NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Isle of dogs [รีวิว]
หมวด: Entertainment

Isle of dogs [รีวิว]

  • 543
  • 0
  • 0
Marvelous

ปีใหม่นี้ใครอยากหาหนังครอบครัวดีๆสักเรื่องแต่ยังคิดไม่ออกว่าจะดูอะไร วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอ Isle of dogs เลยค่า

เอาจริงๆตอนแรกผู้เขียนไม่ได้อยากดูหนังเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะว่าฝังใจกับอนิเมชั่นสไตล์stop-motionตั้งแต่ยังเด็กจากการบังเอิญได้ดูstop-motionแบบน่ากลัวๆเข้า กลายเป็นว่าพอเห็นภาพดินปั้นพวกนี้แล้วก็อดขนหัวลุกไม่ได้ แต่ว่าหนังเรื่องนี้นั้นเพื่อนๆของผู้เขียนได้แนะนำมาว่าเป็นหนังฟีลกู๊ดน่ารักๆที่ควรดู แล้วตัวผู้เขียนก็ชอบหมาอยู่แล้วด้วยก็เลยเอาวะ ไปดูหน่อยก็แล้วกัน

ในภาพยนตร์เรื่องIsle of dogsนั้น เป็นภาพยนตร์แนวดิสโทเปียน(หากใครสงสัยว่าดิสโทเปียนคืออะไร สามารถไปอ่านความหมายได้ในบทความBattle Royaleเลยจ้า) เล่าถึงญี่ปุ่นในอนาคตที่ต้องการขับไล่สุนัขให้ออกนอกประเทศให้หมดโดยกลุ่มรัฐบาลทาสแมว ด้วยวิธีการนำสุนัขทั้งหมดไปปล่อยทิ้งเอาไว้บนเกาะทิ้งขยะร้างๆให้พวกมันอยู่กันเอง ฟังจากวิธีการแล้วดูน่าหดหู่และใจหาย หากต้องลองจินตนาการว่าสุนัขสุดที่รักของตัวเองที่เลี้ยงดูราวกับเป็นลูกในไส้ถูกพรากเอาไปปล่อยไว้อย่างนั้น แต่ว่าในเรื่องนี้มันไม่ได้แสดงภาพที่เลวร้ายขนาดนั้น เพราะงั้นไม่ต้องกังวลค่ะ

เรื่องนี้จะดำเนินที่ตัวเอก"อาตาริ โคบายาชิ" เด็กหนุ่มวัย12ขวบ ผู้เป็นหลานชายของประธานาธิบดี กับสุนัขขนสีขาวลายจุดสีดำชื่อ"สปอตส์"ซึงเป็นสุนัขบอดี้การ์ดของอาตาริ โดยเจ้าสปอตส์เป็นสุนัขตัวแรกที่ถูกส่งไปทิ้งที่เกาะหมา ทำให้อาตาริเสียใจมาก เขาเลยขโมยเครื่องบินลำเล็กแล้วขับตรงไปที่เกาะหมาด้วยตัวของเขาเอง แต่ด้วยความที่เขาไม่ใช่นักขับเครื่องบินมืออาชีพ และยังเด็กอยู่มาก ทำให้เครื่องบินตก แต่โชคก็ยังเข้าข้างที่เครื่องบินตกลงบนเกาะหมาพอดี หลังจากนั้นอาตาริก็ถูกช่วยโดยแก๊งสุนัขที่มีหัวโจกนามว่า"ชีฟ"ผู้เป็นสุนัขจรจัดมาตั้งแต่เล็กทำให้เขาปฏิเสธการมีมนุษย์เป็นเจ้านาย อาตาริแสดงความเป็นมิตรและพยายามขอความช่วยเหลือจากเหล่าสุนัขฝูงนี้ ท้ายที่สุดแล้วถึงแม้ว่าชีฟจะบอกว่าไม่ต้องการมนุษย์ เขาก็ช่วยเหลืออาตาริในการตามหาสปอตส์จนท้ายที่สุดอยู่ดี และในขณะเดียวกัน เรื่องราวของอาตาริที่ขโมยเครื่องบินไปช่วยเหลือสุนัขของตนเองก็กลายเป็นเรื่องที่โด่งดังมากในญี่ปุ่นทำให้มีกลุ่มเด็กนักเรียนรักหมา พยายามตามเรื่องยารักษาโรคของสุนัขป่วย และสืบหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังของรัฐบาลชุดนี้

คือสนุกมาก น่ารักมาก เนื้อเรื่องดีมากกกกกกก

ในภาพยนตร์จะแสดงให้เห็นความรักระหว่างคนกับสุนัขได้เป็นอย่างดี ทั้งอาตาริกับสปอตส์ และอาตาริกับชีฟ+หมาจรจัดแก๊งนั้น อย่างตามภาพด้านบนเราจะเห็นอาตาริกำลังกอดชีฟที่ตัวสกปรกมอมแมมอย่างไม่มีทีท่ารังเกียจ ภาพสวย สีสวย เพลงดี เป็นเหมือนงานศิลปะที่พร้อมให้คุณได้ดื่มด่ำ ก็จริงอยู่หรอกที่ว่าฉากกองขยะมันจะไม่น่าพิสมัยเสียเท่าไหร่ แต่ให้กลิ่นอายเรโทรแบบญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

ภาษาที่ใช้ สุนัขทุกตัวบนเกาะจะพูดภาษาอังกฤษ ในขณะที่อาตาริจะพูดภาษาญี่ปุ่น ทุกครั้งที่ทั้งสองฝ่ายคุยกัน พวกเขาจะไม่เข้าใจกันด้วยภาษา แต่จะเข้าใจกันด้วยกริยา การกระทำ และจิตใจ ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนมองว่ามันเป็นการนำเสนอที่ค่อนข้างชาญฉลาดเลยทีเดียว โดยฉากที่อาตาริพูดจะไม่ขึ้นซับไตเติ้ลด้วยนะ คนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นมาฟังก็คงอ๋องได้ง่ายๆเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเรากลับเข้าใจสิ่งที่อาตาริสื่อได้เช่นเดียวกับน้องหมาเหล่านั้น

การที่ดูหนังเรื่องนี้นอกจากเราจะได้ความสนุกสนานแล้ว มนุษย์รักหมาคงจะต้องรีบไปอุ้มเจ้าตูบมานั่งกอดแน่ๆ อย่าลืมแสดงความรักกับพวกมันเยอะๆนะคะ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store