NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Ostrich Effect ทำไมคนเราถึงชอบหลีกหนีเรื่องร้ายๆ
หมวด: Campus

Ostrich Effect ทำไมคนเราถึงชอบหลีกหนีเรื่องร้ายๆ

  • 581
  • 0
  • 0
Effect-today

 

คุณเคยเป็นบ้างไหม ที่รู้สึกกลัวจนไม่อยากจะรับรู้ข่าวสารความเป็นไปของสิ่งต่างๆ เคยบ้างไหมที่ไม่กล้าดูพอร์ตการลงทุนของตัวเอง หรือแม้แต่ไม่กล้าจะไปหาหมอเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคร้าย วันนี้เราจะมาดูปรากฏการณ์ Ostrich Effect กัน

Ostrich Effect คือ พฤติกรรมทางการเงินของนักลงทุนรูปแบบหนึ่งที่นักลงทุนจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารทางการเงินในแง่ลบ เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องร้ายๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในทางจิตวิทยานั้นปรากฏการณ์ Ostrich Effect เป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างความคิดที่ว่า เราควรจะรู้ข้อมูลที่สำคัญกับความรู้สึกของตัวเราที่อาจจะรู้สึกเจ็บปวดจากการรับรู้ดังกล่าว ทำให้พวกเราเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสารนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

ชื่อของปรากฏการณ์นี้ได้มาจากความเชื่อผิดๆจากพฤติกรรมของนกกระจอกเทศที่ว่า นกกระจอกเทศจะซุกหัวลงไปในดินเพื่อหลบหนีอันตรายที่จะเข้ามา จนเกิดเป็นสำนวนที่ว่า "Bury your head in the sand like an ostrich" ใช้เปรียบเทียบกับคนขี้ขลาด ที่คิดว่าหากตัวเองอยู่เฉยๆแล้ว สถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นจะผ่านไป ความจริงแล้วนกกระจอกเทศไม่ได้ซุกหัวลงดินเพื่อหลีกหนีภัยอันตราย แต่นกกระจอกเทศเอาหัวลงไปในดินเพื่อพลิกไข่ในหลุมวันละหลายครั้ง และปกติแล้วนกกระจอกเทศจะวิ่งหนีเมื่อตกอยู่ในภัยอันตราย แต่หากวิ่งหนีไม่ทัน มันจะก้มหัวเรี่ยพื้นแล้วยืนนิ่งๆ สีและขนาดของหัวที่มีขนาดเล็กจะกลืนไปกับพื้นทราย ส่วนลำตัวของมันที่เป็นพุ่มคล้ายพุ่มไม้ ทำให้นักล่าเข้าใจผิดและมองข้ามไป

ที่มาของของปรากฏการณ์ Ostrich Effect

ปรากฏการณ์ Ostrich Effect ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในงานวิจัยของ Galai และ Sade ปีค.ศ. 2006 พวกเขาให้ความหมายไว้ว่า การหลีกเลี่ยงสถานการณ์ทางการเงินที่เลวร้ายด้วยการแกล้งทำเป็นว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ต่อมาในปีค.ศ. 2009 งานวิจัยของ Karlsson, Loewenstein และ Seppi ได้ให้คำนิยามที่กว้างมากกว่านั้นว่า คือ การหลีกเลี่ยงที่จะให้ตัวเองรับรู้ข้อมูลทางการเงินที่พวกเขานั้นนกลัวเพราะอาจจะทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

ข้อโต้แย้งในปรากฏการณ์ Ostrich Effect

อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์นี้ยังเป็นที่ถกเถียงกัน เพราะ ในปีค.ศ. 2014 งานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างๆไม่ได้พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการรับรู้ข้อมูลทางด้านลบไปเสียหมด แต่ในทางกลับกันนักลงทุนบางกลุ่มกลับติดตามข้อมูลทั้งในด้านบวกและด้านลบเกี่ยวกับตลาดอย่างกระตือรือร้นเหมือนเมียร์แคทมากกว่าจะเป็นนกกระจอกเทศที่มุดหัวอยู่ในรู ดังนั้นจึงเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Meerkat Effect ซึ่งเป็นเหมือนด้านตรงข้ามของ Ostrich Effect

 

 

แล้วเราจะหลีกหนีปรากฏการณ์ Ostrich Effect ได้อย่างไร

- พึ่งพาระบบอัตโนมัติ เพราะ การตัดสินใจต่างๆของคุณนั้น อาจใส่อารมณ์ส่วนตัวมากเกินไป ทำให้เรามีโอกาสหลีกหนีความเป็นจริง หากในแง่ของการลงทุน เราอาจให้ dollar average cost (การซื้อหุ้นหรือกองทุนแบบถัวเฉลี่ย ซึ่งการถัวเฉลี่ยที่ดีที่สุด คือ การกำหนดวันและยอดเงินเป็นประจำในการซื้อด้วยระบบอัตโนมัติ)

- การใช้ข้อมูลจริงๆ ไม่ใช่ข้อมูลจากการคาดการณ์ เพราะ ความไม่แน่นอนในอนาคต การมีข้อมูลที่ถูกต้องสามารถช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันข้อมูลที่มากจากการคาดการณ์อาจมาจากประเมินที่คาดเคลื่อนได้ ทำให้เราไม่อาจวัดผลดีและผลเสียได้ถูกต้อง

- การแยกคิดเป็นส่วนๆ หากเป็นเรื่องที่คุณยากจะคิดวิเคราะห์ การแบ่งส่วนคิด เพื่อวิเคราะห์ส่วนที่มีความสำคัญ หรือเร่งด่วน อาจทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 

 

ในท้ายที่สุด บางสถานการณ์การหลีกเลี่ยงปัญหานั้น อาจจะช่วยเยี่ยวยาจิตใจเบื้องต้นเราได้ แต่ขณะเดียวกัน เราอาจจะเสียโอกาสที่จะหาทางบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นบางครั้งการยอมรับปัญหาแล้วเยี่ยวยาจิตใจจากความเป็นจริงนั้น จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้

สามารถติดตามผ่านทาง

https://www.facebook.com/Effect-Today-515254122617363/

หรือผ่านทาง noozup หรือ blockdit

 

อ้างอิง

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Ostrich_effect

https://themomentum.co/successful-opinion-the-ostrich-effect

https://m.facebook.com/DOUBLESTANDARD.in.TH/posts/1440934716023189

https://www.psychologytoday.com/us/blog/loaded/201904/the-ostrich-effect

https://effectiviology.com/ostrich-effect

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store