NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
สรุป 69 ข้อคิด จากหนังสือขายดี “หลักคิดที่คนญี่ปุ่นพกไปทำงานทุกวัน”
หมวด: Campus

สรุป 69 ข้อคิด จากหนังสือขายดี “หลักคิดที่คนญี่ปุ่นพกไปทำงานทุกวัน”

  • 1.1K
  • 1
  • 16
Neemmy BK

 

1) คนที่แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ยังทำอย่างเต็มที่ไม่ได้ 

ย่อมไม่มีทางทำเรื่องใหญ่ๆ ได้ 

.

2) คาถาA.B.C. ที่คนญี่ปุ่นใช้กัน 

A มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า “Atarimae” หมายถึง เรื่องธรรมดา 

B มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า “Baka ni naru” หมายถึง ทุ่มสุดตัว 

C มาจากอักษรตัวแรกของคำว่า “Chanto suru” หมายถึง ทำให้ดีที่สุด 

รวมกันแล้ว คาถา A.B.C. จึงหมายถึง การทุ่มสุดตัวทำเรื่องธรรมดาให้ดีที่สุด

.

3) ถ้าทุ่มสุดตัวและทำให้ดีที่สุด 

เราจะมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น 

และสามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้ 

.

4) คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่โชคดี 

หรือคนที่มีชีวิตก้าวหน้า คือ คนที่เลือกเดินตรงจุดที่เป็น “พื้นที่แห่งความสุข”

.

5) ส่วนคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ คนที่โชคไม่ดี 

และคนที่มีชีวิตไม่ก้าวหน้า คือ คนที่เลือกเดินตรงจุดที่เป็น “พื้นที่แห่งความทุกข์”

.

6) ปัจจัยพื้นฐานของการมีชีวิตที่ก้าวหน้า คือ

- การมองไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

- การมีวิธีคิดที่ถูกต้อง

- การหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อเพิ่มทักษะในสิ่งที่ทำอยู่ 

.

7) ถ้าคิดเรื่องต่างๆ แบบก้าวหน้า 

ชีวิตของเราก็จะหันไปในทิศทางของ “ความสำเร็จ”

.

8) แต่ถ้าคิดเรื่องต่างๆ แบบถอยหลัง

ชีวิตของเราก็จะวกไปในทิศทางของ “ความล้มเหลว”

.

9) ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะดีหรือร้าย 

ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับว่าเราจะคิดอย่างไร 

.

10) การคิดแบบก้าวหน้าอาจช่วยให้เราร่ำรวยได้ 

แต่ช่วยให้มีความสุขไม่ได้

.

11) นอกจากการคิดแบบก้าวหน้าแล้ว 

อีกปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ 

“การทำให้คนรอบข้างมีความสุข”

.

12) คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุด 

เขาจะคิดเสมอว่า “จะทำประโยชน์ให้กับคนอื่นและสังคมได้อย่างไรบ้าง”

.

13) ความสำเร็จและความสุข คือ 

รางวัลตอบแทนจากการทำให้คนอื่นมีความสุข

.

14) ยิ่งทำให้ผู้คนมีความสุขได้มากเท่าไหร่ 

ก็จะยิ่งได้รับความสุขตอบแทนกลับมามากเท่านั้น 

.

15) การเสียสละตัวเองเพื่อครอบครัว บริษัท หรือสังคมไปเรื่อยๆ 

อย่างไม่มีวันสิ้นสุดไม่ใช่ชีวิตที่ดี 

.

16) เช่นเดียวกับการเสียสละครอบครัวไปอย่างสิ้นเชิง

เพื่อประโยชน์ของบริษัทหรือสังคม

.

17) เมื่อมีฝั่งอุดมคติ ก็จะมีฝั่งความเป็นจริงอยู่ตรงกันข้าม

โดยมีช่องว่างขนาดใหญ่แยกสองฝั่งนี้ออกจากกัน 

.

18) สิ่งสำคัญจึงเป็นการคิด ว่ามันเป็นเรื่องที่ทำได้ 

และพยายามทำความเป็นจริงให้เข้าใกล้อุดมคติมากที่สุด 

.

