NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
จูเลียส ซีซาร์ 1/5 (ปราบสปาร์ตาคัต กำเนิดพันธมิตรสามเสือแห่งโรม แครสซัส ปอมปีย์ ซีซาร์)
หมวด: Campus

จูเลียส ซีซาร์ 1/5 (ปราบสปาร์ตาคัต กำเนิดพันธมิตรสามเสือแห่งโรม แครสซัส ปอมปีย์ ซีซาร์)

  • 567
  • 1
  • 0
จำเค้ามา

 จูเลียส ซีซาร์ 1/5 (ปราบสปาร์ตาคัต กำเนิดพันธมิตรสามเสือแห่งโรม แครสซัส ปอมปีย์ ซีซาร์)

เนื้อหายาวไปมีคลิปเสียงเล่าให้ฟังครับ https://youtu.be/PI5HSxfAN7c

81 ปี ก่อนคริสตกาล ณ เลสบอส กรีซ ศึกครั้งแรกของเด็กหนุ่มทหารใหม่วัย 19 ปี เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นที่ยอมรับในสังคมของของชาวโรมมัน จำต้องแสดงความเป็นเลิศในสนามรบให้ได้ แต่สิ่งที่เขาพบเจอ กลับเป็นเรื่องเฉียดตาย และแน่นอนนั่นจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายสำหรับเขา เด็กหนุ่มคนนั้น นามของเขา คือ “จูเลียส ซีซาร์”

ย้อนหลังไปก่อนหน้านั้น ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นหนึ่งในผู้นำ ที่ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์ “จูเลียส ซีซาร์” แต่เดิมเป็นเพียงทหารต่ำต้อยในกองทัพโรม  ซีซาร์นั่นเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย แต่หลังจากที่บิดาเขา เลือกข้างผิดในสงครามกลางเมือง  ครอบครัวก็ถูกยึดอำนาจและทรัพย์สินไปทั้งหมด ซึ่งตอนนั้นเขาอายุได้เพียงแค่ 16 ปี  

“ยากไร้และอัปยศ” คือคำพูดที่เหมาะที่สุดสำหรับเขาในเวลานั้น ซีซาร์จึงคิดที่จะกอบกู้เกียรติยศและฐานะให้กับตนเองและครอบครัว และหนทางเดียวที่สร้างความสำเร็จได้ ก็คือ ผ่านทางกองทัพ 

ตลอดเวลาหลายสิบปี ซีซาร์แสดงให้เห็นถึงความเป็นทหารชั้นเยี่ยมในสนามรบ  เริ่มไต่เต้าจากทหารระดับล่าง จนกลายเป็นผู้บัญชาการกองทัพได้ 

ในช่วงเวลา 400 ปี ที่ผ่านมา จากดินแดนเพียง 3 ตารางไมล์ โรมได้กลายมาเป็นมหาอำนาจที่มีอาณาเขตมากว่า 720,000 ตารางไมล์ กินเนื้อที่ไปถึงแอฟริกาและเอเชีย มีอำนาจมากที่สุด ในแถบของทะเลเมดิเตอร์

เรเนียน และหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับโรม ก็คือ “แรงงานทาส”

ซึ่งกับชัยชนะในแต่ละครั้ง โรมได้จับทหารและพลเมืองของฝ่ายศัตรู บังคับให้ทำงานที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ให้เป็นคนรับใช้ เป็นกลาดิเอเตอร์ และเป็นทาส เพื่อมาใช้เป็นแรงงาน สร้างถนนสายใหม่ๆ 

75 ปี ก่อนคริสตกาล ทาสกว่าสองล้านคน สร้างถนนได้เกือบ 50,000 ไมล์ ทำให้โรมสามารถขยายอาณาเขตออกไปได้เรื่อยๆ ซึ่งโรมใช้วิธีนี้ ได้ผลยาวนาน หลายศตวรรษ จนกระทั้งโรมได้รู้จักกับ “สปาร์ตาคัส” ผู้ก่อกบฎทาส 73 ปีก่อนคริสตกาล

ในขณะที่ ซีซาร์ กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวในอาชีพทางการทหาร อยู่ที่ตอนกลางของอิตาลี  ทางตอนใต้ ทาสที่หลบหนีคนนึงก่อกบฎนองเลือดขึ้น เขาเคยเป็น กลาดิเอเตอร์ มาก่อนในอดีต นามว่า “สปาร์ตาคัส” และในเวลานั้น สิ่งที่สปาตาคัสต้องการมากว่าอิสรภาพ ก็คือ การแก้แค้น 

