NOOZUP

Download NOOZUP สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลด

[สรุปดราม่า D&G] เหตุดีไซเนอร์ด่าคนจีน จนโชว์ที่เซี่ยงไฮ้ถูกแคนเซิล!

[สรุปดราม่า D&G] เหตุดีไซเนอร์ด่าคนจีน จนโชว์ที่เซี่ยงไฮ้ถูกแคนเซิล!
SeaSea 193

 

ใครยังงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับดราม่าแบรนด์ดังจากอิตาลี Dolce and Gabbana (D&G) กับประเทศจีนมารวมกันทางนี้ เรารวมสรุปมาให้แล้วที่นี่ พร้อมคำแปลแชทหลุดสุดแซ่บ 

เรื่องเริ่มจากว่าทาง D&G ได้ออกวิดีโอโปรโมท 3 ตัว ทาง Twitter และ Instagram ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ซึ่งจุดประสงค์ของการสร้างวีดีโอชุดนี้เพื่อโปรโมท งาน “The Great Show” งานแฟชั่นโชว์ที่ใหญ่อลังการที่สุดของ Dolce&Gabbana ในจีนซึ่งจัดที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ณ Shanghai Expo ในคืนวันพุธที่ผ่านมา (21/11/2018) ภาพจาก Youtube : udnSTYLE 

 แต่ปรากฏว่าโชว์โดนยกเลิกกระทันหัน!


เนื่องจากกระแสความไม่พอใจของชาวจีนต่อ VDO โปรโมทงานที่มีชื่อว่า “Eating with Chopsticks” (ทานอาหารด้วยตะเกียบ)
โดยผู้เริ่มประเด็นนี้มาจาก Instragram ชื่อ ‘Diet Prada’ ซึ่งเป็นไอจีเกี่ยวกับแฟชั่น และได้วิจารณ์วีดีโออย่างเผ็ดร้อน
ภาพจาก Instragram : diet_prada 

 

ใครๆก็รู้ว่าแคมเปญวิดีโอของเหล่าแบรนด์ต่างๆ ทำมาเพื่อจุดประสงค์เดียวกันคือ ต้องการให้คนซื้อสินค้า 
แต่วิดีโอของ D&G เซตนี้กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเชิญชวนให้เราซื้อแม้แต่น้อย แต่กลับสื่อไปในทาง “เหยียดชนชาติ” เอามากๆ 
วิดีโอแรกปรากฏนางแบบชาวจีนสอนให้ใช้ตะเกียบกินอาหารฝรั่งอย่างพิซซ่า
ตัวที่สองเป็นสปาเก็ตตี้ และตัวสุดท้ายเป็น คาโนลีขนาดยักษ์ (คาโนลี ขนมหวานสัญชาติอิตาเลียน ขนมปั้นเป็นแท่งคล้ายทองม้วนใส่ไส้ตรงกลาง) ขณะที่มีเสียงผู้ชายพากย์ว่าเธอต้องทำอะไรบ้าง

วิดีโอชุดนี้ถูกโพสต์ลงบนอินสตาแกรมของทางแบรนด์และหลังจากโพสต์ไปไม่ถึง 24 ชม. ทางแอคเค้าท์ของสาขาในจีนต้องเอาวีดีโออกจากเว็บ Weibo ด้วยกระแสความไม่พอใจรุนแรงของชาวจีน

'Diet Prada' แสดงความคิดเห็นว่า เนื้อหาในวิดีโอนั้นเป็นการนำเสนอความเชื่อแบบเหมารวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน ราวกับว่าคนจีนไม่รู้วิธีกินอาหารฝรั่งซะอย่างนั้น แถมเพลงประกอบคลิปก็เป็นเพลงจีนแบบตรุษจีนเชยๆ วีดีโอที่มีภาษาจีนประกอบ (ทาง Diet Panda เป็นคนใส่ภาษาอังกฤษเข้าไป) แถมเสียงของคนพากย์ก็พูดชื่อแบรนด์ให้มีติดสำเนียงไม่ชัดแบบจีนๆ เหมือนจะทำให้ขำ

แต่...คนจีนไม่ขำด้วย

 

ส่วนหนึ่งของวิดีโอ ที่ไม่โอเคมากๆ ก็คือวิดีโอคาโนลียักษ์ ซึ่งกระแสโซเชียลหลายความคิดเห็นต่างบอกว่ามันสื่อไปทางเพศ ด้วยฉากที่นางแบบพยายามหาวิธีกินแท่งคาโนลีขนาดยักษ์

 

“มันใหญ่เกินไปสำหรับเธอใช่ไหม?”