19) โลกนี้ไม่ใช่โลกของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”

แต่เป็นโลกที่ “ผู้อยู่รอดคือผู้ที่เหมาะสมที่สุด”

.

20) เราไม่จำเป็นต้องกำจัดคู่แข่งให้พ้นทาง

แค่พยายามทำสิ่งที่เหมาะสมและทำให้ดีที่สุดก็มีโอกาสชนะแล้ว

.

21) กุญแจสู่ความสุขและความสำเร็จ คือ 

ไม่โกหกหลอกลวง ทำให้คนอื่นมีความสุข

ให้ความสำคัญกับคนรอบข้าง 

และคนที่ซื่อสัตย์จริงใจ

.

22) แทนที่จะคิดว่าตัวเองจะได้อะไรบ้างจากการประสบความสำเร็จ

ให้หันมาสนใจว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จจะส่งผลดีมากกว่า

.

23) “เล่นกับของเสียความมุ่งมั่น เล่นกับคนเสียคุณธรรม”

หมายความว่า หากยึดติดกับวัตถุมากเกินไป เราจะลืมความมุ่งมั่นที่มี

ต่อสิ่งอื่นในชีวิตที่สำคัญกว่า และถ้าดูหมิ่นไม่ให้ความเคารพต่อเพื่อนมนุษย์

เราตะกลายเป็นคนที่ไม่คุณธรรมไปโดยไม่รู้ตัว

.

24) คนที่ยึดติดกับวัตถุมากๆ จะรู้สึกว่า ยิ่งได้ครอบครองสิ่งของมากเท่าไหร่ 

ก็ยิ่งทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นมากเท่านั้น

.

25) บางคนพอได้เลื่อนตำแหน่งก็เริ่มวางอำนาจ 

ปฏิบัติกับคนอื่นปราศจากความเคารพ 

คนกลุ่มนี้มีความสุขที่ได้บงการคนอื่น

.

26) คนที่ “เล่นกับคน” แบบนี้ไม่มีทางไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้

.

27) ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังจากประสบความสำเร็จแล้ว

เราก็ไม่ควรยึดติดกับวัตถุและไม่ปฏิบัติกับคนอื่นอย่างไร้ความเคารพ 

.

28) ชีวิตมนุษย์ก็เหมือนลูกตุ้ม บางครั้งหลงทาง

หรือมีเรื่องให้กลัดกลุ้มจนกลัดแกว่งไปมาซ้ายขวาบ้าง

.

29) สิ่งสำคัญ คือ เมื่อกวัดแกว่งแล้วสุดท้ายจะกลับมายังจุดที่อยู่ตรงกลาง

ซึ่งเป็น “ทางสายกลาง” ได้หรือไม่ต่างหาก

.

 30) ทัศนคติและมุมมองเป็นอย่างไร 

สถานะทางสังคมของเราก็จะเป็นอย่างนั้น

.

31) สิ่งสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์ประสบความสำเร็จได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

คือ การมีจิตใจที่ซื่อตรง

.

32) แม้จะเป็นงานที่ดูเผินๆแล้วง่ายดาย และไม่ได้สลักสำคัญอะไร

แต่ถ้าเราทุ่มสุดตัวจนเข้าถึงแก่นของมันได้ 

สักวันมันจะกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ส่งผลอย่างมาก

ต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

.

33) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เราก็สามารถเรียนรู้จนเข้าใจหลักการพื้นฐานได้

ภายในเวลา 3 ชั่วโมง

.

34) การทำงานแบบสักแต่ให้เสร็จหรือได้ผลลัพธ์มาเร็วๆ 

จะทำให้เราเป็นได้แค่ “คนที่ทำงานเร็ว”

แต่ไม่อาจก้าวหน้าไปไกลกว่านั้นได้ 

.

35) ยิ่งเป็นงานที่ไม่เลือกเอง

ยิ่งต้องทำให้ดีที่สุด 

.

