NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
สะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย จุดแลนมาร์คใหม่ ชิลแบบนวัตวิถีใกล้กรุงเทพฯ
หมวด: Food & Travel

สะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย จุดแลนมาร์คใหม่ ชิลแบบนวัตวิถีใกล้กรุงเทพฯ

  • 458
  • 0
  • 2
Travel

ที่ชุมชนบ้านฆ้องน้อย หมู่ที่ 12 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตอนนี้ กำลังมีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ บรรยากาศแบบ OTOP นวัตวิถีชุมชน ที่กลายเป็นจุดเช็กอินของนักเดินทาง ที่เรียกกันว่า “สะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย” โดยเฉพาะวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

18_10_21-03_20_14
18_10_21-03_20_44

สะพานทุ่งนาบ้านฆ้องน้อย เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวเป็นรูปตัวเอล พาดผ่านบนท้องนาสีเขียวขจีกว่า 500 ไร่ของของชุมชน บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยต้นมะพร้าวสูงใหญ่ โดยเฉพาะจุดปลายสะพานที่ทอดยาวไปบรรจบมุมที่เห็นหลังหลวงพ่ออู่ทองทัต พระองค์ใหญ่ พระพุทธรูปที่ตั้งสง่ากลางชุมชนของวัดประชารังสรรค์ เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ใกล้รับขอบฟ้าจะส่องกระทบเป็นสีเหลืองทองสดงดงาม

18_10_21-03_22_34
18_10_21-03_22_37

นายมังกร บุตรคำ อายุ 59 ปี หรือ มังกร ผู้ใหญ่บ้านตัวแทนกลุ่ม OTOP นวัตวิถีชุมชนบ้านฆ้องน้อย เล่าว่า ชุมชนบ้านฆ้องน้อยนี้มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มีความเก่าแก่ที่ยังคงความเก่าแก่ของชุมชน ความร่วมไม้ร่วมมือกันของชุมชน ทำให้เป็นชุมชนที่มีความเข็มแข็ง โดยพื้นที่นาแห่งนี้มีกว่า 500 ไร่ เป็นพื้นนาสาธารณะของชุมชนที่ร่วมกันซื้อและบริจาคเพื่อเป็นจุดสวนรวมของชาวชุมชน มีประวัติศาสตร์เรื่องราวมากมาย และยังมีศาลเจ้าพ่อปิ่นแก้ว เจ้าพ่อต้นแดง และเจ้าพ่อเขาสะพายแร้ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ด้วยความเป็นเป็นชุมชนเก่าแก่และมีเอกลักษณ์ประจำชุมชน อาทิศิลปวัฒนธรรมลาวเวียง อาหารพื้นเมือง และเป็นชุมชนร่มรื่น จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นชุมชน OTOP นวัตวิถี ชาวชุมชนจึงเกิดไอเดียว่าทำสะพานไม่ไผ่ให้ทอดลงไปกลางทุ่งนา ชมความสวยงามของต้นข้าวที่กำลังขึ้นเขียวขจี และที่นาแห่งนี้มีกว่า 500 ไร่ เวลาเดินลงทุ่งนาจะได้สะดวกสบายด้วย จนมีกลุ่มคนขี่จักรยานตามแหล่งชุมชน และนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวจากสื่อโซเชียลว่าที่นี่มีผืนนาที่กว้างบรรยากาศสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนและเซลฟี่ จึงนำไปแชร์ผ่านสื่อโซลเชียลและบอกกันปากต่อปาก จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยววิถีธรรมชาติแบบ OTOP นวัตวิถีแห่งใหม่ที่น่าเข้ามาสัมผัสและปักหมุดเที่ยว

18_10_21-03_22_40
18_10_21-03_23_03
18_10_21-03_24_19

ด้วยความที่ผืนนาแห่งนี้ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของชาวบ้านมีมนเสน่ห์ความเก่าแก่ของชุมชน ชาวบ้านจึงได้ทำเป็นจุดท่องเที่ยว และเรียนรู้ย้อนวิถีท้องถิ่นสู่ชนเมืองขึ้น นอกจากจะมีสะพานที่ทอดยาวลงไปกลางท้องนา ยังมีผลผลิตในชุมชน เช่น มะพร้าว ผักสวนครัว อาหารพื้นบ้าน ทั้งของคาวและขนมหวาน ที่ผลิตกันเองมาวางจำหน่าย และให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมนำการแสดงศิลปะพื้นบ้านมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมสลับหมุนเวียนกันไป อาทิ การเต้นบาสโลป และการระบำประกอบเพลงสาวราวเวียง ที่จะมายืนแสดงกันบนสะพานที่ทอดกลางทุ่งนาเขียวขจี นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายอาหารขึ้นชื่อ คือส้มตำลาวเวียง ที่มีส่วนประกอบเฉพาะของชุมชน อาทิ มะละกอ กล้วยดิบ มะม่วง ส่าขนุน ลูกยอ มะเขือ น้ำตาลปี๊ป มะขาม และพริกแห้ง ที่นำมาตำเป็นส้มตำรสชาติเด็ดตามสูตรลาวเวียง ที่หาทานได้ยาก นอกนี้ยังมีขนมแบบไทยๆ มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกัน อาทิ ข้าวหลามอบโอ่ง ขนมเทียนใส่ใส้ ขนมเปียกปูนสด ข้าวต้มมัด ที่จัดใส่ในกระบอกไม้ไผ่ให้รับประทานอย่างสวยงาม และใช้ใบตองทำกระทงใส่อาหารเพื่อลดขยะให้เข้ากับบรรยากาศธรรมชาติทุ่งนาด้วย สำหรับเครื่องดื่มมีการจำหน่ายกาแฟชงโบราณ ที่ขายควบคู่กับเครื่องดื่มเมนูน้ำปั่น และน้ำชงทั่วๆไป ตามใจสั่งของลูกค้าและนักท่องเที่ยวแบบมาเที่ยวเดินชมชา จิบกาแฟกันแบบชายทุ่ง ส่วนราคานั้นก็ถูกแสนถูกเพราะจำหน่ายกันโดยชาวบ้านในชุมชนเอง

18_10_21-03_22_22
18_10_21-03_22_32

ผู้ใหญ่มังกร กล่าวอีกว่า นับจากนี้อีกกว่า 3 เดือนเศษแปลงนาที่กำลังเขียวขจีจะกลายเป็นทุ่งนาข้าวสีรวงทอง หรือ ท้องทุ่งนานี้จะกลายเป็นสีทองทั้งผืน ปีนี้เราจะเปิดการลงแขกเกี่ยวข้าว โดยให้คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมกันสัมผัสวิถีชีวิตชาวนาลงมือเกี่ยวด้วยตัวเองด้วย นอกจากจะได้พักผ่อนแล้วยังได้รูปภาพสวยๆ กลับไปอีกด้วย แนะนำว่าให้ลองแวะมาในช่วงเย็น มาเก็บแสงพระอาทิตย์ในยามเย็นที่นี่เป็นภาพที่อลังการ ทั้งแบคกราวด์อย่างพระองค์ใหญ่และทุ่งนาเขียวขจี รวมถึงท้องฟ้าที่ถูกสาดสีไปด้วยแสงพระอาทิตย์สุดท้ายของวัน

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store