เอ่อ….

จากวีดีโอเหล่านี้ มีผู้ใช้ IG รายหนึ่งได้ส่งข้อความส่วนตัวไปที่แอคเค้าท์ของ Staffano Gabbana ซึ่งเป็นดีไซเนอร์เข้าของแบรนด์ เพื่อให้เอาวีดีโอออก เพราะเป็นการเหยียดเชื้อชาติ แต่กลับถูกดีไซนเนอร์เถียงกลับจนกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา 

เรามาดูแชทหลุดนี้กัน

 

จากนี้ขอแปลเป็นภาษามันๆ เพื่ออรรถรส (หากผิดพลาดประการใดท้วงติงได้นะจ๊ะ)
ภาพจากแชทส่วนตัวระหว่าง michaelatranova ผู้ใช้อินสตาแกรมและ Stefano ดีไซน์เนอร์

Stefano 
“วิดีโอนี้เหยียดเชื้อชาติตรงไหน ห๊ะ? ยูคิดว่าไอโง่มากเหรอที่จะไปจีนและโพสต์วีดีโอผิดตัว??? มันเป็นการสรรเสิญต่างหาก.

“บอกมาตอนนี้เลยสิ”

“ถ้าคนจีนรู้สึกถูกเหยียดหยามจากผู้หญิงที่นั่งกินพิซซ่า หรือพาสต้าด้วยตะเกียบละก็ มันเป็นปัญหาของพวกยู ไม่ใช่ไอ โลกนี้รู้กันอยู่กว่าคนจีนใช้ตะเกียบกินอาหาร ส่วนตะวันตกใช้ส้อมกับมีด มันเหยียดเชื้อชาติตรงไหน?? ฮ่าๆๆๆ สงสัยคงรู้สึกไม่ค่อยดีที่มีสมองใช่ไหม (ด่าประมาณว่าโง่นั่นแหละ)

“พวกยูเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติเพราะพวกยูกินหมารึเปล่า?”

อะโห...มันพีคตรงประโยคกินหมานี่แหละ
.
….เอาจริงๆ ถึงไม่ได้เป็นคนที่จีนแต่นี่มันด่ากันเกินเบอร์ไปมาก หัวเราเริ่มร้อน
.
ยัง… มันยังไม่จบ 

 

(ต่อ)
“วิดีโอมันถูกลบออกจากโซเชียลมีเดียของจีนเพราะออฟฟิศที่จีนมันโง่ไง โง่พอๆกับความเย่อหยิ่งของพวกคนจีน ไอไม่ลบวิดีโอออกหรอก”

“และจากนี้ต่อไปในบทสัมภาษณ์ที่ไอจะให้สัมภษณ์กับสื่อนานาชาติ ไอจะบอกเลยนะว่า ประเทศที่โคตรเฮงซวยคือ ประเทศจีน และพวกยูไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรหรอก เพราะเรามันอยู่ได้โดยไม่ต้องมีคนจีนอย่างยูไง”

“ไอพวกมาเฟียเจ๊กเย่อหยิ่ง ตัวเหม็น สกปรก”
(ปากจัดชิบเป๋ง)

“ฮ่าๆๆๆๆ ยูคิดเหรอว่าฉันจะกลัวที่ยูโพสต์น่ะ”

จากข้อความดังกล่าว แน่นอนว่าถูกแคปไว้เรียบร้อยโรงเรียนพี่จีน และได้ถูกแชร์ไปรวดเร็วกว่าความไวแสง 

 

หนังสือพิมพ์จีน China Daily รายงานว่าเหล่าบรรดาเซเลบชื่อดังของจีนอย่าง จาง ซิยี่, หลี่ ปิงปิง และ หวัง จุนไค่ ต่างถอนตัวจากโชว์ก่อนเริ่มงาน 