36) แม้จะเป็นงานธรรมดาก็ไม่ควรสักแต่ทำให้เสร็จไป 

เราควรทุ่มสุดตัวทำให้ดีที่สุด แล้วงานที่เคยดูน่าเบื่อ

หรือไม่มีความหมายจะกลายเป็นงานที่มีคุณค่าไปโดยไม่รู้ตัว

.

37) คนที่ทุ่มสุดตัวทำเรื่องธรรมดาให้ดีที่สุดจะเป็นผู้ชนะในตอนท้าย

.

38) แนวทางในการทำธุรกิจที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่การโฆษณาหรือการตลาด 

แต่อยู่ที่การทุ่มสุดตัวทำ “เรื่องธรรมดา” 

ซึ่งก็คือ การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพให้ดีที่สุด 

.

39) เราไม่ควรทำอะไรโดยหวังแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น

แต่ควรทำโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาว

.

40) หากไม่ลงมือทำ เราจะเอาแต่คิด

แล้วก็กลัวจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย

.

41) ถ้าได้ลงมือทำจริงๆ ก็จะพบว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลย 

ตรงกันข้าม ถ้ามัวแต่คิดถึงเหตุผลร้อยแปดอยู่ในหัว

เราจะกลัวจนไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว

.

42) มนุษย์ไม่ได้ต้องการเหตุผล แต่ต้องการความรู้สึกประทับใจ 

.

43) คนที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนที่มองหาข้อดีของคนอื่น

ไม่ใช่มองหาแต่ข้อเสีย

.

44) คนที่มองเห็นข้อดีของคนอื่นจึงประสบความสำเร็จมากกว่า 

คนที่มองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น

.

45) หากเอาแต่มองข้อเสียของคนอื่น 

สุดท้ายมันจะเป็นข้อเสียของเราเอง 

.

 46) การไม่สามารถนำข้อดีของคนในทีมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ 

ถือเป็นข้อบกพร่องของหัวหน้า 

.

47) เมื่อใครทำสิ่งไม่ดีก็ต้องเตือนให้เขารู้ว่าไม่ดี 

ถ้าเราไม่ตักเตือนเขาก็จะไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี 

และจะทำผิดพลาดซ้ำๆ อยู่แบบนั้น 

.

48) ถ้าเรื่องไหนทำได้ดีก็ให้ชมตัวเองว่า “พยายามได้ดีมากเลยนะ”

แต่ถ้าเรื่องไหนทำได้ไม่ดีก็ต้องเตือนตัวเองว่า “ต้องพยายามมากกว่านี้นะ”

.

49) เราควรทำงานอย่างเต็มความสามารถ 

ไม่ใช่แค่อาศัยชื่อเสียงของบริษัท 

แล้วเราจะสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมชนิดที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้ 

.

50) การทำงานอย่างเต็มความสามารถ 

จะทำให้ทุกคนยอมรับเราว่าเป็นมืออาชีพ

สิ่งที่ตามมาคือ เราจะสนุกไปกับการทำงาน 

และรู้สึกภูมิใจที่คนอื่นยอมรับในความสามารถของเรา

.

51) บริษัทเป็นสถานที่ให้คนมาทำงาน 

ไม่ใช่สถานที่สำหรับอวดประวัติการศึกษา

.

52) ถ้าตั้งเป้าว่าจะเป็นมืออาชีพ 

เราจะเริ่มจากการมองหาว่าตัวเองถนัดอะไร

แล้วทุ่มเทขัดเกลาทักษะด้านนั้นให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

.

53) อย่าลืมว่ามนุษย์มีเวลาอยู่อย่างจำกัด

เราไม่ควรใช้มันไปกับเรื่องที่ไม่ถนัด

.

54) หากอายุยังไม่มากและคิดว่ามีความสุขกับการทำสิ่งนั้นไปทั้งชีวิตจริงๆ 

ก็ควรเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นอาชีพไปเลยดีกว่า

.

55) เราควรใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบและทำได้ดีไม่แพ้ใคร 

.

56) แทนที่จะเสียเวลาฝึกฝนเรื่องที่ไม่ถนัด

จนมีความสามารถระดับกลางๆ 

ควรหันมาทุ่มสุดตัวทำเรื่องที่ถนัดจนกลายเป็นอาชีพดีกว่า 

.