หลังจากที่สปาร์ตาคัสสามารถเอาชนะทหารโรมันได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความหวาดกลัวไปทั่วทั้งอิตาลี  ต่อมาเพื่อการแก้แค้น กับกลุ่มคนที่จับเขามาเป็นทาส สปาร์ตาคัสรวบรวมกองกำลังมากถึง 100,000  คน บุกขึ้นเหนือ เป้าหมายคือ กรุงโรม แต่สิ่งเดียวที่ขวางทาง สปาตาคัตอยู่ในตอนนี้ ก็คือ ทหารโรมัน จำนวน 35,000 นาย และหนึ่งในนั้นคือ “จูเลียส ซีซาร์” 

ในระยะทางสองร้อยไมล์ นอกกรุงโรม นายพลที่ควบคุมกองทหารของซีซาร์อยู่นั้น เป็นนักการเมืองที่มั่งคั่ง นามว่า “มาร์คัส แครสซัส” ซึ่งแม้ว่า แครสซัสนั้นจะร่ำรวย แต่เขาก็อยากจะเป็นนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ แต่การที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เขาต้องประสบความสำเร็จในกองทัพเสียก่อน แครสซัสจึงจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถนำทัพและสร้างความสำเร็จ สร้างเกียรติยศมาสู่โรมได้

โดยสถานะการณ์ขณะนั้น นายทหารคนอื่นๆ ต่างแนะนำให้ แครสซัส ถอยทัพเพื่อรวบรวมกองทัพใหม่  เนื่องด้วยจำนวนทหารที่ต่างกันมาก แต่ซีซาร์กลับไม่เห็นด้วย และเสนอให้แบ่งทหารเป็นสองกอง ลอบโจมตีในทันที เพื่อไม่ให้ฝ่ายของ สปาร์ตาคัสได้ตั้งตัว 

และแล้วหลังจากสองปีของความขัดแย้งที่นองเลือด กับกบฎสปาตาคัส มีคนสังเวยชีวิตมากกว่า 100,000 คน  แครสซัสทำสำเร็จ กับในสิ่งที่ทุกคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ คือการทำลายล้างกบฎ “สปาร์ตาคัส”   ซึ่งแม้แครสซัส จะทำลายกองทัพกบฏได้อย่างราบคาบที่สนามรบ “ซิลารัส” (Silarius) ก็ตาม แต่ก็ไม่ใครพบศพของสปาร์ตาคัส ต่อมาเพื่อการยกย่องกับชัยชนะของตนเอง แครสซัส สั่งให้จับ กบฏ ทั้งหมดจำนวน 6,000 คน ตรึงไว้บนไม้กางเขน ตามเส้นทางไปสู่โรม หนึ่งคน ทุกๆ 100 ฟุต ระยะทางกว่า 60 ไมล์ 

หลังจากได้รับชัยชนะจากการปราบกบฏ “สปาร์ตาคัต” แครสซัสหวังจะทำให้ ตัวเองก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอำนาจทางการเมือง ก็คือตำแหน่ง “กงสุล” ซึ่งโรมในขณะนั้น ยังไม่เป็นจักรวรรดิ ไม่มีกษัตริย์หรือ

จักรพรรดิปกครอง  แต่โรมนั้นป็นสาธารณรัฐ  โดยการปกครองมีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ตำแหน่ง “กงสุล” จึงเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมากที่สุด สามารถบริหารสาธารณรัฐและเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ  แต่แครซัสไม่ใช่คนเดียวที่หมายตาในตำแหน่งนี้

ห่างไป 100 ไมล์ มีนายพลอีกคนหนึ่ง คิดจะอ้างเกียรติยศในการปราบกบฏ “สปาร์ตาคัส” ชื่อเขาคือ “ปอมปีย์ แม็กนัส” เพื่อการอ้างเกียรติแห่งชัยชนะครั้งนี้  ปอมปีย์จึงวางแผน ไล่ต้อนจับกุมเหล่าทาสและกอง กำลังของสปาร์ตาคัสที่เหลืออยู่ แล้วรีบเร่งกลับกรุงโรมเป็นคนแรก จัดงานเลี้ยงเพื่ออ้างเกียรติยศและความสำเร็จให้ครั้งนี้  และเมื่อ แครสซัส กลับมาถึงโรม แครสซัสแสดงความไม่พอใจอย่างมาก กับการที่ถูกอ้างสิทธิ์และเกียรติยศต่อชัยชนะครั้งนี้  จึงทำให้เป็นเหตุฉนวนก่อเกิดสงครามครั้งใหม่ในโรม เริ่มต้นขึ้น

ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่าง ปอมปีย์และแครสซัส  กับการช่วงชิงอำนาจ เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในและนอกรัฐสภา “คอร์นีเลีย” ภรรยาที่ร่วมชีวิตกันมา 15 ปีของซีซาร์ ป่วยหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ชีวิตของซีซาร์ในตอนนี้ คงเหลือแค่ “จูเลีย” บุตรสาวเพียงคนเดียว ถึงแม้ว่าซีซาร์จะยังคงโศกเศร้ากับการสูญเสียภรรยาไปนั้น แต่ความตึงเครียดระหว่าง แครสซัสกับปอมปีย์ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สถานะการณ์ทางการเมืองมาถึงทางตัน แครสซัสและปอมปีย์ ต่างเสริมกองกำลังของตนเองมาที่กรุงโรมเพิ่มขึ้น ส่อให้เห็นว่าอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นอีก  ซึ่งทำให้ซีซาร์จึงตกอยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้งครั้งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

หลายปีก่อนหน้านี้ ซีซาร์มองเห็นบิดาของตนเองเลือกข้างผิด ในสงครามกลางเมือง ทำลายชื่อเสียงและฐานะของครอบครัวตนเอง  ตอนนี้ซีซาร์จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกข้าง ที่จะไม่ให้ซ้ำรอยเดิม  ซึ่งปอมปีย์ในขณะนั้นเป็นนักการเมืองและมีเกียรติยศทางการทหาร ส่วนแครสซัสนั้น มีฐานะร่ำรวยและมีเงินมหาศาล  สำหรับซีซาร์นั้น มันคือความเสี่ยงครั้งยิ่งใหญ่อย่างมาก  เพราะหากถ้าเลือกข้างผิด สิ่งที่ทำมาทั้งชีวิต อาจสูญเสียไปทั้งหมดก็ได้

59 ปีก่อนคริสตกาลในขณะที่ ความขัดแย้งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซีซาร์กลับแสดงถึงความสามารถทางการเมือง เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสให้กับตนเอง  ซีซาร์แสดงถึงความทะเยอทะยาน แฝงไว้ในแผนการณ์ครั้งนี้ แผนของซีซาร์นั้นเรียกว่าอันตรายพอๆ กับความหลักแหลม

 โดยซีซาร์นั้น นัดพอกับแครสซัส และปอมปีย์เป็นการลับ ซีซาร์บอกถึงสถานะการณ์ปัจจุบันว่า หากทั้งสอง ซึ่งต่างก็เป็นผู้อิทธิพลมากแห่งโรม ก่อสงครามต่อสู้กัน ผลที่ออกมาคงไม่มีฝ่ายใด ได้ในสิ่งที่ต้องการ แครสซัสจะไม่ได้การลดภาษี และปอมปีย์ก็จะไม่ได้ที่ดินเพิ่มตอบแทนทหาร สถานะการณ์ตอนนี้ถึงทางตันแล้ว ทางออกเดียวในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ ก็คือ  “ร่วมมือกัน” 

ซีซาร์จึงเสนอให้ตัวเองรับตำแหน่ง “กงสุล” โดยให้ปอมปีย์และแครสซัสกุมอำนาจสูงสุดไว้เบื้องหลัง และเพื่อให้ปอมปีย์เชื่อใจ ซีซาร์ยินดีจะช่วยผลักดันกฏหมายนโยบายของปอมปีย์ให้ผ่านเสียก่อน และจะให้ “จูเลีย” ลูกสาวเพียงคนเดียวของซีซาร์แต่งงานกับปอมปีย์อีกด้วย 

และหลังจากการร่วมมือของพันธมิตรทั้งสามเสือแห่งโรม ทำให้ จูเลียส ซีซาร์ ได้รับเลือกตั้งเป็น “กงสุล” ตำแหน่งปกครองที่สูงสุดในกรุงโรม ภายใต้อำนาจปอมปีย์และแครสซัสกุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง 

กรุงโรมจะเป็นต่อไปอย่างไร พบกันตอนหน้าครับ

สามารถติดตามข่องทางอื่นๆได้ที่

อ่านบทความอื่นๆใน Blcokdit https://www.blockdit.com/parot.pim

ฟังไปดูไปในยูทูป https://qrgo.page.link/scn2o

นอนหลับตาตะแคงฟัง https://is.gd/F0OtwB

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store