โมเดลลิ่งจีนอย่าง Bentley Modeling Agency ก็เรียกตัวนางแบบ 24 คนกลับหมด

พีคยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อบรรณาธิการนิตยสาร VOGUE ของจีน Angelica Cheung สะบัดบ๊อบ นั่งเครื่องบินกลับปักกิ่งโดยทันที ส่วนดาราจีนที่กำลังจะเดินทางมางาน ก็แคนเซิลหมด 

ภาพจาก Youtube : udnSTYLE 

 

สภาพเวที ที่ไม่มีคน หายนะแท้ๆ
โชว์ต้องยกเลิกเพราะไม่มีทั้งนางแบบ ไม่มีทั้งคนมาดู... 

 

สต๊าฟฟ์นั่งกร่อย หงอยเหงา
คิดดูว่าถ้าเราเป็นสต๊าฟฟ์จัดงานนี่จะรู้สึกแย่ขนาดไหนนะ เตรียมงานมาตั้งเยอะ กลับพังไม่เป็นท่า...

ต่อมาบน IG ของ Dolce & Gabbana ได้ออกมาโพสต์ข้อความแถลงว่า 

"แอคเค้าท์อินสตาแกรมของเราถูกแฮก รวมไปถึงแอคเค้าท์ของ Stefano Gabbana เช่นกัน
ทางฝ่ายกฏหมายเรากำลังเร่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
เราขออภัยอย่างสูงที่ทำให้เกิดตวามไม่สบายใจจากผู้ไม่ประสงค์ดี
เราเคารพประเทศจีนและคนจีนเสมอ" 

 

เปิดการ์ดโดนแฮกซะอย่างนั้น...

ส่วนแอคเค้าท์ของ Stefano เองก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ตนที่เป็นคนโพส

แต่ทว่ามีชาวจีนเข้าไปถล่มกันเละ แม้จะบอกว่าแอคเค้าท์โดนแฮก แต่วิดีโอที่แบรนด์ทำมานั้น ไม่ใช่เรื่องไม่ตั้งใจแน่ๆ ซึ่งมันไม่ได้มีข้อความไหนที่ชื่นชมคนจีนแม่แต่น้อย และเต็มไปด้วยการยัดเยียดภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความเชื่อแบบเหมารวมเกี่ยวกับคนจีนที่ล้าหลัง

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ 
ตัว Stafano เองเคยมีข่าวปากไม่ดีกับคนอื่นในสังคมจนเป็นข่าวเนืองๆ 
.
ตั้งแต่วิจารณ์เรื่องดาราอ้วน วิจารณ์เซเลน่า โกเมซว่าหน้าตาอัปลักษณ์ ด่าเรื่องเรื่องเพศที่สาม จนดาราและดีไซเนอร์หลายคนแบนไปตามๆกัน ซึ่งการออกมาแก้ตัวครั้งนี้ ดูท่าจะไม่มีใครเชื่อแม้แต่น้อย
.
แน่นอนว่าหงายการ์ดแบบนี้ดูคุ้นๆ ยังไงชอบกล ซึ่งเข้าใจว่าทางฝ่าย PR ก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะกอบกู้สถานการณ์ แต่ไม่วายโดนด่าซ้ำ และแม้จะขึ้นฉายภาพ DG love CHINA บนตัวตึก ก็ไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้

เลือดชาวมังกรพลุ้งพล่านจนบนโซเชียลของจีนร้อนระอุ ลุกเป็นไฟ
พร้อมเกิดกระแสต่อต้าน D&G ในวงกว้าง โดยมีการโพสต์ "Boycott Dolce - คว่ำบาตร Dolce" กว่า 18,000 ครั้งบน Weibo และติดอันดับการเสิร์ชสูงสุดบนโซเชียลมีเดีย

 

เหล่าเซเลป ดารา นางแบบนายแบบจีนต่างโพสต์รูปบัตรงานที่มีรูปของตน และกาชื่อ Dolce & Gabbana ออก และเขียนทับรูปด้วยข้อความ Not Me แบบเดียวกับที่ Stefano ทำ