57) นำประสบการณ์ที่ได้ไปต่อยอดเป็นทรัพย์สิน

โดยศึกษาเพิ่มเติม และสอบเอาใบรับรองมาจนได้

.

58) สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เอกสารเหล่านั้น 

แต่อยู่ที่การสั่งสมความรู้เพิ่มเติม

.

59) งานที่ทำเพื่ออิ่มท้อง คือ งานที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงชีวิตให้อยู่รอด

ส่วนงานที่ทำเพื่ออิ่มใจ  คือ งานที่ทำเพราะชอบหรืออยากทำ 

.

60) “วิธีคิด” จะเป็นตัวกำหนดชีวิตที่เหลืออยู่ 

.

61) เรารู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้ทำงานนี้บ่อยครั้งแค่ไหน

นี่คือตัวตัดสินว่าเรากำลังทำงานเพื่ออิ่มใจอยู่หรือไม่

.

62) ให้ลองถามตัวเองดูว่า 

“ถ้าเกิดใหม่อีกครั้งจะยังอยากทำงานนี้อยู่หรือไม่”

.

63) จงใช้ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวให้เต็มที่

.

64) ไม่สำคัญว่าเราจะเกิดมาได้เปรียบหรือเสียเปรียบแค่ไหน

เพราะสุดท้ายแล้วมันอยู่กับว่าเราจะนำศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัว

ออกมาใช้ได้เต็มที่หรือไม่

.

65) ความสุขที่สุดของชีวิตคือการ 

“ได้เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ซึ่งคือการใช้ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวให้เต็มที่

.

66) จงอยู่ในสถานที่ที่หิ่งห้อยตัวน้อยอย่างคุณเปล่งแสงได้เจิดจ้าที่สุด 

.

67) เราต้องพยายามช่วยให้คนรอบข้างเปล่งแสงไปพร้อมกับเราด้วย

แล้วเราจะเป็นที่รักของคนเหล่านั้น

.

68) ถ้าเราเปล่งแสงอยู่คนเดียว หรือถ้าถึงขั้นยอมทำร้ายคนอื่น

เพื่อให้ตัวเองได้เปล่งแสงเจิดจ้า คนรอบข้างก็อาจรู้สึกไม่พอใจ

และเราจะเป็นศูนย์รวมความเกลียดชัง

.

69) ในยามยากลำบากจะมีคนมาช่วยเรามากน้อยแค่ไหน

ก็ขึ้นอยู่กับว่าในยามสบาย เราได้ช่วยเหลือคนอื่นมากน้อยแค่ไหน

============================================

แอดจะขอสรุปแค่ในส่วนของบทที่ 1-2 ก่อนนะคะ 

ไว้บทความหน้าแอดจะมาสรุปให้ในส่วนของบทที่ 3-4 ต่อไปค่ะ 

.

ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะมีทั้งหมด 4 บทด้วยกัน

เป็นหลักคิดของคนญี่ปุ่นที่ใช้ในการทำงานอย่างแท้จริง 

เล่มเล็ก อ่านง่าย พอพาสะดวก ราคาไม่แพง 

.

ใครสนใจสามารถสั่งซื้อตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ 

รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ^-^

FB: https://www.facebook.com/Palibrary.official/

IG: https://www.instagram.com/palibrary.official/

=======================================

 

“หลักคิดที่คนญี่ปุ่นพกไปทำงานทุกวัน”

ผู้เขียน : โคมิยะ คาสุโยชิ 

.

หมวด : ธุรกิจ 

สำนักพิมพ์ : วีเลิร์น

จำนวน : 184 หน้า 

ราคาปก : 195 บาท 

=============================

เพจเฟซบุ๊ก : รีวิวหนังสือดีดี  https://www.facebook.com/Bookslovercommunity/

.

Website : https://bookslovercommunity.home.blog/

.

IG : https://www.instagram.com/bookslover_community/

.

Blockdit : https://www.blockdit.com/neemmy.bk

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store