความรู้สึกนี้  และในใจลึกๆ  เขารู้ดีว่าเขาเองก็ต้องการหลานจ้านเช่นกัน  ไม่ใช่แค่ในฐานะเพื่อน  ช่วงหลายวันที่ผ่านมา  เขาคิดถึงหลานจ้านแทบจะทุกเวลา

           “ หลานจ้าน  ทำไมเจ้าเป็นแบบนี้” ช่วงเวลาสั้นๆที่หลานจ้านผละออก  เว่ยอิงรีบฉวยโอกาสถาม  ก่อนที่จะเลยเถิดมากกว่านี้

           “สิบกว่าปีที่เจ้าตายไป  ไม่มีวันไหนที่ข้าไม่คิดถึงเจ้า  ตอนนั้นข้าถึงรู้  ได้โปรด  อย่าจากข้าไปอีก”  หลานจ้านกล่าวเสียงกระเส่า  บ่งบอกถึงความปรารถนาและความเจ็บปวดมากเพียงไร  เว่ยอู๋เซี่ยนรู้ดีว่าหลานจ้านเคร่งครัดกฎระเบียบมากขนาดไหน  แล้วเรื่องนี้ผิดประเพณีมากเพียงไร  เกิดความรู้สึกเจ็บปวด  รู้สึกผิดขึ้นในใจ     

            “ตอนนั้นหลานจ้านจะทรมานและสับสนในตัวเองขนาดไหนกันนะ  ต้วนซิ่วงั้นหรือ  ไม่เป็นไรหรอกมั้ง”  เว่ยอู๋เซี่ยนคิดในใจ  เขาไม่ยึดติดกับกรอบกฏเกณฑ์อยู่แล้ว  ยิ่งคิดถึงช่วงเวลาที่เขาตายไป  แล้วหลานจ้านอยู่ด้วยความรู้สึกแบบไหน  ช่วงเวลาที่ผ่านมา  หลานจ้านทำเพื่อเขามากมายจริงๆ  เป็นคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขาตลอดมา  เขาไม่อาจละเลยความรู้สึกของหลานจ้านได้  งั้นปล่อยไปตามความรู้สึกก็แล้วกัน  คิดได้แล้ว  เว่ยอู๋เซี่ยนเลยตอบกลับหลานจ้านไปตามความรู้สึกที่แท้จริง

          “หลานจ้าน  ข้าก็อยากอยู่กับเจ้า  แต่เจ้าแน่ใจแล้วหรือ  ว่าจะให้เป็นแบบนี้”

          “เว่ยอิง  เจ้าเป็นของข้า  ได้อยู่กับเจ้า  ข้าไม่เสียใจ”

          “ได้  นับแต่นี้ข้าเป็นของเจ้า  เจ้าเป็นของข้า  ไม่แยกจาก”

           ทั้งสองประสานสายตา  มีแววยินดีเกิดขึ้นในดวงตาของหลานจ้าน    พร้อมกับตะลึงค้างไปเล็กน้อย  เว่ยอิงโอบสองมือไปรอบคอของหลานจ้าน  โน้มตัวไปจุมพิตด้วยตนเอง 

           ผ่านไปชั่วลมหายใจ  เว่ยอิงรู้สึกว่าหลานจ้านนิ่งไป  เขาจึงผละออกมาดู

           “หลานจ้าน   หลานจ้าน   เจ้าจะมาหลับอะไรตอนนี้   หลานจ้านนนนนนนนนน”   

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store