 

ดาราจีนต่างออกมาแบน D&G ทั้งลบรูปที่ตนใส่ชุดของแบรนด์ออกจาก IG ตัวเอง หรือแม้แต่ จุนไค และตีลี่ เรอปา นักแสดงนักร้องดาวรุ่งของจีนก็ออกมาประกาศถอนตัวจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์และ Brand Ambassador ของ D&G อย่างเป็นทางการ

 

 

“ฉันรักประเทศบ้านเกิดของฉัน” นักแสดงสาวชาวจีน หลี่ ปิงปิง โพสข้อความบนอินสตาแกรมของเธอ ที่มีผู้ติดตามกว่า 42 ล้านคน

“ประเทศบ้านเกิดของเรา สำคัญกว่าสิ่งใด” ผู้จัดการของนักร้องดาวรุ่งวง TFBoys หวัง จุนไค กล่าว

ภาพจาก Youtube : udn STYLE

 

สื่อออนไลน์ของจีน Jing Daily ซึ่งรายงานเกี่ยวกับแทรนด์สินค้าแบรนด์เนม ได้แสดงความคิดเห็นว่าทาง D&G ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ โดยในวีดีโอมีการใช้ตะเกียบจับแยกสองด้านเพื่อหั่นชิ้นพิซซ่า ซึ่งผิดมารยาทของการใช้ตะเกียบของชาวจีน และถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง (ทำการบ้านมาไม่ดี)

ส่วนเว็บไซต์แฟชั่นแนวหน้า Business of Fashion ได้ให้ข้อมูลว่า แฟชั่นโชว์ได้ถูกสั่งระงับจาก "คำสั่งของทางการจีน" และเป็นที่น่าจับตามองว่าทางการจีนซึ่งมีอำนาจควบคุมทั้งเรื่องวีซ่า คนเข้าออกในและนอกประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศจะออกมาเคลื่อนไหวอะไรเพิ่มไหม หลังถูกเจ้าของแบรนด์ (ซึ่งเคลมว่า IG โดนแฮก) ออกมากล่าวว่า ...ประเทศจีนนั้นเป็นประเทศเฮงซวย...

 

แอคเค้าท์หลักจาก Dolce&Gabbana ได้ออกมาโพสต์หลังเกิดเรื่องอีกครั้ง

แต่ดูเหมือนสิ่งที่ทางแบรนด์พูดออกมาจะไม่มีคำว่า "ขอโทษ" แม้แต่น้อย พวกเขาแค่บอกว่ามันเป็นเรื่องโชคร้าย และยังพูดถึงแต่ตัวเองอีกต่างหาก

 

ข้อความมีดังต่อไปนี้

"ความฝันของเราคือได้จัดงานที่เป็นการสรรเสริญมหานครเซี่ยงไฮ้ ต่อประเทศจีนและบอกเล่าเรื่องประวัติศาสตร์และวิสัยทัศน์ของเรา

มันไม่ใช่งานแฟชั่นโชว์ธรรมดา แต่เป็นงานที่เราสร้างด้วยความรักและแพชชั่นที่มีต่อประเทศจีน และผู้คนทั้งโลกที่รักแบรนด์ Delce&Gabbana

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องที่ "โชคร้าย" เอามากๆ ไม่เพียงแต่สำหรับแบรนด์เรา แต่ยังส่งผลกระทบถึงเหล่าพนักงานที่ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเพื่อสร้างงานนี้ให้เกิดขึ้น

เราขอขอบคุณเพื่อนๆ และแขกผู้มีเกียรติจากก้นบึ้งของหัวใจ
.
Demenico Dolce และ Stefano Gabbana

แต่ตอนนี้จะออกมาแก้ตัวอะไรก็ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้นทั้งนั้นสำหรับชาวจีน

จนตอนนี้กระแสโซเชียลมีเดียได้ล้อชื่อแบรนด์อย่างสนุกสนานจาก Dolce & Gabbana (DG) ได้กลายเป็น Dead&Gone (แปลว่า ตายและจากไป) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ล่าสุดเช้านี้ 22/11/2018 มาที่ฝั่งของนักแสดงดาวรุ่งชาวไทยอย่างใหม่ ดาวิกา และมาริโอ เมาเร่อ ที่มีฐานแฟนคลับใหญ่อยู่ที่จีน ก็ยังไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติมใน IG ส่วนตัว 

ในขณะที่มีแฟนคลับจีนเข้าไปคอมเม้นท์จำนวนมาก เรียกร้องให้เลิกทำงานกับแบรนด์ D&G ซะ 

นอกจากคอมเม้นท์รุนแรงแล้ว ก็ยังมีคอมเม้นท์ให้กำลังใจต่อสถานการณ์ที่ยากจะวางตัว 

แฟนคลับจีนดูจะมีความหวังว่า ดาราทั้งสองจะลบรูปที่มี D&G อยู่เหมือนที่ดารา นักร้องฝั่งจีน คว่ำบาตรแบบไม่ใยดี

ระหว่างแบรนด์และฐานแฟนคลับ... พวกเขาจะออกมาแก้สถานการณ์นี้อย่างไร หรือจะรอเรื่องซาลงไปเงียบๆ

 

พี่จีนไม่ได้แค่ดราม่าทางโซเชียลเล่นๆ แต่เมื่อผนึกกำลังสามัคคีชุมนุมความรักชาตินี้แล้ว จะเอาจริงขนาดไหน ให้ลองไปเสิร์ชแบรนด์ Dolce&Gabbana บนเว็บ Tmall เว็บ e-commerce ยักษ์ใหญ่ของจีนดู 
ปรากฏว่าแบรนด์นี้หายวับไปจากเว็บเลยจ้า ตอนนี้เว็บอื่นๆก็ถอนแบรนด์นี้ออกจากเว็บเช่นกัน ถอนราก ถอนโคนขั้นสุด ไม่ให้มีที่ยืนบนแผ่นดินจีนกันไปเลย

ก็เค้าบอกไง....ว่าเค้าอยู่ได้ โดยที่ไม่ต้องมีคนจีนนี่นะ ก็มาวัดกันไปเลยละกัน 

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับแบรนด์ใหญ่ ว่าแม้จะยิ่งใหญ่ มีชื่อเสียงมาจากไหน แต่หากไม่ศึกษาวัฒนธรรมของประเทศที่กำลังจะเข้าไปทำตลาดให้ดี ก็มีสิทธิสะดุดล้มพับไปได้เหมือนกัน 
และเหนืออื่นใดคือ "การไม่ให้เกียรติ" ประเทศและคนในประเทศนั้นๆ ที่จะทำให้คุณไม่เป็นที่ต้อนรับของใครๆ

 ภาพจาก : http://www.globaltimes.cn/ 

คนงานกำลังเอาป้ายงานออกหลังโชว์ถูกแคนเซิล  


ส่วนตัวแล้ว คนไทยอย่างเราก็มีความคุ้นเคยกับวัฒธรรมจีนที่แทรกอยู่ในวัฒนธรรมตั้งแต่เกิด แม้จะไม่ได้เกิดบนแผ่นดินจีนแท้ๆ ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่กับวีดีโอนี้ และรู้สึกว่าเนื้อหาในวีดีโอทำขึ้นโดยขาดความเข้าใจเกี่ยวกับคนจีนและวัฒนธรรมในปัจจุบันของจีนอย่างมาก

คงต้องดูกันต่อไปว่า D&G จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร แอคเคาท์ของแบรนด์และ Stefano โดนแฮกจริงๆ ไหม? 

ส่วนไอจีของ Stefano ก็มีคนเข้าไปคอมเมนต์กันรัวๆ จนพุ่งเป็นหลักแสน แต่คอมเมนต์ภาษาอังกฤษทยอยโดนลบ?! 
นี่ก็ยิ่งโหมกระแสความไม่พอใจให้ชาวโซเชียลมากขึ้นไปอีก 

D&G จะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปอย่างไร คดีจะพลิกไหม ต้องรอชม

- ขอจบสรุปแต่เพียงเท่านี้ก่อนจ้า ถ้ามีความคืบหน้าจะมาว่ากันอีกที -
.

RECOMMENDED BY NOOZUP

Apple Store Play Store